ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าบนแอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และ พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุในชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • บุษราภรณ์ สังวรณ์ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • วาสนา หลวงพิทักษ์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก https://orcid.org/0000-0002-0660-4847
  • สุพรรณี เปี้ยวนาลาว อาจารย์ประจำวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • นิตยา เพ็งเหล็ง นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • บัวเงิน ช่างเกวียนดี นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • บุญสิตา เกิดฤทธิ์ นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • บุษกร มีผิว นักศึกษาหลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุพรรณบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

ผู้สูงอายุ, ข้อเข่าเสื่อม, แอปพลิเคชันไลน์, โปรแกรม, พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลังการทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าบนแอปพลิเคชันไลน์ตามกรอบแนวคิดแบบจำลองความเชื่อด้านสุขภาพต่อความรู้และพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุ ระหว่างวันที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2568 ถึง 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุ จำนวน 32 คน ซึ่งเป็นสมาชิกกลุ่มดอกไม้ดิน ตำบลโพธิ์พระยา อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง โดยกำหนดคุณสมบัติสามารถสื่อสารภาษาไทยและสามารถใช้แอปพลิเคชันไลน์ได้ โดยกำหนดเกณฑ์คัดออกคือผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคข้อเข่าเสื่อม และไม่สามารถเข้าร่วมโปรแกรมได้ครบ ทุกข้อคำถามของแบบสอบถามความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าบนแอปพลิเคชันไลน์ และแบบสอบถามพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพ มีค่าความตรงเชิงเนื้อหาอยู่ระหว่าง 0.67-1.00 โดยแบบทดสอบความรู้มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.75 และแบบสอบถามพฤติกรรมมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.89 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่   ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired Sample t-test และ Wilcoxon Signed-Rank Test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.01

            ผลการวิจัย พบว่า หลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าบนแอปพลิเคชันไลน์ ค่าเฉลี่ยคะแนนความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อมของกลุ่มตัวอย่างสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (Z = -4.79, p < 0.001) และค่าเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุสูงกว่าก่อนได้รับโปรแกรม (t = 5.83, p = 0.001) แสดงให้เห็นว่า โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าบนแอปพลิเคชันไลน์เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิผล สามารถเพิ่มศักยภาพการดูแลตนเองของผู้สูงอายุและช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคข้อเข่าเสื่อม ทั้งยังเป็นรูปแบบการดำเนินงานที่สะดวก เข้าถึงง่าย และสามารถขยายผลไปใช้ในชุมชนอื่นได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). สถานการณ์ผู้สูงอายุไทย พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: กรมกิจการผู้สูงอายุ

กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์.

https://www.dop.go.th/th/statistics_page?cat=12&id=2563

ชวิศ เมธาบุตร. (2565). การพัฒนารูปแบบการจัดการโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9, 16(3), 69–83. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RHPC9Journal/article/view/259093/177045

เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา. (2567, 12 มกราคม). กลุ่มดอกไม้ดิน เทศบาลตำบลโพธิ์พระยา ประจำปี 2567. https://www.phophaya.go.th/news-detail?hd=1&id=42094

นฤมล จันทร์สุข, นันทพร ทองเต็ม, และอัศวเดช สละอวยพร. (2567). ผลของการใช้สื่อสุขภาพรูปแบบแอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และพฤติกรรมการป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 17(3), 240–252. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/RDHSJ/article/view/271496

นรีกานต์ กลั่นกำเนิด, และปชาณฏัฐ์ นนท์ไทยทวีกุล. (2566). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนร่วมกับการออกกำลังกายแบบแรงต้านต่อความปวดและกิจกรรมทางกายของผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารพยาบาล, 72(4), 1–10. https://he02.tcithaijo.org/index.php/TJN/article/view/263115

เบญญาภา ศรีสว่าง. (2563). การพัฒนาแอปพลิเคชันมือถือสำหรับวิเคราะห์ความเสี่ยงของโรคข้อเข่าเสื่อม (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยศรีปทุม). DSpace@SPU. https://dspace.spu.ac.th/server/api/core/bitstreams/64453e33-66f4-433e-8988-ffef55cff3da/content

ปาริชาติ ลิ้มเจริญสุข. (2565). การพยาบาลผู้ป่วยสูงอายุข้อเข่าเสื่อมหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม: กรณีศึกษา. ชัยภูมิเวชสาร. https://thaidj.org/index.php/CMJ/article/view/13366

