ผลของกรรมวิธีการแปรรูปหญ้ารีแพร์ต่อปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ

Main Article Content

ยลดา ศรีเศรษฐ์
กาญจนาพร พรมโสภา
ทัณฑิกา แก้วสูงเนิน
วรินท์ โอนอ่อน
จรินยา ขุนทะวาด
ฉัตรชนก นุกูลกิจ

บทคัดย่อ

หญ้ารีแพร์หรือหญ้าฮียุ่มเป็นพืชที่มีประวัติการใช้ในทางการแพทย์แผนไทยเนื่องด้วยคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูและช่วยบำรุงผิวพรรณและร่างกายโดยวิธีการใช้ตามโบราณมีทั้งการใช้ภายนอกและการต้มรับประทานอย่างไรก็ตามยังไม่มีการศึกษามาก่อนว่าการแปรรูปหญ้ารีแพร์ด้วยวิธีที่แตกต่างกันก่อนนำมาใช้งานให้ปริมาณสารพฤกษเคมีและฤทธิ์ทางชีวภาพแตกต่างกันหรือไม่ งานวิจัยนี้จึงมีวัตถุประสงค์ในการนำหญ้ารีแพร์มาแปรรูปด้วยกรรมวิธีที่แตกต่างกัน จำนวน 4 แบบ ได้แก่ การผึ่งลม การอบแห้ง การย่างไฟ และการคั่ว จากนั้นศึกษาปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH และ ABTS ผลการศึกษาพบว่าหญ้ารีแพร์ที่แปรรูปด้วยวิธีผึ่งลม อบแห้ง ย่างไฟ และคั่ว มีปริมาณฟีนอลิกเทียบเท่ากับกรดแกลลิก 22.07±8.10, 28.50±2.86, 92.12±5.33 และ 121.39±2.57µg (µg GAE/g dry weight) ตามลำดับ ฤทธิ์การต้านอนุมูลอิสระด้วยวิธี DPPH มีค่าความเข้มข้นของสารสกัดที่ยับยั้งอนุมูลอิสระได้ 50% (the half maximal inhibitory concentration; IC50)เท่ากับ 167.47±21.58, 122.47±8.73, 78.81±13.75 และ 62.63±8.33 mg/ml ตามลำดับ และวิธี ABTS มีค่า IC50 เท่ากับ 375.33±69.93, 238.50±16.57,115.19±4.26 และ 113.69±7.86 mg/ml ตามลำดับผลการศึกษาพบว่าหญ้ารีแพร์ที่แปรรูปด้วยวิธีการคั่วมีปริมาณกลุ่มฟีนอลิกที่สูงกว่าและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่าการเตรียมรูปแบบอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ จึงน่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับการนำไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ทางเลือกเพื่อส่งเสริมสุขภาพในอนาคต

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ศรีเศรษฐ์ ย., พรมโสภา ก. ., แก้วสูงเนิน ท., โอนอ่อน ว. ., ขุนทะวาด จ., & นุกูลกิจ ฉ. (2024). ผลของกรรมวิธีการแปรรูปหญ้ารีแพร์ต่อปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวม และฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ. วารสารหมอยาไทยวิจัย, 10(1), 67–78. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/269123
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

สำนักงานพิพิธภัณฑ์เกษตรเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว (องค์การมหาชน). หญ้ารีแพร์.สืบค้นเมื่อ 20 ธ.ค. 2566, จาก: https://www.wisdomking.or.th/th/tree-knowledge/หญ้ารีแพร์.

สุภาพร ปิติพร. (2554). บันทึกของแผ่นดิน 1 หญ้า ยา สมุนไพร ใกล้ตัว.พิมพ์ครั้งที่ 3ปราจีนบุรี: ปรมัตถ์การพิมพ์.

บุญดิศย์ วงศ์ศักดิ์. (2559). ปัจจัยที่มีผลต่อสารสำคัญและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดใบขลู่. รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัยบูรพา. ชลบุรี.

พิชชานันท์ เธียรทองอินทร์ และ จันทร์เพ็ญ ธรรมพร. (2563). ภูมิปัญญาการรักษาโรคเบาหวานของหมอพื้นบ้านในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์.22(1), 1-18.

Wongwiwat W., et al. (2020). Herbs used of Thai traditional healers for menopause treatment in Nakhon SiThammarat province. Ramkhamhaeng Research Journal of Sciences and Technology. 23(2), 11-20.

