การพัฒนาตำรับยาสมุนไพรตรีกฏุกในรูปแบบแคปซูล
Main Article Content
บทคัดย่อ
งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาตำรับยาแคปซูลตรีกฏุก ศึกษาปริมาณสารช่วยในการผลิตยาแคปซูล และประเมินความคงสภาพของตำรับภายใต้สภาวะเร่ง ตำรับตรีกฏุกประกอบด้วยพริกไทย ดีปลี และขิงแห้ง ในอัตราส่วน 1:1:1 โดยพบว่าผงสมุนไพรแต่ละชนิดมีลักษณะเป็นผงละเอียด ไม่จับตัวเป็นก้อน และให้ผลผลิตร้อยละ 92.10, 91.39 และ 90.61 ตามลำดับ เมื่อรวมเป็นตำรับพบว่ามีลักษณะเป็นผงละเอียดสีน้ำตาล กลิ่นเฉพาะ และรสเผ็ดร้อน การตรวจวัดค่าความชื้น 3 ครั้ง พบว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน ได้แก่ ตรีกฏุก 1.667% พริกไทย 2% ดีปลี 2% และขิงแห้ง 0.667%
การประเมินคุณสมบัติทางกายภาพของยาแคปซูลทั้ง 8 สูตรตำรับ ประกอบด้วยรูปแบบผง 4 สูตร และรูปแบบแกรนูล 4 สูตร ผลการประเมินคุณสมบัติทางกายภาพพบว่า สูตรผงที่เหมาะสมที่สุดคือสูตรที่ 2 ประกอบด้วย spray dried Lactose 9.5% และ Magnesium Stearate 0.5% ส่วน สูตรแกรนูลที่ดีที่สุดคือสูตรที่ 7 ประกอบด้วย Lactose 1.5%, Corn Starch 5%, PVP K90 0.5%, Maltodextrin 2.5% และ Magnesium Stearate 0.5% ซึ่งเหมาะสมต่อการขึ้นรูปเป็นแคปซูลตรีกฏุกมากที่สุด
การควบคุมคุณภาพพบว่าแคปซูลทุกสูตรมีลักษณะทางกายภาพปกติ การทดสอบความแปรปรวนของน้ำหนักผงยาอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานตาม USP 41-NF 36 และตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย ปี 2018 การทดสอบการแตกตัวพบว่าแตกตัวหมดภายใน 15.48 นาที การศึกษาความคงตัวในสภาวะเร่งที่ 45°C และความชื้น 75% RH เป็นเวลา 4 เดือน พบว่า สูตรที่ 7 ในภาชนะปิดสนิทมีความคงสภาพดี ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน USP 39 และสอดคล้องกับมาตรฐาน USP 41-NF 36 และตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทย ปี 2018
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พูนศักดิ์ สักกทัตติยกุล. (2552). แคปซูลทำมาจากอะไร. เชียงใหม่ : คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.
ฐานข้อมูลเครื่องยาสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2555). ขิง. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2567, จาก https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailThaicrudedrug/39.
ฐานข้อมูลเครื่องยาไทย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2555). พริกไทยดำ. สืบค้นเมื่อ 24 พฤศจิกายน 2567, จาก https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailThaicrudedrug /90.
ฐานข้อมูลเครื่องยาไทย คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. (2555). ดีปลี. สืบค้นเมื่อ 24.พฤศจิกายน 2567, จาก https://phar.ubu.ac.th/herb-DetailThaicrudedrug/58.
คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา. (2551). บัญชียาจากสมุนไพร พ.ศ. 2549. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
นภาพร พัฒนาเจริญชัย และอรุณพร อิฐรัตน์. (2560). ฤทธิ์ต้านการแพ้ของพิกัดยาตรีกฏุก ตรีผลาและตรีสาร. ธรรมศาสตร์วารสาร, 17(4), 548-549.
Harwansh RK, et al. (2014). Cytochrome P450 inhibitory potential and RP-HPLC standardization of trikatu A Rasayana from Indian Ayurveda. Journal of Ethnopharmacology, 153(3), 674–681.
รัชนี หมื่นรัก และคณะ. (2563). การเตรียมยาแคปซูลจากสารสกัดน้ำของตำรับยาจันทน์ลีลา. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 18(3), 584-594.
สมบูรณ์ เจตลีลา และคณะ. (2565). อิทธิพลของชนิดสารช่วยแตกตัวและวิธีการใส่ในตำรับต่อคุณสมบัติทางกายภาพของแกรนูลจันทน์ลีลา. วารสารวารสารบัณฑิตศึกษา เทคโนโลยีและนวัตกรรม มรภ. บ้านสมเด็จเจาพระยา. 1(2), 1-50.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2560). ตำราการควบคุมคุณภาพยาแผนไทย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์.
The United States Pharmacopeia-National Formulary. (2018). USP 41-NF 36, 5th. Rockville : The United States Pharmacopeia Convention ; Dietary Supplements; p. 7481-8185.
Department of Medical Sciences, Ministry of Public Health. (2018). Thai Herbal Pharmacopoeia. Bangkok Keawjawjom Printing & Publishing Suan Sunandha Rajabhat University; 2018. Appendix 1.16H Dosage forms of Herbal Drugs; p. 663-4.
Matulyte I, et al. (2019). GC MS analysis of the composition of the extracts and essential oil from Myristica fragrans seeds using magnesium aluminometasilicate as excipient. Molecules, 24(6), 1062.
พลวัฒน์ แก้วคำสอน และคณะ. (2558). การศึกษาความคงตัวและการควบคุมคุณภาพแคปซูลบรรจุผงบัวบก. วารสารเภสัชศาสตร์อีสาน. 11 (ฉบับพิเศษ), 66-70.
ณัฏฐิกา ทีประสาน และเสาวลักษณ์ อัครพินท์. (2539). การพัฒนาตำรับยาแคปซูลขิง. วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์. มหาวิทยาลัยมหิดล.
กนกอร วัฒนพรชัย และคณะ. (2565). การศึกษาส่วนประกอบทางเคมีของ Santalum album L. และ Diospyros decandra Lour. โดยใช้เทคนิค Gas Chromatography-Mass Spectrometry (GC-MS) เพื่อประเมินคุณสมบัติในการเป็นยาลดไข้จากภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, กรุงเทพมหานคร. หน้า 828 – 835.
Gushiken LFS, et al. (2022). Beta-caryophyllene as an antioxidant, anti-inflammatory and re-epithelialization activities in a rat skin wound excision model. Oxidative Medicine and Cellular Longevity, 2022: 1-21.
Gertsch J, et al. (2008). Beta-caryophyllene: A dietary cannabinoid acting on CB2 receptors. PNAS, 105(26), 9099–9104.