การพัฒนาและประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์ม น้ำมันไพลผสมน้ำมันกระดูกไก่ดำ

Main Article Content

กชกร สุขจันทร์ อินทนูจิตร
กมลชนกรณ์ บัวศรี
กรกนก พรหมณี
พิชชาภา แซ่ตัน
ฟิรดาว เหมมัน
ธนพร อิสระทะ

บทคัดย่อ

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันไพลและน้ำมันกระดูกไก่ดำ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลและกระดูกไก่ดำ และประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ จากการวิเคราะห์องค์ประกอบทางเคมีของน้ำมันกระดูกไก่ดำและน้ำมันไพลด้วยวิธี HS-SPME-GC–EI/MS พบว่า น้ำมันกระดูกไก่ดำมี Camphor มากที่สุด รองลงมาคือ 2-Heptanone และ Butylated Hydroxytoluene ตามลำดับ น้ำมันไพลมี Terpinen-4-ol มากที่สุด รองลงมา Sabinene และ γ-Terpinene ตามลำดับ ซึ่งเป็นสารกลุ่ม Monoterpene และมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ จากนั้นนำน้ำมันดังกล่าวมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลผสมน้ำมันกระดูกไก่ดำ จำนวน 3 สูตร ศึกษาคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวของผลิตภัณฑ์ด้วยวิธี heating-cooling cycle จำนวน 6 รอบ และประเมินคุณภาพของผลิตภัณฑ์ตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน มผช. 770/2548 พบว่า สูตรที่ 3 มีคุณสมบัติทางกายภาพและความคงตัวเหมาะสมที่สุด คือ เนื้อผลิตภัณฑ์มีลักษณะกึ่งแข็ง ไม่แยกชั้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ ซึมผ่านผิวหนังได้ง่าย มีค่า pH เท่ากับ 5.5 การประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์มน้ำมันไพลผสมกระดูกไก่ดำ โดยใช้กลุ่มตัวอย่างที่มีอาการปวดบริเวณ คอ บ่า ไหล่ ซึ่งมารับบริการในโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์จำนวน 125 คน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาพบว่า มีความพึงพอใจต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72±0.07) ความพึงพอใจต่อเนื้อผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72±0.19) ความพึงพอใจต่อสีของผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.75±0.07) ความพึงพอใจต่อกลิ่นของผลิตภัณฑ์เชิงบวกอยู่ในระดับมากที่สุด (4.35±0.90) โดยกลิ่นของผลิตภัณฑ์ทำให้รู้สึกดี กระปรี้กระเปรา สดชื่น ผ่อนคลาย ตื่นตัว และความพึงพอใจด้านการใช้ผลิตภัณฑ์อยู่ในระดับมากที่สุด (4.72±0.11) ผลิตภัณฑ์มีรูปแบบการใช้งานที่เหมาะสมในการบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อ และควรมีการศึกษาประสิทธิผลของผลิตภัณฑ์ในเชิงคลินิกต่อไป

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
อินทนูจิตร ก. ส. ., บัวศรี ก., พรหมณี ก. ., แซ่ตัน พ. ., เหมมัน ฟ., & อิสระทะ ธ. (2026). การพัฒนาและประเมินความพึงพอใจของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์แท่งอโรมาติกบาล์ม น้ำมันไพลผสมน้ำมันกระดูกไก่ดำ. วารสารหมอยาไทยวิจัย, 12(1), 23–40. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/279789
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

กองผลิตภัณฑ์สมุนไพร สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. (2556). บัญชียาหลักแห่งชาติด้านสมุนไพร พ.ศ. 2566. บริษัท มินนี่ กรุ๊ป จำกัด.

ชลิต พงศ์ศุภสมิทธิ์, เบญจวรรณ สมบูรณ์, สุภักตร์ ปัญญา, และนงลักษ์ ชูพันธ์ . (2555). ผลผลิตระหว่างหัวพันธุ์ที่แตกต่างกันของไพล: รายงานผลการวิจัย. มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

นพวรรณ วัชรพุทธ, ตฤณดนัย อสุนี, นฤสรณ์ ทองศรีอัน,หนึ่งฤทัย ศรีใจป้อ, นันทิดา ฤทธิ์ไทสงค์, ปวริศา นพเก้า, และอนุสรา สีหนาท. (26, มีนาคม 2564). การพัฒนาผลิตภัณฑ์และประเมินความคิดเห็นต่อรูปแบบผลิตภัณฑ์ทาภายนอกจากสารสกัดสมุนไพรกระดูกไก่ดำ [เอกสารนำเสนอ]. การประชุมวิชาการระดับชาติ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างสถาบัน ครั้งที่ 8, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี.

นันทิกานต์ พิลาวัลย์, ทัดษ์อักษร บัวศรี, สิตานันท์ นิลผาย, ปริชาติ พันธ์ชัย, กัญจนภรณ์ ธงทอง, ศิรินทิพย์ พรมเสนสา, ปภาภัสสร์ ธีระพัฒนวงศ์, เพชรรัตน์ รัตนชมภู, และศศลักษณ์ เสนสุวรรณ. (2569). การพัฒนาแผ่นแปะจากสารสกัดกระดูกไก่ดำและการทดสอบความพึงพอใจ ของอาสาสมัครที่มีอาการปวดกล้ามเนื้อหลังส่วนบน. วารสารศูนย์อนามัยที่ 9 : วารสารส่งเสริมสุขภาพและอนามัยสิ่งแวดล้อม, 20(3), 1-12.