พัณณ์ชิตา จันทร์สุหร่าย. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมกำกับตนเองร่วมกับการใช้แอปพลิเคชันไลน์ในบุคลากรที่มีดัชนีมวลกายเกินเกณฑ์ในโรงพยาบาลประจวบคีรีขันธ์. วารสารการพยาบาลและนวัตกรรมสุขภาพ, 1(1), e3731_1–15. https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/3547/2758

รัตน์ศิริ ทาโต. (2568). การวิจัยทางพยาบาลศาสตร์: แนวคิดสู่การประยุกต์ใช้ (พิมพ์ครั้งที่ 9). คณะพยาบาลศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

สินีนาฏ วิไลจิตต์. (2565). ผลของโปรแกรมการออกกำลังกายด้วยยางยึดต่อความรุนแรงของโรคในผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อม โรงพยาบาลดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี. บูรพาเวชสาร, 9(2), 61–75. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/Bjmed/article/view/254717

สุวรรณี สร้อยสงค์, และคณะ. (2562). การพยาบาลผู้สูงอายุโรคข้อเข่าเสื่อม. วารสารวิชาการแพทย์เขต 11, 33(2), 197–210. https://he02.tci-thaijo.org/index.php/Reg11MedJ/article

อาภาพร เผ่าวัฒนา, สุนีย์ ละกำปั่น, และ สุรินธร กลัมพากร (บ.ก.). (2568). ประเด็นร่วมสมัยในการพยาบาลชุมชนขั้นสูง. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยมหิดล

Chu, S.-F., & Wang, H.-H. (2022). Outcome expectations and older adults with knee osteoarthritis: Their exercise outcome expectations in relation to perceived health, self-efficacy, and fear of falling. Healthcare, 11(1), 57. https://doi.org/10.3390/healthcare11010057

Dashtian, M., Tavafian, S. S., Shirazi, K. K., Yazdanpanah, P., Maghbouli, R., & Shojaei, S. (2025). Educational program based on health belief model on knee osteoarthritis pain management in Iranian perimenopausal women: A randomized parallel controlled study. BMC Musculoskeletal Disorders, 26(1), 1034. https://doi.org/10.1186/s12891-025-09248-w

Elryes, F. E. H. A., Elmaaty, G. M. A., Abdel Salam, N. A. A., & Hassan, M. E. (2023). Effect of applying health belief model on osteoarthritis preventive behaviors in middle-aged women. Port Said Scientific Journal of Nursing, 10(4), 254–280. https://doi.org/10.21608/pssjn.2023.199650.1253

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191.

Glanz, K., Rimer, B. K., & Viswanath, K. (2024). The Health Belief Model of Behavior Change. In StatPearls. StatPearls Publishing. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK606120/

Stevenson, R. D. M., Chowdhury, E. A., Inza, V. B., Western, M. J., Walsh, N. E., Jones, S. L., & Bilzon, J. L. J. (2024). Development of the intelligent knee osteoarthritis lifestyle app: A person-based approach. BMC Musculoskeletal Disorders, 25, Article 189. https://doi.org/10.1186/s12891-024-07313-4

Tang, L., Wang, M.-M., Wang, H.-X., He, X.-Y., & Jiang, Y.-S. (2025). Exercise through mHealth applications versus traditional exercise on pain, functional ability, and quality of life in patients with knee osteoarthritis: A systematic review and meta-analysis of randomized controlled trials. Frontiers in Physiology, 15, Article 1511199. https://www.frontiersin.org/articles/10.3389/fphys.2024.1511199/full

Weber, F., Kloek, C., Stuhrmann, S., Blum, Y., Grüneberg, C., & Veenhof, C. (2024). Usability and preliminary effectiveness of an app-based physical activity and education program for people with hip or knee osteoarthritis: A pilot randomized controlled trial. Arthritis Research & Therapy, 26(83), 1–14. https://doi.org/10.1186/s13075-024-03291-z

Yamamoto, Y., et al. (2022). Mobile application for home exercise adherence in patients with knee osteoarthritis: A pilot study. Medicine, 101(42), e31181. https://doi.org/10.1097/MD.0000000000031181

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-04-28

รูปแบบการอ้างอิง

สังวรณ์ บ., หลวงพิทักษ์ ว., เปี้ยวนาลาว ส. ., เพ็งเหล็ง น., ช่างเกวียนดี บ., เกิดฤทธิ์ บ., & มีผิว บ. (2026). ผลของการใช้โปรแกรมส่งเสริมสุขภาพข้อเข่าบนแอปพลิเคชันไลน์ต่อความรู้และ พฤติกรรมส่งเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อมของผู้สูงอายุในชุมชนจังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 6(1), e279131. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/279131

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย