Results of Development Model of Oral Healthcare for Bed-Ridden Patients: Case Study: Kudjub District, Udon Thani Province

Authors

  • Jenjira Srikongpan Kudjab Hospital

Keywords:

Bed-ridden patients, Oral healthcare, Caregivers

Abstract

Objective :  To examine the effects of developing an oral health care model for bedridden patients in terms of oral health status, knowledge, attitudes, practices, and the needs of both patients and their caregivers regarding oral health care. The study also aimed to assess patients’ quality of life specifically related to oral health.

Methods : This study employed incorporating both quantitative and qualitative research. The study population included bedridden patients and their caregivers in Kut Chap District, Udon Thani Province. A purposive sampling technique was used to select 13 bedridden patients and 13 caregivers. Data were analyzed using descriptive statistics, and inferential statistics were assessed using the Wilcoxon signed-rank test. Qualitative data were analyzed through content analysis.  The developed care model included: Oral health education, Distribution of manuals and additional oral care equipment and Skills training for caregivers on how to perform oral care, Data collection tools included an interview form and an oral health assessment form.

Results : Regarding patients’ oral health, it was found that the individual plaque index significantly decreased after the implementation of the development program. The mean plaque index before and after the intervention was 0.74 and 0.60, respectively. A reduction in plaque index was observed in 53.85% of the patients. For the group whose plaque index remained unchanged (23.07%), it was because their initial index was 0 both before and after the program. Furthermore, during follow-up assessments conducted every 6 months over a 2-year period, it was found that most plaque index values remained relatively stable.

Conclusion : The development of caregivers’ knowledge, attitudes, and practical skills along with the provision of essential oral care equipment and a caregiver’s manual led to improved oral health among bedridden patients.

References

สุภาดา คำสุชาติ. ปัญหาและความต้องการดูแลทางสุขภาพของผู้สูงอายุในประเทศไทย: ข้อเสนอแนะ เชิงนโยบาย. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2560;26(6):1156-64.

กรมอนามัย. สำนักทันตสาธารณสุข. การดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง. เล่มที่ 8. พิมพ์ครั้งที่ 1. นนทบุรี. กรม; 2559.

อาณัติ มาตระกูล, จริญญา หุ่นศรีสกุล, อัจฉรา วัฒนาภา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการทำความ สะอาดช่องปากผู้ป่วยสูงอายุติดเตียง โดยผู้ดูแลในจังหวัดกระบี่. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการ เสนอผลงานวิจัยบัณฑิตศึกษา ระดับชาติและนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2560.

โรงพยาบาลกุดจับ. รายงานข้อมูลผู้ป่วยติดเตียง อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี ณ เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562. อุดรธานี: โรงพยาบาลกุดจับ; 2562.

อาณัติ มาตระกูล. ประสิทธิผลในการใช้การสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจผู้ดูแลในการดูแลสุขภาพ ช่องปากผู้สูงอายุติดเตียง: การวิจัยเชิงทดลองแบบสุ่มและมีกลุ่มควบคุม [วิทยานิพนธ์ปริญญา วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2560.

ณิสาชล นาคกุล. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยเรื้อรังกลุ่มติดบ้าน ติดเตียง ในเขตเทศบาลนคร สุราษฎร์ธานี. วารสารพยาบาลกระทรวงสาธารณสุข. 2561;26(2):36–50.

ชิสา ตัณฑกูร. การพัฒนาระบบการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุติดบ้าน ติดเตียง ในชุมชน บ้านดอนแสลบ จังหวัดกาญจนบุรี [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการวิทยาศาสตร์ สุขภาพช่องปาก]. สงขลา: มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์; 2562.

กานต์พิชา หนูแก้ว. การพัฒนางานทันตกรรมส่งเสริมป้องกันในกลุ่มผู้ป่วยติดบ้านติดเตียงเพื่อการป้องกันโรคในช่องปาก ตำบลบ้านฝาย อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์. รายงานโครงการพัฒนา กองทุนสุขภาพตำบล. [อินเทอร์เน็ต] [เข้าถึงเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568] เข้าถึงได้จาก: https://hpc2appcenter.anamai.moph.go.th/academic/web/files/2564/cqi/MA2564-002-03-0000000447-0000000368.pdf

ฐิติพร ศิริบุรานนท.์ ผลลัพธ์ของการใช้โปรแกรมส่งเสริมการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับผู้สูงอายุที่ ได้รับการใส่ฟันเทียม [วิทยานิพนธ์ปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการพยาบาลเวชปฏิบัติชุมชน]. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยคริสเตียน; 2554.

ศุภศิลป์ ดีรักษา. ผลของโปรแกรมดูแลสุขภาพช่องปากด้วยการเรียนรู้เชิงกระบวนการสนทนากลุ่มต่อ พฤติกรรมการดูแลตนเองทางทันตสุขภาพ ของผู้ป่วยเบาหวาน ในเขตพื้นที่ให้บริการสุขศาลา เทศบาลตําบลท่าคันโท อําเภอท่าคันโท จังหวัดกาฬสินธุ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตร- มหาบัณฑิต สาขาวิชาสาธารณสุขศาสตร์]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2557.

ประภัสสร ลือโสภา. ผลของโปรแกรมประยุกต์การเฝ้าระวังตนเองทางทันตสุขภาพร่วมกับการดูแล โดยกลุ่มเพื่อนต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมดูแลทันตสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ในตำบลสระบัว อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด [วิทยานิพนธ์ปริญญาสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ จัดการระบบสุขภาพ]. มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยมหาสารคาม; 2556.

ขวัญเรื่อน ชัยนันท์ และคณะ. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุโรคเรื้อรัง เทศบาลนครรังสิต จังหวัดปทุมธานี.วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 2561;5(1):91-107.

ภัทรพร รัตนเกษตรสิน. ประสิทธิภาพของแนวทางการปฏิบัติในการดูแลสุขภาพช่องปากต่อสภาวะสุขภาพช่องปากของผู้สูงอายุไทยที่อาศัยในศูนย์บริการทางสังคม. [วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาทันตกรรมประดิษฐ์ คณะทันตแพทยศาสตร์]. กรุงเทพฯ: จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย; 2557. 14. พรทิพย์ ศุกรเวทย์ศิริ. การดูแลระบบสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ เขตเทศบาลเมือง อำเภอเมือง จังหวัด สุรินทร์. วารสารการแพทย์ โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์. 2564;36(1)149-158.

สิริรัตน์ วีระเดช. การพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพช่องปากผู้สูงอายุ ในโรงเรียนผู้สูงอายุเทศบาลตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารการส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม. 2565;2565(2)119-128.

บุญเอื้อ ยงวานิชากร, และ ปิยะดา ประเสริฐสม. ความสัมพันธ์ของปัจจัยสุขภาพต่อคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุ. วิทยาสารทันตสาธารณสุข. 2554;16(1):57-74. 17. ปฐมพงษ์ คำแดง. ภาวะซึมเศร้าและคุณภาพชีวิตมิติสุขภาพช่องปากในผู้สูงอายุ [วิทยานิพนธ์ปริญญา สาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต]. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่; 2559.

Downloads

Published

2025-08-25

How to Cite

Srikongpan, J. . (2025). Results of Development Model of Oral Healthcare for Bed-Ridden Patients: Case Study: Kudjub District, Udon Thani Province. Mahasarakham Hospital Journal, 22(2), 138–150. retrieved from https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/273169