การทดสอบสารพฤกษเคมีเบื้องต้นและฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดใบกระท่อมต่อเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสมิวแทนส์

Main Article Content

ปาริชาติ อ้นองอาจ
กัมปนาท คำสุข
รัฐศาสตร์ เด่นชัย
ภรณ์ทิพย์ ชัยสว่าง
วราภรณ์ มหาทรัพย์
ณลิตา ไพบูลย์

บทคัดย่อ

กระท่อม (Mitragyna speciosa Korth) เป็นสมุนไพรที่ชาวบ้านนิยมบริโภคโดยนำใบสดมาเคี้ยว และมีการใช้ในทางการแพทย์แผนโบราณ กระท่อมมีสารพฤกษเคมีหลายกลุ่มซึ่งมีผลต่อการเจริญเติบโตของเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสมิวแทนส์ (Streptococcus mutans) ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคฟันผุ ที่ยังคงเป็นปัญหาและพบมากในปัจจุบัน ดังนั้นการศึกษาครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อตรวจสอบสารพฤกษเคมี และประเมินฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดใบกระท่อมต่อS. mutans ATCC 25175 ซึ่งเป็นเชื้อโรคในช่องปากที่โดดเด่นในโรคฟันผุ โดยสกัดใบกระท่อมด้วยเอทานอล จากนั้นนำสารสกัดใบกระท่อมไปทดสอบกลุ่มสารพฤกษเคมี และทดสอบฤทธิ์ต้านเชื้อเพื่อหาค่าความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดที่สามารถยับยั้งเชื้อแบคทีเรียได้ (MIC) และหาค่าความเข้มข้นที่ต่ำที่สุดที่สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้ (MBC) ด้วยวิธี Broth dilutionและทดสอบผลของสารสกัดต่อการลดลงของค่า pH จากเชื้อ S.mutans ด้วยวิธี Glycolytic pH drop ผลการทดสอบพบว่าสารสกัดใบกระท่อมมีสารกลุ่มแอลคาลอยด์ ฟลาโวนอยด์ เทอร์พีนอยด์ สารประกอบฟีนอลิก และแทนนินพบว่าสารสกัดใบกระท่อมมีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อ S. mutans ATCC 25175 มีค่า MIC เท่ากับ 3.125 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และมีค่า MBC เท่ากับ 100 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร และผลของสารสกัดต่อการลดลงของค่า pH พบว่าที่ความเข้มข้น 3.0 มิลลิกรัมต่อมิลลิลิตร มีผลดีที่สุดต่อการลดการผลิตกรดของเชื้อ S. mutansมีอัตราการลดลงของค่า pH เหลือ 0.026 หน่วยต่อนาที การศึกษานี้บ่งชี้ว่าสารสกัดใบกระท่อมในชั้นเอทานอลมีฤทธิ์ต้านเชื้อ S. mutans เป็นเชื้อก่อฟันผุ ซึ่งเป็นสมุนไพรที่น่าสนใจในการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อป้องกันฟันผุในอนาคต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อ้นองอาจ ป. ., คำสุข ก., เด่นชัย ร., ชัยสว่าง ภ., มหาทรัพย์ ว., & ไพบูลย์ ณ. (2024). การทดสอบสารพฤกษเคมีเบื้องต้นและฤทธิ์ต้านเชื้อแบคทีเรียของสารสกัดใบกระท่อมต่อเชื้อสเตร็ปโตคอคคัสมิวแทนส์. วารสารหมอยาไทยวิจัย, 10(1), 43–54. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/268432
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

กองทันตสาธารณสุข กรมอนามัย กระทรวงสาธรณสุข. (2551). รายงานผลการสำรวจสภาวะทันตสุขภาพแห่งชาติ. ครั้งที่ 7. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

Amornsuradech, S. and Vejvithee, W. (2019), Socioeconomic inequality and dental caries amongThai working age population: Analysis of Thailand National Oral Health Survey, Journal of HealthResearch. 33(6), 517-528.

