ประสิทธิผลของการสูดดมยาสมุนไพรเพื่อลดความดันโลหิตในผู้ที่มีภาวะความดันโลหิตสูงชนิด White Coat Hypertension ณ โรงพยาบาลสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินประสิทธิผลของการสูดดมยาสมุนไพรต่อค่าความดันโลหิต อัตราการเต้นชีพจร อัตราการหายใจ และระดับความเครียดของผู้มารับบริการ โรงพยาบาลสำโรงทาบ จังหวัดสุรินทร์ การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental Research) แบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง (One-group pretest–posttest design) กลุ่มตัวอย่างเป็นผู้รับบริการที่มีภาวะความดันโลหิตสูงแบบ White Coat Hypertension จำนวน 100 คน คัดเลือกแบบเจาะจงตามเกณฑ์คัดเข้า–ออก ผู้เข้าร่วมได้รับการสูดดมยาสมุนไพรสูตรตำรับ 11 ชนิด ได้แก่ ใบเล็บครุฑ หัวเปราะหอมขาว ขมิ้นชัน กระวาน กานพลู อบเชย ลูกผักชี พริกไทยดำ พิมเสน การบูร เมนทอล เป็นเวลา 5 นาทีร่วมกับการนั่งพัก เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ เครื่องวัดความดันโลหิตอัตโนมัติ แบบบันทึกสัญญาณชีพ และแบบประเมินความเครียด ST-5 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา และทดสอบความแตกต่างด้วย Paired t-test สำหรับข้อมูลที่มีการแจกแจงปกติ และ Wilcoxon Signed-Rank Test สำหรับข้อมูลที่ไม่เป็นปกติ ผลการศึกษาพบว่า หลังการสูดดมยาสมุนไพร ค่าความดันโลหิตซิสโตลิกลดลงจากเฉลี่ย 152.05 mmHg เป็น 127.90 mmHg (Mean diff = 24.15; t(99) = 16.16; p < 0.001; d = 1.62) และค่าความดันไดแอสโตลิกลดลงจาก 82.38 mmHg เป็น 72.63 mmHg (Mean diff = 9.75; t(99) = 9.28; p < 0.001; d = 0.93) อัตราการเต้นชีพจรลดลงจาก 81.58 เป็น 73.04 ครั้ง/นาที (t(99) = 6.46; p < 0.001) และอัตราการหายใจลดลงจาก 18.60 เป็น 17.64 ครั้ง/นาที (t(99) = 4.02; p < 0.001) ระดับความเครียด ST-5 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยค่ามัธยฐานจาก 3 เป็น 1 (z = –8.68; p < 0.001; r = 0.87) ความพึงพอใจต่อการใช้ยาดมสมุนไพรอยู่ในระดับดีมาก สรุปได้ว่า ยาดมสมุนไพรไทยมีประสิทธิผลในการลดค่าความดันโลหิต สัญญาณชีพ และระดับความเครียดในระยะสั้นในผู้ที่มีภาวะ White Coat Hypertension อย่างไรก็ตาม การศึกษานี้เป็นการวิจัยแบบกลุ่มเดียวก่อน–หลัง จึงควรมีการทดลองแบบสุ่มที่มีกลุ่มควบคุมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ในอนาคต
Article Details
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. (2023). Hypertension. สืบค้นเมื่อ 11 พฤศจิกายน 2025, จาก https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/hypertension.
กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานประจำปี 2566 กองโรคไม่ติดต่อ. นนทบุรี: กรมควบคุมโรค. สืบค้นเมื่อ 14 สิงหาคม 2024, จาก https://www.ddc.moph.go.th/uploads/files/4155620240314033823.pdf
ณัฐธิวรรณ พันธ์มุง และคณะ. (2567). การศึกษาการค้นหากลุ่มสงสัยป่วยความดันโลหิตสูงที่มารับบริการในโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ตามแนวทางการจัดการเมื่อพบผู้ที่มีความดันโลหิตสูงในโรงพยาบาล. วารสารวิชาการกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. 20(1) ,1–12.
ชัชดนัย มุสิกไชย และคณะ. (2562). การศึกษาประสิทธิผลของยาสมุนไพรตำรับพอกเข่าในผู้สูงอายุที่ปวดเข่าในชุมชนตำบลน้ำเกลี้ยง อำเภอน้ำเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารวิจัยสาธารณสุขศาสตร์. 12(3), 77–90.
Mancia G, et al. (2021). White-Coat Hypertension: Pathophysiological and Clinical Aspects: Excellence Award for Hypertension Research 2020. Hypertension. 78(12), 1677–1688.
Cohen JB, et al. (2019). Cardiovascular events and mortality in white coat hypertension: A systematic review and meta-analysis. Annals of Internal Medicine. 170(12), 853–862.
Snyder EM, et al. (2011). Effects of an inhaled β2-agonist on cardiovascular function and sympathetic activity in healthy subjects. Pharmacotherapy. 31(8), 748–756.
Cuspidi C, et al. (2016). White coat hypertension: To treat or not to treat?. Current Hypertension Reports. 18(80), 1–9.
จิรภรณ์ อังวิทยาธร. (2562). จริงหรือไม่ วัดความดันโลหิตที่โรงพยาบาลสูงกว่าวัดที่บ้าน. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2568, จาก https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=826.
