ผลการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดใบพลูต่อเชื้อสเตร็พโตค็อคคัส มิวแทนส์

Main Article Content

ณลิตา ไพบูลย์
ปาริชาติ อ้นองอาจ
กัมปนาท คำสุข
ภรณ์ทิพย์ ชัยสว่าง
วราภรณ์ มหาทรัพย์

บทคัดย่อ

การศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาผลของสารสกัดใบพลูต่อการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ สเตร็พโตค็อคคัสมิวแทนส์สายพันธุ์ ATCC25175T (S.mutans) โดยการหาค่าความเข้มข้นต่ำสุดในการยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อ S.mutans ซึ่งเป็นสาเหตุของฟันผุโดยการนำใบพลูมาสกัดด้วย 95% เอทานอล หาค่าความเข้มข้นต่ำสุดของสารสกัดใบพลูที่สามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้ด้วยวิธีการเจือจางแบบ 2-Fold serial dilution และทดสอบผลของสารสกัดต่อการลดของ pH จากเชื้อ S.mutans ด้วยวิธี Glycolytic pH drop ผลการศึกษา พบว่าค่าความเข้มข้นต่ำสุดของสารสกัดใบพลูที่สามารถยับยั้งการเจริญของจุลินทรีย์ได้คือ 1.56 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และผลการศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากใบพลูที่มีผลต่อกลไกการก่อโรคฟันผุของเชื้อ S.mutans โดยการทดสอบผลของสารสกัดต่อการลดลงของค่าความเป็นกรด - ด่าง (ค่า pH) ของเชื้อ S.mutans ด้วยวิธี Glycolytic pH drop ผลการทดสอบปรากฏว่าความเข้มข้น 0.10 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร มีอัตราการลดลงของ pH เหลือเพียง 0.023 หน่วยต่อนาที ซึ่งเป็นอัตราการลดลงของ pH ที่ดีที่สุด ดังนั้นสารสกัดเอทานอลของใบพลูสามารถแสดงฤทธิ์ต้านเชื้อ S.mutans และสามารถป้องกันฟันผุได้ เพราะฉะนั้นสามารถนำมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ป้องกันฟันผุได้ต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ไพบูลย์ ณ., อ้นองอาจ ป., คำสุข ก., ชัยสว่าง ภ., & มหาทรัพย์ ว. (2023). ผลการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดใบพลูต่อเชื้อสเตร็พโตค็อคคัส มิวแทนส์. วารสารหมอยาไทยวิจัย, 9(1), 89–98. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/261463
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

ภาณุพงษ์ กุลรันต์ และคณะ. (2562). การเปรียบเทียบปริมาณฟลูออไรด์และคาเทชินในสารสกัดชาเขียวตามแต่ละพื้นที่ในประเทศไทย. สำนักงานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีชั้นสูง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

เมธ์ ชวนคุณากร. (2540). การป้องกันฟันผุ. วารสารทันตสาธารณสุข. ปีที่ 5 ฉบับที่ 2, 1-9.

Sakeenabiand Hiremath. (2011). Dental caries experience and salivary Streptococcus mutans, lactobacilli scores, salivary flow rate, and salivary buffering capacity among 6-year-old Indian school children. Department of Preventive and Community Dentistry. 3(5), 412-417.

Fejerskov O. (1997). Concepts of dental caries and their consequences for understanding the disease. Dentistry and Oral Epidemiology.25(1), 5-12.

Xiao J, et al. (2007). Activity of Nidus vespae extract and chemical fractions against Streptococcus mutans biofilms. Letters in Applied Microbiology. 45(5), 547-552.

ปาจรีย์ ขาวสุด. (2557). ผลของการต้านเชื้อจุลชีพสมุนไพรไทยในวงค์ Lamiaceae, Piperaceae และZingiberaceae ต่อเชื้อก่อโรคในช่องปาก.วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.

รัชนีกร มูลปา และคณะ. (2563). สารสกัดจากใบพลูด้วยเอทานอล สำหรับการควบคุมโรคเต้านมอักเสบในโคนม. วารสารวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. ปีที่ 5 ฉบับที่2, 22-29.

Phaiboon N, et al. (2019). Effects of the EthanolicExtracts of Guava Leaves, Licorice Roots and Cloves on the Cariogenic Properties of Streptococcusmutans. Pharmacognosy Journal.11(5), 1029-1036.

Torrungruang K, et al. (2007). Antibacterial activity of mangosteen pericarp extract against cariogenic Streptococcus mutans. Chulalongkorn Dental Journal. 30, 1-10.

Yang Y, et al. (2016). Effect of Long Zhang Gargle on biofilm formation and Acidogenicity of Streptococcus mutans in vitro. BioMed Research International. 10(2016), 1-8.

Mahfuzul Hoque M, et al. (2011). Antibacterial Activity of Ethanol Extract of Betel Leaf (Piper betle L.) Against Some Food Borne Pathogens. Bangladesh Journal of Microbiology. 28(2), 58-63.

วนิดา ปิยวิโรจน์กุล. (2559). การผลิตกรดและการเจริญเติบโตของไบฟิโดแบคทีเรียในช่องปาก ในห้องปฏิบัติการ. วิทยานิพนธ์ปริญญาโทสาขาวิชาวิทยาศาสตร์สุขภาพช่องปาก คณะทันตแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์.