ผลของโปรแกรมเพิ่มสุขต่อความเครียดของผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้า จังหวัดอุบลราชธานี

ผู้แต่ง

  • ธิดารัตน์ ทองหนุน คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี
  • ปิยะนันท์ นามกุล คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุบลราชธานี

คำสำคัญ:

ความเครียด, ผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้า , ดนตรีบำบัด , โปรแกรมเพิ่มสุข

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) แบบใช้กลุ่มตัวอย่างสองกลุ่มเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการทดลอง (Pretest–posttest control group design) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมเพิ่มสุขต่อระดับความเครียดของผู้ดูแลเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า ระยะเวลาที่ศึกษา 6 สัปดาห์ เมษายน ถึง กรกฎาคม 2568 กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้า ที่พาเด็กมารับบริการที่คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบกลุ่มละ 30 คน โดยเลือกแบบเจาะจง กลุ่มทดลองเก็บข้อมูลที่คลินิกกระตุ้นพัฒนาการ โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี เครื่องมือที่ใช้ คือ โปรแกรมเพิ่มสุขที่พัฒนาจากการประยุกต์ใช้แนวคิดของลาซารัสและโฟล์คแมน แบบสอบถามความเครียดของผู้ดูแลเด็ก ตรวจสอบความตรงโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 คน ค่า CVI เท่ากับ 1 และมีค่าความเชื่อมั่นแอลฟาของครอนบราคทั้งฉบับเท่ากับ .93 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติ paired t-test และ independent t-test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ .05 และวิเคราะห์ขนาดอิทธิพลของผลการทดลอง Cohen’s d

               ผลการศึกษา ภายหลังได้รับโปรแกรมเพิ่มสุข ผู้ดูแลเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้ากลุ่มทดลอง มีระดับความเครียดลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < .001) เมื่อเปรียบเทียบก่อนและหลังการทดลอง โดยก่อนการทดลองระดับความเครียดอยู่ในระดับมาก (   Xˉ= 3.01, S.D. = 0.32) และลดลงมาอยู่ในระดับปานกลางหลังการทดลอง ( Xˉ= 2.08, S.D. = 0.25) เมื่อเปรียบเทียบกับกลุ่มเปรียบเทียบภายหลังการทดลอง พบว่า กลุ่มทดลองมีระดับความเครียด ( Xˉ= 2.08, S.D. = 0.24) ต่ำกว่ากลุ่มเปรียบเทียบ ( Xˉ=  3.19, S.D. = 0.42) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ  (p < .001) โดยมีขนาดอิทธิพลของโปรแกรมอยู่ในระดับสูงมาก (Cohen’s d = 3.78) สะท้อนถึงประสิทธิผลของโปรแกรมเพิ่มสุขในการลดระดับความเครียดของผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้าเมื่อเปรียบเทียบกับการดูแลตามปกติ สามารถประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมสุขภาพจิตของผู้ดูแลและเอื้อต่อประสิทธิภาพในการดูแลเด็ก

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. (2566). วิเคราะห์สถานการณ์งานพัฒนาการเด็กปฐมวัย [PDF]. สืบค้นจาก

https://hp.anamai.moph.go.th/webupload/4xceb3b571ddb70741ad132d75876bc41d/tinymce/OPDC/OPDC2568F/IDC31/OPDC2568_IDC3-1_01-1.pdf

กระทรวงสาธารณสุข. (2560). คู่มือเฝ้าระวังและส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย (Developmental Surveillance

and Promotion Manual: DSPM). กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

จิณณพัต ยอดไกรศรี. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อคุณภาพชีวิตในผู้ดูแลเด็กสมาธิสั้น ณ แผนกผู้ป่วยนอกจิตเวชเด็ก

และวัยรุ่น สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี. สืบค้นจาก

https://www.childrenhospital.go.th/wp-content/uploads/2023/04/Factors-Affecting-Quality-of-Life-in-Caregivers-of-Children-with-Attention-Deficit-Hyperactivity-Disorder-ADHD-at-Child-and-Adolescent-Psychiatric-Clinic.pdf

นงนุช บุญยัง. (2566). การคำนวณกลุ่มตัวอย่าง. สืบค้นจาก

https://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/01363/chapter3.pdf

พรรณทิพย์ ศิริวรรณบุศย์. (2563). จิตวิทยาพัฒนาการ (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์

มหาวิทยาลัย.

พิมพ์ชนก จันทราทิพย์, ยุนี พงศ์จตุรวิทย์ และนุจรี ไชยมงคล. (2563). ปัจจัยทำนายภาระของผู้ดูแลเด็กที่มี

พัฒนาการล่าช้า. สืบค้นจาก https://buuir.buu.ac.th/xmlui/handle/1234567890/4213

เพ็ญนภา ทองประยูร และคณะ. (2562). การพยาบาลเด็ก. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

เบ็ญจมาศ สลิลปราโมทย์. (2565). คุณภาพชีวิตของผู้ดูแลเด็กปฐมวัยที่มีพัฒนาการล่าช้า. วารสารวิจัยและพัฒนา

ระบบสุขภาพ, 15(3), 114–127.

ปิยนุช ล้วนจิตร. (2567). ปัจจัยที่มีผลต่อภาวะเครียดของผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้า. วารสารพยาบาลศาสตร์

มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 37(2), 48–61.

วริศรา เลิศอาภาพงศ์, ปรียาพร วงศ์อนุตรโรจน์ และชาตรี ผลงาม. (2563). ความเครียดและปัจจัยที่เกี่ยวข้องของ

มารดาที่มีบุตรสมาธิสั้น. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ, 43(3), 128–140.

แสงนภา บารมี และทยาวีร์ จันทรวิวัฒน์. (2566). การศึกษาระดับความเครียดและแนวทางจัดการกับ

ความเครียดของผู้ปกครองเด็กออทิสติก ที่เข้ารับการรักษาแผนกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น โรงพยาบาลจิตเวชนครราชสีมาราชนครินทร์. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, 9(1), 44–61.

หน่วยบริการผู้ป่วยนอกกุมารเวชกรรม โรงพยาบาลเด็กสรรพสิทธิประสงค์. (2567). รายงานสถิติผู้รับบริการคลินิกกระตุ้น

พัฒนาการเด็ก ประจำปี 2567 (เอกสารภายใน). อุบลราชธานี: โรงพยาบาลเด็กสรรพสิทธิประสงค์.

อธิวัฒน์ กุลวงษ์ และดรุณี รุจกรกานต์. (2568). ผลของโปรแกรมการจัดการความเครียดต่อทักษะการจัดการความเครียดของผู้ดูแลเด็กโรคสมาธิสั้น. วารสารการพยาบาลจิตเวชและสุขภาพจิต, 39(1), 103-116.

อุมาพร สุขสวัสดิ์ และคณะ. (2560). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเครียดของผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้า. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 31(3), กันยายน–ธันวาคม.

Alkhateeb, H., Hadidi, M., & Mounzer. (2022). The impact of autism spectrum disorder on parents in

Arab countries: A systematic literature review. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/35911024/

Aravinna, L. P., et al. (2022). Parenting stress among mothers of children with developmental disabilities in Sri Lanka. Disability and Rehabilitation, 1–9.

Cabrera, J. J., et al. (2021). The impact of child behavioral problems on parenting stress in families with a child with developmental disabilities. International Journal of Environmental Research and Public Health, 18(5), 2299.

Carter, M. C., & Miles, M. S. (1989). The Parental Stressor Scale: Pediatric Intensive Care Unit. Maternal-child nursing journal, 18(3), 187–198.

Edmunds, S. R., Tagavi, D. M., Harker, C. M., DesChamps, T., & Stone, W. L. (2025). Quality of life in caregivers of toddlers with autism features. Research in Developmental Disabilities, 161, 104999. https://doi.org/10.1016/j.ridd.2025.104999

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191.

Hermawati, D., Somantri, M., & Indriana, Y. (2023). Compassionate love parenting training to reduce stress in caregivers of children with special needs: An experimental study. Psikohumaniora, 8(1), 69–86. https://doi.org/10.21580/pjpp.v8i1.14931

Kruger, V., & Murphy, K. M. (2025). Music therapy in paediatric care for children, adolescents, and their families. In Music Therapy (pp. 137–158). https://doi.org/10.1007/978-3-031-85724-9_7

Lazarus, R. S., & Folkman, S. (1984). Stress: Appraisal and coping. Retrieved from

https://link.springer.com/referenceworkentry/10.1007/978-1-4419-1005-9_215

Li, S. N., Chien, W. T., Lam, S. K. K., Chen, Z. Y., & Ma, X. (2024). Effectiveness of parent-focused

interventions for improving the mental health of parents and their children with autism spectrum disorder: A systematic review and meta-analysis. Research in Autism Spectrum Disorders, 114, 102389. https://doi.org/10.1016/j.rasd.2024.102389

Sawilowsky, S. S. (2009). New effect size rules of thumb. Journal of Modern Applied Statistical Methods, 8(2), 597-599. https://doi.org/10.22237/jmasm/1257035100

Susanne Garvis, & Donna Pendergast. (2015). What do early childhood teacher graduands say about

working with infants and toddlers?: An exploratory investigation of perceptions. Retrieved April 10, 2024, from https://journals.sagepub.com/doi/abs/10.1177/183693911504000413

World Health Organization. (2023). Global report on children with developmental disabilities. Retrieved from https://www.who.int/publications/b/69686

Yang, T., Wang, Y., Xu, P., & Tao, Y. (2025). The effectiveness of mindfulness-based interventions in

improving the mental health of parents of children with intellectual or developmental disabilities: A systematic review and meta-analysis. Journal of Autism and Developmental Disorders. https://doi.org/10.1007/s10803-025-06790-3

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-03-31

รูปแบบการอ้างอิง

ทองหนุน ธ. ., & นามกุล ป. . (2026). ผลของโปรแกรมเพิ่มสุขต่อความเครียดของผู้ดูแลเด็กพัฒนาการล่าช้า จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 6(1), e278971. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/278971

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย