ผลของลูกประคบตูกู (Tuku Ubat) ต่อการลดอาการปวดหลังส่วนล่าง โรงพยาบาลจะแนะ
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษานี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental research) เพื่อประเมินประสิทธิผลของ Tuku Ubatในการรักษาอาการปวดหลังส่วนล่าง โดยใช้กลุ่มตัวอย่าง 60คน ซึ่งได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์แผนไทย คัดเลือกแบบเฉพาะเจาะจง (purposive sampling) แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30คน และกลุ่มควบคุม30คน กลุ่มทดลองได้รับการประคบด้วย Tuku Ubatส่วนกลุ่มควบคุมได้รับการประคบด้วยลูกประคบสมุนไพรสด ประคบติดต่อกัน 3 วัน วันละ 1 ครั้ง ครั้งละ 30 นาทีผลการวิจัยพบว่า อาการปวดหลังส่วนล่างของกลุ่มทดลองที่ได้รับการประคบด้วย Tuku Ubatลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลต่างของค่าเฉลี่ยของอาการปวดหลังส่วนล่างระหว่างก่อนการประคบ (วันที่ 0) และหลังการประคบวันที่ 3 ของกลุ่มทดลอง = 4.47(SD=1.00)เมื่อเทียบกับผลต่างของค่าเฉลี่ยของอาการปวดหลังระหว่างก่อนการประคบ (วันที่ 0) และหลังการประคบวันที่ 3 ของกลุ่มควบคุม = 2.13 (SD= 0.75)และผลการทดสอบ Mann–Whitney U test พบว่าทั้งสองกลุ่มมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) ส่วนการเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อ ผลต่างของค่าเฉลี่ยของความยืดหยุ่นกล้ามเนื้อระหว่างก่อนการประคบ (วันที่ 0) และหลังการประคบวันที่ 3 ของกลุ่มทดลอง = 12.03 (SD= 3.17)มากกว่า ผลต่างของค่าเฉลี่ยของความยืดหยุ่นกล้ามเนื้อระหว่างก่อนการประคบ (วันที่ 0) และหลังการประคบวันที่ 3 ของกลุ่มควบคุม = 4.23(SD=2.66)โดยการวิเคราะห์ด้วย Mann-Whitney U Testพบว่าความแตกต่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.001) สรุปได้ว่าการประคบด้วย Tuku Ubatมีประสิทธิผลในการลดอาการปวดและเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้ออย่างมีนัยสำคัญ และสามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นทางเลือกในการดูแลรักษาผู้ป่วยที่มีอาการปวดหลังส่วนล่างได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้พบว่าลูกประคบตูกู (Tuku Ubat) ได้รับความพึงพอใจในด้านประสิทธิภาพ ความเหมาะสม ความปลอดภัย ความคุ้มค่าและสามารถลดต้นทุนในการให้บริการ