Van H.J. (1994). Role of micro-organisms in caries etiology. Journal of Dental Research. 73(3), 672-681.

ชุติมา ไตรรัตน์วรกุล. ทันตกรรมป้องกันในเด็กและวัยรุ่น. พิมพ์ครั้งที่ 4. กรุงเทพฯ: เบสท์ บุ๊คส์ ออนไลน์. 2554.

สุภร ตันตินิรามัย. สาเหตุ การรักษาและการป้องกันโรคฟันผุในเด็กปฐมวัย (ECC). (2559).วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า. 33(2), 167-175.

เมธินี คุปพิทยานันท์ และ สุพรรณี ศรีวิริยกุล. (2555). การสร้างเสริมสุขภาพช่องปาก ประตู...สู่สุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัยของชีวิต. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.

เต็ม สมิตินันทน์. ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม. กรมป่าไม้. 2557.

อาภา ศิริวงศ์ ณ อยุธยา และคณะ. (2549). กระท่อม พืชเสพติดหรือสมุนไพร. หน่วยวิจัยสารเสพติดและผลกระทบทางสังคม สถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

จุไรทิพย์ หวังสินทวีกุล. (2554). พืชออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท. ภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์. พิมพ์ครั้งที่ 1. สงขลา: นีโอพ้อยท์

Phaiboon N, et al. (2019). Effects of the Ethanolic Extracts of Guava Leaves, Licorice Roots and Cloves on the Cariogenic Properties of Streptococcus mutans. Pharmacognosy Journal. 11(5), 1029-1036.

ศรินรัตน์ ฉัตรธีระนันท์ และคณะ. (2556). การทดสอบองค์ประกอบทางพฤกษเคมีและฤทธิ์ต้านออกซิเดชันของใบข่อยดำ. วารสารวิทยาศาสตร์ มข. 41(3), 723-730.

Mostafa, A.A, et al. (2017). Antimicrobial activity of some plant extracts against bacterial strains causing food poisoning diseases. Saudi Journal of Biological Sciences. 25(2), 361-366.

กิตติศักดิ์ เหมือนดาว. (2565). การทดสอบทางพฤกษเคมีของพืชกระท่อมและการแยกไมทราไจนีนจากใบกระท่อมเพื่อใช้เป็นสารมาตรฐาน และการศึกษาความเข้าใจและทัศนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อการถอดพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ 5. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต.สาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์และงานยุติธรรม ภาควิชาสาขาวิชานิติวิทยาศาสตร์และงานยุติธรรม. มหาวิทยาลัยศิลปากร.

วราพงษ์ เสนะวีระกุล และคณะ. (2564). การตรวจพิสูจน์ Mitragynine เชิงคุณภาพในน้ำต้มกระท่อมด้วยเทคนิคทางโครมาโตกราฟี. งานประชุมวิชาการพืชกระท่อมแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1.1(1), 1-8.

Takayama H. (2004). Chemistry and pharmacology of analgesic indole alkaloids from the rubiaceous plant, Mitragynaspeciosa. Chemical and Pharmaceutical Bulletin. 52(8), 916-28.

Palombo E.A. (2011). Traditional Medicinal Plant Extracts and Natural Products with Activity against Oral Bacteria: Potential Application in the Prevention and Treatment of Oral Diseases. Evidence-Based Complementary and Alternative Medicine. 2011, 1-15.

Parthasarathy S, et al. (2009). Evaluation of Antioxidant and Antibacterial Activities of Aqueous, Methanolic and Alkaloid Extracts from Mitragyna speciosa (Rubiaceae Family) Leaves. Molecules. 14(10), 3964–3974.

Juanda E, et al. (2019). Phytochemical Screening and Antibacterial Activity of Kratom Leaf (Mitragyna speciosa Korth.) Against Aeromonas hydrophilla. The Journal of Experimental Life Science. 9(3), 155-158.

Lau B.F, (2020). Banana inflorescence: Its bio-prospects as an ingredient for functional foods. Trends in Food Science and Technology. 97, 14-28.