การรักษาอาการผิดสำแดงในหญิงหลังคลอดของหมอพื้นบ้านในจังหวัดสุรินทร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาองค์ความรู้และภูมิหลังของหมอพื้นบ้าน เกี่ยวกับการรักษาอาการผิดสำแดงในหญิงหลังคลอดในจังหวัดสุรินทร์ 2) เพื่อศึกษารูปแบบและขั้นตอนการรักษาอาการผิดสำแดงในหญิงหลังคลอดของหมอพื้นบ้าน 3) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้รับบริการต่อการรักษา การวิจัยเชิงคุณภาพนี้ใช้กรอบแนวคิดจากองค์ความรู้และกระบวนการรักษาโรคผิดสำแดงของหมอพื้นบ้าน ประชากรที่ศึกษาแบ่งเป็นหมอพื้นบ้าน 4 คน และผู้รับบริการ 20 คน ซึ่งได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือวิจัยประกอบด้วยแบบสัมภาษณ์หมอพื้นบ้าน และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เนื้อหา
ผลการศึกษา พบว่า 1) องค์ความรู้และกระบวนการรักษา องค์ความรู้ได้รับการถ่ายทอดจากผู้มีความรู้ เช่น บิดา ครูบาอาจารย์ และหมอพื้นบ้าน หมอพื้นบ้าน 4 คนที่ศึกษา มีความเชี่ยวชาญดังนี้ 2 คน เชี่ยวชาญด้านการรักษาอาการผิดสำแดงในหญิงหลังคลอด 1 คน เชี่ยวชาญด้านโรคเกี่ยวกับสตรี และ 1 คน เชี่ยวชาญด้านการรักษาโรคผิดสำแดง การวินิจฉัยเริ่มจากการซักประวัติ ตรวจร่างกาย และจับชีพจรก่อนการรักษา 2) ตำรับยาสมุนไพร รวบรวมสมุนไพรที่ใช้รักษาอาการผิดสำแดงได้ 40 ชนิด โดยแบ่งเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ ยารักษากลุ่มอาการสูตินรีเวช ยารักษากลุ่มทางเดินอาหาร ยารักษาอาการไข้ ยารักษากลุ่มอาการทางกล้ามเนื้อและกระดูก ยารักษากลุ่มอาการทางเดินปัสสาวะ ยาถอนพิษเบื่อเมา ยาบำรุงธาตุและปรับธาตุ 3) ความพึงพอใจของผู้รับบริการ ผู้รับบริการมีความพึงพอใจสูงสุดใน 4 ด้าน ได้แก่ หมอพื้นบ้านผู้ให้บริการ กระบวนการรักษาและผลลัพธ์ การให้บริการ ความเหมาะสมของสถานที่
Article Details
เอกสารอ้างอิง
วาสนา แก้วหล้า. (2553). ภูมิปัญญาท้องถิ่นในระบบการแพทย์พื้นบ้านต่อการชะลอการป่วยด้วยโรคเบาหวานของกลุ่มชาติพันธุ์มอญ-เขมร : กรณีศึกษาวัดในจังหวัดศรีสะเกษและจังหวัดสุรินทร์. สุรินทร์ : คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฎสุรินทร์.
ชัชวาล ชูวา. (2552). ชุดภูมิปัญญาวิถีไทอิสาน การรักษาพิษ (ปึฮ) ของชาวไทยกลุ่มชาติพันธ์เขมร. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจกรรมโรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก.
พิชชานันท์ เธียรทองอินทร์ และ จันทร์เพ็ญ ธรรมพร. (2563). ภูมิปัญญาการรักษาโรคเบาหวานของหมอพื้นบ้านในจังหวัดอุบลราชธานี. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์, 22(1), 1-18.
บุญชม ศรีสะอาด. (2553). การวิจัยเบื้องต้น. พิมพ์ครั้งที่ 8. กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น.
Best J. (1977). Research in Education. New Jersey: Prentice Hall, Inc.
Department of National Parks, Wildlife and Plant Conservation. e-Flora of Thailand. Retrieved March 28, 2024, from https://botany.dnp.go.th/eflora/index.html
Hooker JD.. (1872-1897). The Flora of British India. Vol. 1-7. London: L. Reeve & Co.
Ridley HN. (1855-1956). The flora of the Malay Peninsula. London: L. Reeve & Co.
Zhengyi W, et al.. (1994-2013). Flora of China. Missouri Botanical Garden. Beijing: Beijing Science Press.
ชยันต์ พิเชียรสุนทร และวิเชียร จีรวงศ์. (2547). คู่มือเภสัชกรรมแผนไทย เล่ม 4 เครื่องยา ธาตุวัตถุ. กรุงเทพฯ : อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
เต็ม สมิตินันทน์. (2557). ชื่อพรรณไม้แห่งประเทศไทย. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สำนักงานหอพรรณไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. [ออนไลน์]. (2562). คู่มือประกอบการรับรองหมอพื้นบ้าน. เข้าได้ถึงจากhttps://www.lamphunhealth.go.th/web_ssj/webmanager/uploads/2020-05-26102847Kumoe_mho_2562.pdf
กองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข. (2541). ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์แห่งประเทศไทย.
พิชชานันท์ เธียรทองอินทร์ และคณะ. (2564). ภูมิปัญญาการใช้สมุนไพรรักษาโรคไข้หมากไม้ กรณีศึกษาหมอพื้นบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ในจังหวัดศรีษะเกษ. วารสารสาธารณสุขและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 4(2), 159-175.
ภัทรธิรา ผลงาม. (2562). การพัฒนารูปแบบการส่งเสริมสุขภาวะชุมชนโดยใช้ภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านอีสาน. วารสารการพยาบาลและการศึกษา, 12(1), 33-45.