การพัฒนาชุดอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับดูแลแม่หลังคลอดด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาชุดอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับดูแลแม่หลังคลอดด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยประเมินผลการใช้ชุดอุปกรณ์และประเมินความพึงพอใจของแพทย์แผนไทยต่อชุดอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับดูแลแม่หลังคลอดด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย โดยใช้รูปแบบการวิจัยเชิงประเมิน (Evaluation research) ผ่านสถานการณ์จำลองร่วมกับการสนทนากลุ่มกับอาจารย์แพทย์แผนไทยและแพทย์แผนไทยที่มีความเชี่ยวชาญด้านการดูแลแม่หลังคลอด จำนวน 10 คน ผลการวิจัยพบว่าชุดอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับดูแลแม่หลังคลอดด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วย 1) ชุดการบริหารเลือดลม 2) ชุดการกระตุ้นการไหลของน้ำนม 3) ชุดการอบไอน้ำสมุนไพร 4) ชุดการนั่งถ่าน 5) ชุดการพันผ้ารัดหน้าท้อง และ 6) คู่มือการให้คำแนะนำการปฏิบัติตัว มีผลการประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน 4 ด้าน คือ ด้านความแข็งแรง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00±0.79 ด้านความปลอดภัย มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.20±0.58 ด้านความสะดวก มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30±0.55 และด้านความเหมาะสม มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.30±0.55 ซึ่งประสิทธิภาพการใช้งานทุกด้านอยู่ในระดับมาก ด้านความพึงพอใจต่อการใช้งานมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42±0.63 ซึ่งอยู่ในระดับมาก ดังนั้นชุดอุปกรณ์เคลื่อนที่สำหรับดูแลแม่หลังคลอดด้วยกรรมวิธีการแพทย์แผนไทยสามารถนำมาใช้เป็นทางเลือกในการดูแลสุขภาพแม่หลังคลอดและเสริมศักยภาพการทำหน้าที่ของแพทย์แผนไทยในชุมชน
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2568). ตำราอ้างอิงด้านการแพทย์แผนไทย. พรีเมียร์ มาร์เก็ตติ้ง โซลูชั่น.
กรรณิกา นันตา, ธัญลักษณ์ ปู่คำสุข , นิตยา นามวิเศษ , มะลิวัลย์ ปารีย์ , จินตนา นันต๊ะ. (2568). แนวทางการดูแล แม่หลังคลอดที่บ้านด้วยการแพทย์แผนไทยของวิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก. วารสารก้าวทันโลกวิทยาศาสตร์, 25(1), 165-184.
ชูศรี มโนการ. (2564). การส่งเสริมสุขภาพแม่หลังคลอดด้วยการแพทย์แผนไทย. วารสารเกื้อการุณย์, 28(2), 143-153.
เพียงพลอย ภิญญาภิรมย์, พัชรินทร์ ณ นคร, และจันทิมา นาวา. (2566). ผลของการประคบเต้านมด้วยผ้าอุ่นชื้นต่อระยะเวลาการเริ่มไหลของน้ำนมในแม่หลังผ่าตัดคลอดบุตรคนแรก. วารสารพยาบาลศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 41(2), 93-104.
พรศรี ดิสรเตติวัฒน์, และนิตยา โรจนนิรันดร์กิจ. (2561). การเปรียบเทียบผลของการใช้ผ้าพันหน้าท้องแบบ 12 สายผูกด้วยเชือกกับผ้าพันหน้าท้องแบบ 3 สายติดเวลโครเทปของสตรีหลังผ่าตัดคลอดในโรงพยาบาลรามาธิบดี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล, 24(1), 80-93.
รัศมี สุขนรินทร์, และกฤษฎนัย ศรีใจ. (2562). ผลของชุดนวัตกรรมทับหม้อเกลือด้วยตนเองในหญิงหลังคลอด. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก, 17(2), 195-204.
ลัดดาวัลย์ เพชรโรจน์, และอัจฉรา ขำนิประศาสน์. (2545). ระเบียบวิธีวิจัย. พิมพ์ดีการพิมพ์.
วรรณพร สุริยะคุปต์, รัตนพงษ์ พรหมมา, และอัมพิกา นันท์ไชย. (2565). การศึกษาพัฒนาการของรูปแบบโรงพยาบาลสาธิตการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 5(1), 63-78.
ศรีพร พนาธัญญกิจ. (2567, 17-19 มิถุนายน). ตู้อบสมุนไพรปะเกอญญอโบราณเคลื่อนที่ได้ (ต้า-เฮอะสะ-ปะเกอะญอ-เลอเลอะ) [เอกสารนำเสนอ]. การประชุมวิชาการสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 2 ปีงบประมาณ 2567, พิษณุโลก, ประเทศไทย.
สมชาย วรกิจเกษมสกุล. (2554). ระเบียบวิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. ระเบียบวิธีการวิจัยทางพฤติกรรมศาสตร์และสังคมศาสตร์. https://pws.npru.ac.th/pheerathano/data/files/.
สมเจตน์ คงคอน, รัชฎาพร พิสัยพันธุ์, วาสนา สารการ, และอลงกต สิงโต. (2565). ประสิทธิผลของการใช้สื่อการสอนเรื่องการดูแลมารดาหลังคลอดด้วยศาสตร์การแพทย์แผนไทย. วารสารมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (สาขาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี), 14(27), 165-176.
สายฝน สกุลผอม, อารยา ทิพย์วงศ์, และวิชิต สุขประเสริฐ. (2563). การดูแลหญิงหลังคลอดด้วยการแพทย์พื้นบ้านในจังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารสุขศึกษา, 43(2), 107-118.
สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2565). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (พ.ศ. 2566-2570). สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี.
หทัยกาญจน์ เยาวบุตร, ชุนห์พิมาณ ณิชาเกษม, และวิชุดา ร่วมกระโทก. (2565). การศึกษาการจัดกระเป๋ายาคลินิกแพทย์แผนไทยเคลื่อนที่สำหรับดูแลผู้สูงอายุติดเตียงในชุมชน. วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 9(5), 492-510.
Agarwal, A., & Verma, A. (2025). Development of a standardized instrument for Yoni Dhoopana to effectively manage gynaecological disorders. International Journal of Ayurveda and Pharma Research, 22(2), 8-16.
Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22, 5-55.