อัตรารอดชีพผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย โรงพยาบาลม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2561 – 2568

ผู้แต่ง

  • ณัฐญา วิเศษรอด หลักสูตรสาธารณสุขศาสตรมหาบัณฑิต กลุ่มวิชาวิทยาการระบาด คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • สุพจน์ คำสะอาด สาขาวิชาวิทยาการระบาดและชีวสถิติ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
  • กชกร ทิพย์สันเทียะ สาขาอนามัยชุมชน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  • กชมนณกร จำปาเงิน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จังหวัดนนทบุรี
  • อภิรดี แซ่ลิ่ม สาขาวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาการคอมพิวเตอร์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
  • Haris Khurram National University of Computer and Emerging Sciences, Pakistan

คำสำคัญ:

ไตเรื้อรังระยะสุดท้าย, อัตราการรอดชีพ, Kaplan-Meier, รูปแบบการรักษา

บทคัดย่อ

การศึกษานี้เป็นการศึกษาจากเหตุไปหาผลแบบย้อนหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาอัตรารอดชีพของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2561 – 2568 และเปรียบเทียบอัตรารอดชีพระหว่างรูปแบบการบำบัดทดแทนไต จากข้อมูลเวชระเบียนผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยเป็นโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม 2561 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ติดตามสถานะสุดท้ายผู้ป่วยทุกราย ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จำนวน 546 ราย วิเคราะห์อัตรารอดชีพโดยวิธี Kaplan-Meier นำเสนอฟังก์ชันการรอดชีพ ค่ามัธยฐานระยะเวลารอดชีพ และอัตรารอดชีพสะสมพร้อมช่วงความเชื่อมั่น 95% และเปรียบเทียบอัตรารอดชีพระหว่างกลุ่มโดย Log–rank test กำหนดระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05

ผลการศึกษา ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายจำนวน 546 คน อายุเฉลี่ย 69.26  ปี (S.D. = 13.16) มีระยะเวลาติดตามรวม 1,416.98 คนต่อปี เสียชีวิต 388 คน คิดเป็นอัตราตาย 27.38 ต่อ 100 คนต่อปี ค่ามัธยฐานการรอดชีพ 2.44 ปี (95% CI: 2.11-2.74) อัตรารอดชีพโดยรวมของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายในระยะเวลา 1, 3, 5 และ 7 ปี ร้อยละ 71.79 (95% CI: 67.82-75.37), ร้อยละ 44.14 (95% CI: 39.89-48.29), ร้อยละ 29.14 (95% CI: 24.93-33.46) และร้อยละ 11.82 (95% CI: 6.64-18.62) ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบอัตราการรอดชีพระหว่างรูปแบบการรักษา พบว่าอัตรารอดชีพแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (log-rank test, p < 0.001) นั่นคือ ค่ามัธยฐานการรอดชีพผู้ป่วยที่มีการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม 5.76 ปี (95% CI: 4.55-6.81) การล้างไตทางช่องท้อง 3.60 ปี (95% CI: 2.60-5.59) และการไม่ได้รับการฟอกไต 1.45 ปี (95% CI: 1.15-1.79) จากการศึกษานี้ ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมมีค่ามัธยฐานการรอดชีพสูงที่สุด รองลงมาคือการล้างไตทางช่องท้อง และการไม่ฟอกไต ตามลำดับ ข้อมูลอัตรารอดชีพจำแนกตามรูปแบบการรักษานี้สามารถใช้ประกอบการพยากรณ์โรค การวางแผนการรักษา การดูแลและการติดตามผู้ป่วยไตเรื้อรังระยะสุดท้ายได้ การศึกษาครั้งต่อไปควรคำนึงถึงปัจจัยที่เป็นสาเหตุการเสียชีวิต ทั้งนี้เพื่อยืดระยะเวลารอดชีพให้ยาวนานยิ่งขึ้น

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2568). กรมควบคุมโรค รณรงค์วันไตโลก "หมั่นดูแลไต ใส่ใจคัดกรอง ป้องกันโรคไต" เน้นย้ำผู้ป่วยเบาหวานความดันโลหิตสูง ต้องตรวจคัดกรองโรคไตทุกปี. สืบค้นจาก https://ddc.moph.go.th/brc/news.php?news=50932&deptcode=brc&news_views=2469

กระทรวงสาธารณสุข, ระบบคลังข้อมูลด้านการแพทย์และสุขภาพ. (2568). ข้อมูลเพื่อตอบสนอง Service Plan สาขาไต. สืบค้นจาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report

ครองขวัญ ภูดีบุตร, สุพจน์ คำสะอาด, และ อรวรรณ อรดี. (2565). อัตรารอดชีพผู้ป่วยไตวายเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการบำบัดทดแทนไตของโรงพยาบาลยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์. ศรีนครินทรเวชสาร, 37(1), 49-55.

