ผลของการเตรียมความพร้อมด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงร่วมกับแนวคิดจิตตปัญญา ต่อความรู้และการรับรู้สมรรถนะตนเอง ในการปฏิบัติการพยาบาลในผู้ป่วยวิกฤต ของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต
คำสำคัญ:
สถานการณ์จำลองเสมือนจริง, แนวคิดจิตตปัญญา, การรับรู้สมรรถนะตนเอง, ความรู้, การพยาบาลผู้ป่วยวิกฤตบทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ เป็นการวิจัยแบบกึ่งทดลอง แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบคะแนนความรู้ และคะแนนการรับรู้สมรรถนะตนเองของนักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตก่อนและหลังการได้รับการเตรียมความพร้อมด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงร่วมกับแนวคิดจิตตปัญญา กลุ่มตัวอย่าง คือ นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิต ชั้นปีที่ 3 วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครศรีธรรมราช ปีการศึกษา 2567 ที่ขึ้นฝึกปฏิบัติรายวิชาปฏิบัติการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 2 จำนวน 32 คน คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย (1) รูปแบบการเตรียมความพร้อมโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงที่พัฒนาขึ้นโดยใช้แนวคิดทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ของโคล์ปร่วมกับแนวคิดจิตตปัญญา (2) แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยวิกฤต และ (3) แบบประเมินการรับรู้สมรรถนะตนเอง ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 3 ท่าน และตรวจสอบความเชื่อมั่นแบบประเมินความรู้เกี่ยวกับการดูแลผู้ป่วยวิกฤตด้วยวิธี KR 20 มีค่าเท่ากับ 0.85 และแบบประเมินการรับรู้สมรรถนะตนเองด้วยการหาค่าสัมประสิทธิ์อัลฟาของครอนบาค มีค่าเท่ากับ 0.92 วิเคราะห์ข้อมูลเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นต้น และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของคะแนนความรู้ และค่าเฉลี่ยคะแนนการรับรู้สมรรถนะของตนเองก่อนและหลัง ด้วยสถิติ paired t-test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05
ผลการศึกษา พบว่า นักศึกษาพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3 มีคะแนนความรู้ภายหลังการได้รับการเตรียมความพร้อมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 14.64 คะแนน (SD = 3.03) ซึ่งมีค่าสูงกว่าก่อนการได้รับการเตรียมความพร้อมที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 9.23 คะแนน (SD = 2.50) ด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงร่วมกับแนวคิดจิตตปัญญา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = 5.12, p-value < 0.001) สำหรับคะแนนการรับรู้สมรรถนะตนเอง ภายหลังการได้รับการเตรียมความพร้อมมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 คะแนน (SD = 0.39) ซึ่งมีค่าสูงกว่าก่อนการได้รับการเตรียมความพร้อมที่มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.23 คะแนน (SD = 0.37) ด้วยสถานการณ์จำลองเสมือนจริงร่วมกับแนวคิดจิตตปัญญา อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t = 5.67, p-value < 0.001) จากผลการวิจัย อาจารย์ผู้สอนควรมีการเตรียมความพร้อมโดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงร่วมกับแนวคิดจิตปัญญา เพื่อเพิ่มพูนความรู้และการรับรู้สมรรถนะตนเองให้กับนักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติการพยาบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
Downloads
เอกสารอ้างอิง
จิรสุดา ทะเรรัมย์, ธิดารัตน์ คณิงเพียร, และ กรวรรณ ผมทอง. (2566). ผลของการใช้โปรแกรมการเตรียมความพร้อมใน
การฝึกปฏิบัติหลักการและเทคนิคการพยาบาลแบบผสมผสานวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสุรินทร์. วารสาร
คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยบูรพา, 31(2), 67-76.
จักรกฤษณ์ จันทะคุณ. (2560). ผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแนวคิดจิตตปัญญาศึกษาที่ส่งผลต่อความสามารถใน
การพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นของนิสิตครู มหาวิทยาลัยพะเยา. วารสารการวิจัยเพื่อพัฒนาชุมชน (มนุษยศาสตร์
และสังคมศาสตร์), 10(4), 186-199.
ณัฐธยาน์ ชาบัวคำ, สุภารัตน์ พิสัยพันธุ์, และ ญาณี แสงสาย. (2565). ผลของการใช้สถานการณ์จำลองต่อระดับการรับรู้
สมรรถนะตนเองด้านทักษะการฉีดยาและทักษะการฉีดยาของนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลกระทรวง
สาธารณสุข, 32(1), 206-218.
ปิยพงศ์ สอนลบ, สุวรรณี สร้อยสงค์, ภัณฑิรชา เฟื่องทอง, และ นันทวรรณ ธีรพงศ์. (2565). ผลของการเรียนโดย ใช้จิตตปัญญาศึกษาต่อความสุขในการเรียนรู้และพฤติกรรมการพยาบาลแบบองค์รวมของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีสรรพสิทธิประสงค์, 6(1), 112-126.
ภาวิณี แพงสุข และ ชลดา กิ่งมาลา. (2564). ผลของการใช้สถานการณ์จำลอง ต่อความรู้ และความมั่นใจใจความสามารถ
ในการดูแลผู้ป่วยที่มีภาวะฉุกเฉินของนักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิตชั้นปีที่ 3. วารสารพยาบาลสงขลา
นครินทร์, 41(2), 89-100.
วรนิภา กรุงแก้ว, ชุติมา รักษ์บางแหลม, อรุณรัตน์ โยธินวัฒนบำรุง, นิสากร จันทวี และนันท์ณภัส สารมาศ. (2567). ผลของการใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อความรู้และทักษะในการดูแลผู้ป่วยที่ใช้เครื่องช่วยหายใจของนักศึกษาพยาบาล. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้, 11(2), 1-15.
