ความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองในกลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลนาเสียว อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ
DOI:
https://doi.org/10.64962/rdhsj.v18i3.2025.276312คำสำคัญ:
ความรู้, ทัศนคติ, พฤติกรรม, ตรวจเต้านม, อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านบทคัดย่อ
การวิจัยเชิงพรรณนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยดังกล่าวและแนวทางการป้องกันมะเร็งเต้านม กลุ่มตัวอย่าง คือ อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน จำนวน 113 คน เก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถาม ที่ผ่านการตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาและทดสอบความเชื่อมั่น โดยด้านความรู้ ด้วยวิธี KR-20 เท่ากับ 0.81 ด้านทัศนคติและพฤติกรรม ด้วยวิธี Cronbach’s Alpha เท่ากับ 0.82 และ 0.78 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของเพียร์สันและการวิเคราะห์เนื้อหาเชิงคุณภาพ
ผลการวิจัย พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีความรู้ ทัศนคติและพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง อยู่ในระดับดี โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 10.41, 4.30 และ 14.46 ตามลำดับ ความรู้มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ในระดับต่ำ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = 0.137, p-value < 0.05) ขณะที่ทัศนคติมีความสัมพันธ์เชิงบวก ในระดับปานกลาง (r = 0.56, p-value < 0.05) แนวทางการป้องกัน ได้แก่ ส่งเสริมการดูแลสุขภาพ การตรวจเต้านมสม่ำเสมอ การเสริมสร้างความรู้ ความตระหนักร่วมกับเครือข่ายที่เกี่ยวข้องและเพิ่มการเข้าถึงบริการสุขภาพอย่างทั่วถึง
ข้อเสนอแนะจากการวิจัย คือ นำผลการวิจัยไปพัฒนาแนวทางการอบรมอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและส่งเสริมการตรวจเต้านมในชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. Global cancer statistics: The burden of breast cancer. Geneva: World Health Organization 2022.
กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. การตรวจพบและความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม. กรุงเทพฯ: กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2566.
กระทรวงสาธารณสุข. สถานการณ์มะเร็งเต้านมในประเทศไทย. รายงานสถานการณ์สุขภาพแห่งชาติ.กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข 2566.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ. รายงานสถานการณ์การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ในจังหวัดชัยภูมิปี 2566. ชัยภูมิ: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดชัยภูมิ 2567.
ชลทิศ อุไรปกฤษ์กุล. การตรวจเต้านมตนเองและผลการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม: การศึกษาและวิเคราะห์. มหาวิทยาลัยมหิดล 2562.
Orem DE. Self-care theory: A model of self-care operations. In: Orem DE. Nursing: Concepts of practice. 6th ed. St. Louis: Mosby 2001.
Krejcie RV, Morgan DW. Determining sample size for research activities. Educational and Psychological Measurement 1970; 30(3): 607-610. DOI: https://doi.org/10.1177/001316447003000308
วรรณเพ็ญ ฉ่อยทะนงค์, ปัทมา สุพรรณกุล. ปัจจัยทำนายพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีวัยเจริญพันธุ์ ตำบลบ่อไทย จังหวัดเพชรบูรณ์ [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต]. พิษณุโลก: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยนเรศวร 2565.
Bloom G. Statistical estimates and transformed beta-variables. New York: John Wiley & Sons 1971.
วิภารัตน์ ชุมหล่อ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อพฤติกรรมการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรี อายุ 30-70 ปี ในเขตพื้นที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านแสงวิมาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช. นครศรีธรรมราช: ศูนย์อนามัยที่ 11 กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข 2564.
Likert R. A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology 1932; 22(140): 1-55.
ศรัญญา งามนิมิตร, ชุลีกร ด่านยุทธศิลป์, อนามัย นาอุดม. ผลของโปรแกรมส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเองต่อทักษะการตรวจเต้านมและพฤติกรรมการดูแลสุขภาพเต้านมของสตรีกลุ่มเสี่ยง อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2565; 49(1): 148-159.
Best JW. Research in education. 3rd ed. Englewood Cliffs (NJ): Prentice Hall 1977.
Bandura A. Social learning theory. Englewood Cliffs (NJ): Prentice-Hall 1977.
ทิพพารัตน์ แสนคาร, ธนัช กนกเทศ. ความรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านมและวิธีการตรวจเต้านมด้วยตนเอง. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 2562; 13(3): 14–21.
พัชรา นาคถนอม, เดชา ทำดี, เนตรทอง นามพรม, อังคณา กิตติไชยากร. ผลของโปรแกรมการส่งเสริมการตรวจเต้านมด้วยตนเองผ่านอีเลิร์นนิงต่อความรู้และการปฏิบัติการตรวจเต้านมด้วยตนเองของบุคลากรสุขภาพสตรีงานการพยาบาลผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยฉุกเฉิน. พยาบาลสาร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 2565; 49(2): 351-364.
Erikson EH. Childhood and society. New York: Norton 1950.
Masawa G, Mboineki JF. Assessing breast self-examination knowledge, attitude and practice as a secondary prevention of breast cancer among female undergraduates at the University of Dodoma: a protocol of analytical cross-sectional study. Front Epidemiol 2024; 4: 1227856. DOI: https://doi.org/10.3389/fepid.2024.1227856
Getu MA, Abebe M, Tlaye KG, Goshu AT. Breast self-examination knowledge and its determinants among female students at Addis Ababa University, Ethiopia: an institution-based cross-sectional study. Biomed Res Int. 2022; 30: 2870419. DOI: https://doi.org/10.1155/2022/2870419
ชลวิทย์ บุญศรี. การรับรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคมะเร็งเต้านมของผู้หญิงอายุ 30-70 ปี ตำบลท่าพระ อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน 2566; 5: 90-101.
Mihret MS, Gudayu TW, Abebe AS, Tarekegn EG, Abebe SK, Abduselam MA, Shiferaw TD, Kebede GW. Knowledge and practice on breast self-examination and associated factors among summer class social science undergraduate female students in the University of Gondar, Northwest Ethiopia. J Cancer Epidemiol 2021; 9: 8162047. DOI: https://doi.org/10.1155/2021/8162047
Muhsin M, Mohamad Yamin LS. Knowledge, Attitude, and Practice Regarding Breast Self-Examination Among Female Health Sciences Final Year Students. Malays J Med Health Sci. 2022; 18(15): 205-212. DOI: https://doi.org/10.47836/mjmhs.18.s15.28
ทัศนา มากมี. การศึกษาประสิทธิผลของโปรแกรมสร้างเสริมพฤติกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยตนเองของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลตลาดไชยา อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี. รายงานการวิจัย. สุราษฎร์ธานี: โรงพยาบาลไชยา 2567.
Legi J, Molintao W, Kairupan M, Mokalu S. Effectiveness of health education Breast Self Examination (BSE) on knowledge of breast cancer prevention. Sci Midwifery 2024; 12(1): 499-505.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เนื้อหาและข้อมูลในบทความที่ลงตีพิมพ์ในวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ถือเป็นข้อคิดเห็นและความรับผิดชอบของผู้เขียนบทความโดยตรงซึ่งกองบรรณาธิการวารสาร ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย หรือร่วมรับผิดชอบใด ๆบทความ ข้อมูล เนื้อหา รูปภาพ ฯลฯ ที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทย หากบุคคลหรือหน่วยงานใดต้องการนำทั้งหมดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไปเผยแพร่ต่อหรือเพื่อกระทำการใด จะต้องได้รับอนุญาตเป็นลายลักณอักษรจากวารสารศูนย์ดัชนีการอ้างอิงวารสารไทยก่อนเท่านั้น