ภัชรี สิทธิกิจโยธิน. (2551). การประเมินคุณภาพของขี้ผึ้งไทยเสริมสมุนไพร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. 28(3), 115-126.

วิไลพร กิจวิมลรัตนา, วัฒนา ชยธวัช, และศุภรัศมิ์ อัศวพรธนภัทร์. (2568). ความปลอดภัยและประสิทธิผลของ การนวดไทยร่วมกับบาล์มตะไคร้หอม ต่ออาการปวดคอ บ่า ไหล่. วารสารหมอยาไทยวิจัย. 11(1), 73-88.

ศิวพงษ์ ตันสุวรรณวงค์, มัณฑนา คําอ้าย, ณิศรา ชัยวงค์, และธีรนันท์ ธนัญชัย. (2568). การศึกษาเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต้นแบบสมุนไพรสเปรย์ไพลแอโรซอล. วารสารวิจัยและพัฒนาวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์, 20(3), 232-245.

สุพัตร์ หลังยาหน่าย, รัฐพรรณ สันติอโนทัย, และเบญจวรรณ ยันต์วิเศษภักดี. (2025). ฤทธิ์ต้านอักเสบ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และองค์ประกอบเคมีเบื้องต้นด้วยวิธีโครมาโทกราฟี ของสารสกัดเอทานอลจากไพลสามชนิดและหญ้าเอ็นยืด. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสู่ชุมชน. 3(6), 24–38.

อดิศักดิ์ ถมอุดทา และปริญา ถมอุดทา. (2566). การวิจัยและพัฒนาตำรับอิมัลเจลจากสารสกัดพริกและไพล. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 20(2), 149-164.

อำพล บุญเพียร, ธิดารัตน์ แจ่มปรีชา, และนิภาพร แสนสุรินทร. (2562). ผลของการนวดด้วยน้ำมันกระดูกไก่ดำและน้ำมันไพลต่ออาการปวดกล้ามเนื้อคอ บ่า ไหล่จากออฟฟิศซินโดรม. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 17(1) ,95-105.

Chen, W., Vermaak, I., & Viljoen, A. (2013). Camphor--a fumigant during the Black Death and a coveted fragrant wood in ancient Egypt and Babylon--a review. Molecules. 18(5), 5434-5454.

Fakhri, S., Jafarian, S., Majnooni M.B., Farzaei, M.H., Mohammadi-Noori, E., Khan, H. (2022). Anti-nociceptive and anti-inflammatory activities of the essential oil isolated from Cupressus arizonica Greene fruits. Korean J Pain. 35(1), 33-42. https://doi.org/10.3344/kjp.2022.35.1.33.

Han, A.R., Kim, H., Piao, D., Jung, C.H., Seo, & E.K. (2021). Phytochemicals and Bioactivities of Zingiber cassumunar Roxb. Molecules, 26(8), 2377. https://doi.org/10.3390/molecules26082377.

Kavitha K., Sangeetha, K.S., Sujatha, K., & Umamaheswari, S. (2014). Phytochemical and pharmacological profile of Justicia gendarussa Burm f.-review. Journal of Pharmacy Research. 8(7), 990-997.

Kavitha, S. K., Viji, V., Kripa, K., & Helen, A. (2011). Protective effect of Justicia gendarussa Burm.f. on carrageenan-induced inflammation. Journal of natural medicines. 65(3-4), 471–479. https://doi.org/10.1007/s11418-011-0524-z.

Kochakorn, S.I., Thawatchai S., Sanan, S., Thanyaluck, S. (2025). Development of aromatherapy massage oil formulation from Cinnamomum Sintoc essential oil. Tropical Journal of Natural Product Research. 9(6), 2573 – 2579.

Kumar KS, Vijayan, V., Bhaskar, S., Krishnan, K., Shalini, V., & Helen, A. (2012). Anti-inflammatory potential of an ethyl acetate fraction isolated from Justicia gendarussa roots through inhibition of iNOS and COX-2 expression via NF-kB pathway. Cellular Immunology. 272(2), 283-289.

Leelarungrayub, J., Manorsoi, J., & Manorsoi, A. (2017). Anti-inflammatory activity of niosomes entrapped with Plai oil (Zingiber cassumunar Roxb.) by therapeutic ultrasound in a rat model. International Journal of Nanomedicine. 12, 2469–2476. https://doi.org/10.2147/IJN.S129131.

Ratnasooriya, W., Deraniyagala, S., & Dehigaspitiya. (2007). Antinociceptive activity and toxicological study of aqueous leaf extract of Justicia gendarussa Burm. F. in rats. Pharmacognosy Magazine. 3(11), 145-155.

Tanya, J., Manish, P.S., Harsh, B., Kashmira, J., & Gohil. (2024). Review on pharmacology activities of Justicia Gendarussa Burm F. Pharmacological Research - Modern Chinese Medicine. 10, 1-8. https://doi.org/10.1016/j.prmcm.2023.100339.

Yamane, T. (1973). Statistics: an introductory analysis. New York: Harper & Row.

Zuccarini, P, & Soldani, G. (2009). Camphor: benefits and risks of a widely used natural product. Acta Biologica Szegediensis. 53(2), 77–82.