Hwang JH. (2006). The effects of the inhalation method using essential oils on blood pressure and stress responses of clients with essential hypertension. Journal of Korean Academy of Nursing. 36(7), 1123–1134.
Ariafar M, et al. (2022). Role and mechanism of aromatherapy on hemodynamic parameters for patients with cardiovascular disease: A systematic review. Journal of Shahrekord University of Medical Sciences. 24(2), 93–99.
Kim IH, et al. (2012). Essential oil inhalation on blood pressure and salivary cortisol levels in prehypertensive and hypertensive subjects. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine. 2012, 984203: 1–9.
อุทัย โสธนะพันธุ์. (2559). กลไกการออกฤทธิ์ของสุคนธบำบัดต่อระบบประสาทส่วนกลาง. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.pharm.su.ac.th/ceonline/1006-1-000-004-12-2559.pdf
ศราวุฒิ แพะขุนทด และคณะ. (2565). ผลของการสูดดมกลิ่นน้ำมันหอมระเหยขมิ้นชันต่อระบบประสาทอัตโนมัติและอารมณ์ความรู้สึก. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยการพยาบาลและสาธารณสุขภาคใต้. 9(1), 257–269.
จุฑารัตน์ พิริยะเบญจวัฒน์. (2562). ยาดมสมุนไพรและแนวคิดการสร้างนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ยาดมสมุนไพร. วารสารวิทยาลัยดุสิตธานี. 13(2), 479–492.
Borges e Soares GA, et al. (2022). Exploring pharmacological mechanisms of essential oils on the central nervous system. Plants. 11, 21.
กฤติยา ไชยนอก. (2561). มาทํายาดมสมุนไพรกันเถอะ. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2568, จาก https://www.pharmacy.mahidol.ac.th
Ly HT, et al. (2022). Therapeutic potential of Polyscias fruticosa (L.) Harms leaf extract for Parkinson’s disease treatment by Drosophila melanogaster model. Oxidative Medicine and Cellular Longevity. 2022, Article ID 5262677: 1–18.
Singh A, et al. (2023). The industrially important genus Kaempferia: An ethnopharmacological review. Frontiers in Pharmacology. 14, 1099523.
Hadi A, et al. (2019). The effect of curcumin/turmeric on blood pressure modulation: A systematic review and meta-analysis. Pharmacological Research. 146, 104505.
Somjai S, et al. (2024). The effectiveness of herbal inhaler products, Suan Sunandha Palace recipe. South East European Journal of Public Health. 25(S1), 1333–1340.
Kajjari S, et al. (2022). The effects of lavender essential oil and its clinical implications in dentistry: A review. International Journal of Clinical Pediatric Dentistry. 15(3), 385–388.
น้ำฝน แหวนหล่อ และ ชฎาพร เสนาคุณ. (2566). การศึกษาการทำยาดมสมุนไพรสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนสันติภาพพัฒนา บ้านหนองหว้า ตำบลงัวบา อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิทยาการสิ่งแวดล้อมไทย. 6(6), 73–82.
Peixoto-Neves D, et al. (2014). Eugenol dilates rat cerebral arteries by inhibiting smooth muscle cell voltage-dependent calcium channels. Journal of Cardiovascular Pharmacology. 64(5), 401–406.
Silva H. (2020). Current knowledge on the vascular effects of menthol. Frontiers in Physiology. 11, 298.
อุมาภรณ์ ไชยแก้ว. (2565). ความคิดเห็นต่อการใช้ยาดมสมุนไพรของผู้ใช้บริการในจังหวัดเชียงใหม่. วารสารทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยพายัพ. 17(2), 55–67.
Hfocus.org. (2025). สธ.ขับเคลื่อน “ยาดมสมุนไพร” สู่ Soft Power ระดับโลก. สืบค้นเมื่อ 14 พฤศจิกายน 2568, จาก https://www.hfocus.org/content/2025/11/35903
กรมสุขภาพจิต. (2564). แบบประเมินความเครียด ST-5. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2568, จาก https://www.dmh.go.th.
Shapiro SS, and Wilk MB. (1965). An analysis of variance test for normality (complete samples). Biometrika. 52(3–4), 591–611.
Freeman M, et al. (2019). Aromatherapy and essential oils: A map of the evidence. สืบค้นเมื่อ 10 สิงหาคม 2568, จาก https://www.hsrd.research.va.gov/publications/esp/reports.cfm
ญาดา เรียมริมมะดัน และคณะ. (2565). ประสิทธิผลของเจลน้ำมันสมุนไพรต่อความเครียดและการผ่อนคลายในผู้สูงอายุ. วารสารวิจัยการพยาบาลและสุขภาพ. 23(1), 110–119.
อำพล บุญเพียร และคณะ. (2565). ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. 16(3), 207–221.
วิภาวรรณ พวงคชจร และคณะ. (2568). ประสิทธิผลของโปรแกรมการพยาบาลต่อการเตรียมความพร้อมสู่ความตายอย่างสงบของผู้ป่วยระยะสุดท้าย โรงพยาบาลวังชิ้น จังหวัดแพร่. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ. 10(2), 481–490.
ธานี สุขไชย. (2568). ผลการศึกษาการแช่เท้าด้วยตำรับยาสมุนไพรต่อผู้ป่วยความดันโลหิตสูงที่มารับบริการในคลินิกโรคเรื้อรัง โรงพยาบาลพนา จังหวัดอำนาจเจริญ. วารสารหมอยาไทยวิจัย. 11(1), 89–106.