การศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างธาตุเจ้าเรือนและพฤติกรรมของการเกิดโรค ความดันโลหิตสูง ณ โรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยและ การแพทย์ทางเลือกนครพนม
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ของธาตุเจ้าเรือนกับลักษณะของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงและศึกษาพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 80 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้คือ แบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การวิเคราะห์ค่าไคสแควร์ และการวิเคราะห์สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์เพียร์สัน
ผลการศึกษา พบว่า ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง (56.00%) อายุ 31 ปีขึ้นไป (98.80%) ภูมิลำเนาอยู่ในภาคอีสาน (92.50%) มีธาตุเจ้าเรือนตามเดือนเกิดเป็นธาตุไฟ (36.25%) พฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการเกิดโรคความดันโลหิตสูงในภาพรวมอยู่ระดับต่ำ (𝑥̅ = 1.59 , S.D. = 0.67) เมื่อจำแนกเป็นรายด้านพบว่า การพักผ่อนมีค่าเฉลี่ยสูงสุด (𝑥̅ = 1.93 , S.D. = 0.74) รองลงมาคือ อิริยาบถ (𝑥̅ = 1.68 , S.D. = 0.71) และการรับประทานอาหารและดื่มน้ำ (𝑥̅ = 1.62 , S.D. = 0.67) ตามลำดับ ปัจจัยส่วนบุคคลมีความสัมพันธ์กับธาตุเจ้าเรือนตามเดือนเกิด พบเพียงสถานภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่มีความสัมพันธ์ใดๆ กับหลักการทางการแพทย์แผนไทยว่าด้วยธาตุเจ้าเรือน เนื่องจากธาตุเจ้าเรือนตามเดือนเกิดแบ่งตามเดือนเกิดของบุคคล ซึ่งอยู่ในสถานภาพใดก็ได้ ปัจจัยส่วนบุคคลและธาตุเจ้าเรือนตามบุคลิกลักษณะ ไม่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมที่ทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูง ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ และพฤติกรรมการเกิดโรค ไม่มีความสัมพันธ์กับโรคความดันโลหิตสูง ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ
Article Details
เอกสารอ้างอิง
นิทรา กิจธีระวุฒิวงษ์. (2559). การดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังในบริการปฐมภูมิ. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 30(1), 113-126.
ทัศนีย์ ศรีญาณลักษณ์ และคณะ. (2554). การดูแลแบบผสมผสานของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์. 3(1), 61-73.
พรรณภัทร อินทฤทธิ์. (2560). การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย. วารสารหมอยาไทยวิจัย. 3(2), 35-42.
อำพล บุญเพียร และคณะ. (2565). ภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยในการรักษาโรคความดันโลหิตสูง. วารสารชุมชนวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา. 16(3), 207-221.
จุฑามาศ แก้วจันดี และคณะ. (2566). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมสุขภาพเพื่อป้องกันโรคความดันโลหิตสูงในกลุ่มเสี่ยง. วารสารสาธารณสุขล้านนา. 19(1), 11-25.
Otang-Mbeng, W, et al. (2017). Lifestyle factors and co-morbidities associated with obesity and overweight in Nkonkobe Municipality of the Eastern Cape, South Africa. Journal of Health, Population and Nutrition, 36(22), 1-8.
Best, JW. (1977). Research in Education. Englewood Cliffs, New Jersey: Prentice-Hall Publishers.
อายุรเวทธำรง. (2550). ตำราการแพทย์แผนไทยเดิม (แพทยศาสตร์ สงเคราะห์ฉบับอนุรักษ์) เล่มที่ 1. กรุงเทพมหานคร: ศุภวนิช การพิมพ์.
พระยาพิศณุประศาสตร์เวช. (2531). ตำราเวชศึกษาแพทย์ศาสตร์สังเขป. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ไทย.
ทัพพ์เทพ ทิพยเจริญธัม และคณะ. (2561). การประเมินความสัมพันธ์ระหว่างธาตุเจ้าเรือนกำเนิดกับลักษณะของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในคลินิกอายุรเวทแพทย์แผนไทยประยุกต์โรงพยาบาลศิริราช. วารสารเวชบันทึกศิริราช. 11(3), 158-66.
พัชรี รัศมีแจ่ม และคณะ. (2556). ปัจจัยทำนายภาวะก่อนความดันโลหิตสูงและความดันโลหิตสูงชนิดไม่ทราบ สาเหตุในตำบลนาเกลือ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ. วารสารพยาบาลสาธารณสุข. 1(27), 102-114.
ธนวัต ศรีอมรรัตนกุล และคณะ. (2561). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับปัญหาสุขภาพตามแนวคิดภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี. 34(2), 112-24.
Subcharoen, P. (2001). Thai traditional medicine as a holistic medicine. Traditional Medicine in Asia, 301.
แพรพิชญ์ชา แก้วพุด. (2560). ยุทธศาสตร์การพัฒนาพฤติกรรมการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงในเขต ตำบลเวินพระบาท อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. 14(67), 9-17.
จินตนา นุ่นยะพรึก และคณะ. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมควบคุมระดับความดันโลหิตของผู้ป่วยความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลระโนด จังหวัดสงขลา. วารสารสุขศึกษา. 42(1), 190-203.
ปิยะพงษ์ ประเสริฐศรี และคณะ. ผลของการออกกำลังกายแบบมีช่วงพักและแบบต่อเนื่องต่อการควบคุมความดันโลหิตของประสาทอัตโนมัติและการทำงานของไตในคนไทยสูงอายุที่เป็นโรคความดันโลหิตสูง. คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา. สืบค้นเมื่อ 5 สิงหาคม 2567, จาก https://buuir.buu.ac.th/bitstream/1234567890/9285/1/2567_015.pdf