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2563). การบำบัดทดแทนไตในปัจจุบัน. สืบค้นจาก https://www.nephrothai.org/wp-content/uploads/2020/08/การบำบัดทดแทนไตในปัจจุบัน.pdf

สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย. (2566). คำแนะนำสำหรับการดูแลรักษาสนับสนุนและประคับประคองผู้ป่วยโรคไตเรื้อรัง พ.ศ. 2566. สมาคมโรคไตแห่งประเทศไทย.

สันติสุข พรหมเดช, อรวรรณ วงศ์สมบัติ, ญาณาธิป หมื่นแก้ว, บัณฑิตา สัสดีแพง, กันต์ธีทัต ตันประดิษฐ์, และ ณัฐ นาเอก. (2567). การเปรียบเทียบอัตราการรอดชีพของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้ายที่ได้รับการรักษาด้วยการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียมและการล้างไตทางช่องท้อง ณ โรงพยาบาลพะเยา. Health Science, Science and Technology Reviews, 17(1), 38-51.

Ahmadi Valiabadi, S., Hosseinigolafshani, S. Z., & Ranjbaran, M. (2024). Survival rate of hemodialysis patients and its predictors: A multicentric retrospective cohort study. Jundishapur Journal of Chronic Disease Care, 13(3), e142669. doi:10.5812/jjcdc-142669

Chou, A., Li, C., Farshid, S., Hoffman, A., & Brown, M. (2023). Survival, symptoms and hospitalization of older patients with advanced chronic kidney disease managed without dialysis. Nephrology Dialysis Transplantation, 38(2), 405-413.

Premprasong, A., Nata, N., Tangwonglert, T., Supasyndh, O., & Satirapoj, B. (2024). Risk factors associated with mortality among patients on maintenance hemodialysis: The Thailand Renal Replacement Therapy registry. Therapeutic Apheresis and Dialysis, 28(6), 839-854.

Reindl-Schwaighofer, R., Kainz, A., Kammer, M., Dumfarth, A., & Oberbauer, R. (2017). Survival analysis of conservative vs. dialysis treatment of elderly patients with CKD stage 5. PLoS ONE, 12(7), e0181345.

Rout, P., & Aslam, A. (2025). End-stage renal disease. In StatPearls [Internet]. Treasure Island, FL: StatPearls Publishing. Retrieved from https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK499861/

Satirapoj, B. (Ed.). (2025). Thailand Renal Replacement Therapy Registry 2023 annual data report (1st ed.). Bangkok: The Subcommittee of the Thai Renal Replacement Therapy (TRT) Registry 2024, The Nephrology Society of Thailand.

Sun, Y., Wang, Y., Yu, W., Zhuo, Y., Yuan, Q., & Wu, X. (2018). Association of dose and frequency on the survival of patients on maintenance of hemodialysis in China: A Kaplan-Meier and Cox-proportional hazard model analysis. Medical Science Monitor, 24, 5329-5337.

World Health Organization, International Association for the Study of Obesity, & International Obesity Task Force. (2000). The Asia-Pacific perspective: Redefining obesity and its treatment. Melbourne: Health Communications Australia.

World Health Assembly. (2025).Reducing the burden of noncommunicable diseases through promotion of kidney health and strengthening prevention and control of kidney disease (Resolution No. WHA78.6). Geneva: World Health Organization.

Yao, X., Lei, W., Shi, N., Lin, W., Du, X., Zhang, P., et al. (2020). Impact of initial dialysis modality on the survival of patients with ESRD in eastern China: A propensity-matched study. BMC Nephrology, 21, 310. doi:10.1186/s12882-020-01909-3

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

27-08-2026

รูปแบบการอ้างอิง

วิเศษรอด ณ., คำสะอาด ส., ทิพย์สันเทียะ ก., จำปาเงิน ก., แซ่ลิ่ม อ., & Khurram, H. (2026). อัตรารอดชีพผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะสุดท้าย โรงพยาบาลม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี ปี พ.ศ. 2561 – 2568. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 6(2), e281219. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/281219

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย