ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจและการติดตามเยี่ยมบ้านโดยทีมหมอครอบครัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนายาง

ผู้แต่ง

  • วิชยา นิพิฐวัธนะผล โรงพยาบาลชะอำ
  • นงลักษณ์ อุทัยธรรม โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนายาง
  • กรรณิกา นาคสอิ้ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนายาง

คำสำคัญ:

การสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจ, ทีมหมอครอบครัว

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาล ค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจและการติดตามเยี่ยมบ้าน และประเมินความพึงพอใจต่อการให้บริการของทีมหมอครอบครัว ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนายาง

วิธีการศึกษา: การวิจัยกึ่งทดลอง (quasi-experiment research) แบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลัง ทำการศึกษาระหว่าง เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2567–เมษายน พ.ศ. 2568 กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ที่มีค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ≥7 mg% สุ่มคัดเลือกแบบเจาะจง (purposive sampling) จากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนายาง เรียงลำดับตามหมายเลขทะเบียนผู้ป่วยของหน่วยบริการและชี้แจงการเข้าร่วมโครงการวิจัย จนครบจำนวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้คือ โปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจ แบบบันทึกการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจ แบบสัมภาษณ์พฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาล และแบบสอบถามความพึงพอใจต่อการให้บริการโดยทีมหมอครอบครัว วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และใช้ paired t test

ผลการศึกษา: พบว่า หลังได้รับโปรแกรมกลุ่มตัวอย่างมีค่าเฉลี่ยพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < .001) ส่วนค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลงกว่าก่อนได้รับโปรแกรมแต่ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ (p-value = .103) และกลุ่มตัวอย่างมีความพึงพอใจต่อการให้บริการของทีมหมอครอบครัวอยู่ในระดับมากที่สุด

สรุป: โปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจและการติดตามเยี่ยมบ้านโดยทีมหมอครอบครัวมีผลให้ผู้ป่วยเบาหวานมีพฤติกรรมการควบคุมระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้น และค่าน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) ลดลง อย่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value > .05) ดังนั้นควรใช้โปรแกรมนี้ในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เพื่อให้สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดอย่างมีประสิทธิภาพได้

เอกสารอ้างอิง

กองโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. แนวทางการดำเนินงานการดูแลผู้เป็นเบาหวานให้เข้าสู่ระยะสงบ

(REMISSION SERVICE). กรุงเทพมหานคร: กอง; 2566.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเพชรบุรี. รายงานผลการดำเนินงาน Health Data Center [อินเทอร์เน็ต]. 2567 [เข้าถึงเมื่อ วันที่ พ.ศ.]; เข้าถึงได้จาก: URL:

https://pbi.hdc.moph.go.th/hdc/reports/report.php?cat_id=b2b59e64c4e6c92d4b1ec16a599d882b&id=eeeab22e386d32e7f5f5ecefebce0001

เทอดศักดิ์ เดชคง, บรรณาธิการ. สนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพสำหรับผู้ป่วย NCDs

motivational interviewing for NCDs; MI NCDs. การบรรยายพิเศษเรื่องหลักสูตร brief advice (BA), brief intervention (BI) และ motivational interviewing (MI) ภายใต้โครงการอบรมบุคลากรสาธารณสุข เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานสุขภาพจิต กลุ่มวัยทำงาน; 28–30 พฤศจิกายน 2559; โรงแรมอมารี ดอนเมือง แอร์พอร์ต. กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ พับลิสชิ่ง; 2560.

เทอดศักดิ์ เดชคง. แนวปฏิบัติการสนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ Motivational interviewing for health behavior change. กรุงเทพมหานคร: บียอนด์ พับลิสชิ่ง; 2565.

สำนักบริหารการสาธารณสุข สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานคลินิกหมอครอบครัวสำหรับหน่วยบริการ. นนทบุรี: สำนัก; 2559.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods.

;39(2):175–91. doi: 10.3758/bf03193146.

Miller WR, Rollnick S. Motivational interviewing: Helping people change. 3rd ed. New York: Guilford Press; 2013.

Best WJ. Research in education. Englewood Cilifts, New Jersy: Printice Hall; 1970.

สมยศ ศรีจารนัย, พิชญาภัสสร์ วรรณศิริกุล, ปารณัฐ สุขสุทธิ์, อรณรินทร์ ขจรวงศ์วัฒนา, สมใจ นกดีวิจัย.วิจัยประเมินผลการดำเนินงานตามนโยบายทีมหมอครอบครัว. นนทบุรี: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

Best JW. Research in education. 3rd ed. New Jersey: Prentice Hall; 1977.

พลอย ทรัพย์ไพบูลย์กิจ, ศิวพร อึ้งวัฒนา, เดชา ทำดี. ผลของโปรแกรมการสร้างแรงจูงใจต่อพฤติกรรมบริโภคอาหารและระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ที่มีภาวะเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้. พยาบาลสาร. 2564;48(4):80–92.

ยุวดี คาดีวี, อดิศร อุดรทักษ์. ผลของโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจต่อการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดในผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา. 2566;8(2):390–6.

กรรณิการ์ ผ่องโต, สมหมาย คชนาม. การศึกษาเปรียบเทียบความร่วมมือในการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานที่มารับบริการในคลินิกเบาหวานโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญก่อนและหลังได้รับโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจ. วารสารโรงพยาบาลวิเศษชัยชาญ. 2566;19(2):45–56.

วิภาดา รูปงาม. ผลของโปรแกรมการให้คำแนะนำแบบสั้นในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพต่อการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในสถาบันพัฒนาสุขภาวะเขตเมือง กรุงเทพมหานคร. วารสารสาธารณสุขเมือง. 2563;25(3):78–89.

วิภาดา อาสนะ. การพัฒนารูปแบบการเยี่ยมบ้านแบบบูรณาการผู้สูงอายุที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานโรงพยาบาลห้วยเกิ้ง จังหวัดอุดรธานี. ชัยภูมิเวชสาร. 2566;43(2):96–106.

จิตรศุภ์อรณ์ ดอนนาค. ผลของโปรแกรมการเยี่ยมบ้านที่มีต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานในเขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์. วารสารโรงพยาบาลนครพนม. 2560;4(1):60–70.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-03

รูปแบบการอ้างอิง

1.
นิพิฐวัธนะผล ว, อุทัยธรรม น, นาคสอิ้ง ก. ประสิทธิผลของโปรแกรมการสนทนาแบบสร้างแรงจูงใจและการติดตามเยี่ยมบ้านโดยทีมหมอครอบครัวของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลนายาง. Reg 4-5 Med J [อินเทอร์เน็ต]. 3 เมษายน 2026 [อ้างถึง 7 เมษายน 2026];45(1):89-100. available at: https://he02.tci-thaijo.org/index.php/reg45/article/view/278005