นเรศร์ บุญเลิศ. (2561). นวัตกรรมการใช้ประโยชน์ของสมุนไพรกับการสร้างความเข้มแข็งชุมชน. รายงานการวิจัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. เชียงราย.

สุภาพร ปิติพร. (2557). บันทึกของแผ่นดิน 7 สมุนไพรดูแลแม่หญิง. กรุงเทพฯ: ปรมัตถ์การพิมพ์.

ธวัชชัย กมลธรรม และคณะ. (2560). องค์ประกอบทางเคมีจากส่วนเหนือดินของหญ้ายุ่ม (Centotheca lappacea (L.) Desv.). วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 15(1), 14-29.

Nisa R.U., et al. (2024). Plant phenolics with promising therapeutic applications against skin disorders: a mechanistic review. Journal of agriculture and food research. 16(2024), 101090.

Luo J., et al. (2021). Primary Dietary anti-aging polyphenols and potential mechanisms. Antioxidant (Basel). 10(2), 283.

Kamoltham T., et al. (2018). In vitro Anti-aging Activities of Centotheca lappacea (L) desv. (Ya Repair) Extract. Chiang Mai Journal of Science. 45(2), 846-857.

Tinlapat J., et al. (2020). The radioprotective potential of Centotheca lappacea (L) desv. extract in human endothelial cell. Journal of Associated Medical Sciences. 53(3), 55-61.

กองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2541). ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไปสาขาเภสัชกรรม. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย.

สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม. ชา. สืบค้นเมื่อ 10 กันยายน 2566, จาก https://tcps.tisi.go.th/pub/tcps0120_58(ชา).pdf.

สุภาวดี สําราญ. (2561). การศึกษากระบวนการผลิตชาใบสะทอน. วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม.19, 316-325.

อดิศักดิ์ จูมวงษ์ และ วิทวัส เกตุดี. (2563). ผลของระยะเวลาในการชงชากับคุณภาพทางกายภาพ เคมี กิจกรรมต้านอนุมูลอิสระและคุณภาพทางประสาทสัมผัสของชาเจียวกู่หลาน. วารสารเกษตรศาสตร์และเทคโนโลยี. 1(1), 26-36.

Sriset Y., et al. (2021). In vitro antioxidant potential of Mallotus repandus (Willd.) Muell. Arg stem extract and its active constituent bergenin. Songklanakarin Journal of Science and Technology. 43(1), 24-30.

วรินท์ โอนอ่อน และคณะ. (2565). ผลของวิธีการสกัดต่อปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของตำรับจันทน์ทั้งห้า. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 24(3), 88-96.

Royal Botanic Gardens Kew. Centotheca Desv. Retrieved 16May2024, fromhttps://powo. science.kew.org/taxon/urn:lsid:ipni.org:names:331164-2.

สมยศ เดชภิรัตนมงคล. (2561). ผลของการพรางแสงที่มีผลต่อการเจริญเติบโต และผลผลิตของหญ้ารีแพร์ (Centotheca lappacea (L.) Desv.). แก่นเกษตร. 46(1), 501-507.

ณิชพัณณ์ มุกรัศมีพัฒน์ และ ณิชา ศิริสุนทรลักษณ์. การศึกษาและพัฒนาสารสกัดจากหญ้าฮี๋ยุ่มสำหรับใช้ทำเครื่องสำอาง. สืบค้นเมื่อ 30 ธันวาคม 2566, จาก https://pharmacy.mahidol.ac.th/ newspdf/specialproject/2558-17.pdf.

Galanakis C.M., et al. (2013). A knowledge base for the recovery natural phenols with different solvents. International Journal of Food Properties.16, 382-396.

Minale G., et al. (2021). Phytochemical constituents of Centotheca lappacea (L.) Desv. determined with online DPPH assay coupled to LC-ESI-QTOF-MS and headspace GC-MS. Songklanakarin Journal of Science and Technology. 43(3), 719-728.

มาดีนา น้อยทับทิม และคณะ. (2566). ผลของอุณหภูมิต่อฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในชาใบหม่อนและการผลิตชาใบหม่อนผง. วารสารผลิตกรรมการเกษตร. 5(2), 1-9.

นิตยา คอนสาร และคณะ. (2561). ผลของการอบแห้งต่อปริมาณสารประกอบฟีนอลิกรวมและฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระในชาสมุนไพร. แก่นเกษตร. 46(1), 1395-1400.

Kittibunchakul S., et al. (2023). The effects of different roasting methods on the phenolic contents, antioxidant potential, and in vitro inhibitory activities of sachainchi seeds. Foods. 12(22), 4178.