ศุภรัตน์ แจ่มแจ้ง, วิรดา อรรถเมธากุล, รัตนา นิลเลื่อม, และ นาตยา วงศ์ยะรา. (2564). ผลของการเรียนรู้โดยใช้ สถานการณ์จำลองเสมือนจริงต่อความสามารถในการแก้ปัญหาทางการพยาบาลและความมั่นใจในการ ปฏิบัติการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาสุขภาพของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า
จังหวัดเพชรบุรี, 4(3), 178-194.
สมจิตต์ สินธุชัย, และ กันยารัตน์ อุบลวรรณ. (2560). การเรียนรู้โดยใช้สถานการณ์จำลองเสมือนจริง : การนำไปใช้ในการ
จัดการเรียนการสอน. วารสารพยาบาลทหารบก, 18(1), 29-38.
สุุวรรณีี สร้อยสงค์์, สุภาณีี คลังฤทธิ์, ปิยพงศ์์ สอนลบ, จินดาวรรณ เงารัศมีี, นันทวรรณ ธีรพงศ์์, และ ขวัญสุวีย์ อภิิจันทร์
เมธากุล. (2567). ผลการใช้กิจกรรมจิตตปัญญาศึกษาเพื่อลดความเครียดและส่งเสริมการเผชิญปัญหาของนักศึกษาพยาบาลในวิชาปฏิบัติหลักการและเทคนิคการพยาบาล, วารสารคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา, 32(2), 53-65.
อนุวัติ คูณแก้ว. (2560). สถิติเพื่อการวิจัย (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.
Azizi, M., Ramezani, G., Karimi, E., Hayat, A. A., Faghihi, S. A., & Keshavarzi, M. H. (2022). A comparison of
the effects of teaching through simulation and the traditional method on nursing students’
self-efficacy skills and clinical performance: A quasi-experimental study. BMC Nursing, 21, 283.
https://doi.org/10.1186/s12912-022-01065.
Berkovich-Ohana, A., Jennings, P. A., & Lavy, S. (2019). Contemplative neuroscience, self-awareness, and
education. Progress in Brain Research, 244, 355-385. https://doi:10.1016/bs.pbr. 2018.10.015.
Demirtas, A., Guvenc, G., Aslan, Ö., Unver, V., Basak, T., & Kaya, C. (2021). Effectiveness of simulation-
based cardiopulmonary resuscitation training programs on fourth-year nursing students. Australasian Emergency Care, 24(1), 4-10.
Ebrahimi, H. K., Sohrabi, S., Ashtiyani, F. Z., Hafize, F., Esmaeilian, S., & Jafarnejad, S. (2020). Effect of
simalation-based CPR education on knowledge and performance of neonatal intensive care unit nurses. Journal of Critical Reviews, 7(7), 1135-1140.
Eyre, A. (2022). The Manchester Attack Support Group Programme: modelling a psychosocial response
to collective trauma. Journal of Psychosocial Studies, 15(1), 16-35.
Hung, C. C., Kao, H. S., Liu, H. C., Liang, H. F., Chu, T. P., & Lee, B. O. (2021). Effects of simulation-based
learning on nursing students' perceived competence, self-efficacy, and learning satisfaction: A
repeated measurement method. Nursing Education Today, 97, 104725. https://doi.org/10.1016/j.nedt.2020.104725.
Kolb, A. Y., & Kolb, D. A. (2005). Learning styles and learning spaces: Enhancing experiential learning in
higher education. Academy of Management Learning & Education, 4(2), 193-212.
Korkmaz, E. K., & Toraman, A. U. (2025). The effect of repeated simulation-based disaster education on
nursing students’ self-efficacy in disaster response. BMC Nursing, 24, 1433. https://doi.org/10.1186/s12912-025-04064-y
Saragih, I. D., Tarihoran, D. E. T. A. U., Lin, W. T., & Lee, B. O. (2024). Outcomes of scenario-based
simulation courses in nursing education: A systematic review and meta-analysis. Nurse
Education Today, 136, 106145. https://doi.org/10.1016/j.nedt.2024.106145
Sherman, G.L. (2021). Transformative Learning and Well-Being for Emerging Adults in Higher Education.
Journal of Transformative Education, 19(1), 29-49. https://doi.org/10.1177/1541344620935623
Tawalbeh, L. I. (2020). Effect of simulation modules on jordanian nursing student knowledge and
confidence in performing critical care skills: A randomized controlled trial. International Journal
of Africa Nursing Sciences, 13(10024), 1-6. https://doi.org/10.1016/j.ijans.2020.100242
Torne-Ruiz, A., Reguant, M., & Roca, J. (2023). Mindfulness for stress and anxiety management in
nursing students in a clinical simulation: A quasi-experimental study. Nurse Education in
Practice, 66, 1-7. https://doi.org/10.1016/j.nepr.2022.103533
Tong, L. K., Li, Y. Y., Au, M. L., Ng, W., Wang, S. C., Liu, Y., Shen, Y., Zhong, L., & Qiu, X. (2024). The
effects of simulation-based education on undergraduate nursing students’ competences: A
multicenter randomized controlled trial. BMC Nursing, 23, 400.
https://doi.org/10.1186/s12912-024-02069-7
Tutticci, N., Coyer, F., Lewis, P. A., & Ryan, M. (2016). High-fidelity simulation: Descriptive analysis of
student learning styles. Clinical Simulation in Nursing, 12(11), 511-521.
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
รูปแบบการอ้างอิง
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา (Thai Journal of Public Health and Health Education) เป็นลิขสิทธิ์ของ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี








