บทบาทพยาบาลในการบริหารจัดการยาความเสี่ยงสูง

ผู้แต่ง

  • นุชพร ดุมใหม่ สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา
  • จันทร์ทิรา เจียรณัย สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ สำนักวิชาพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี
  • สาดี แฮมิลตัน วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

ยาความเสี่ยงสูง, การบริหารจัดการยา, บทบาทพยาบาล

บทคัดย่อ

การบริหารจัดการยาความเสี่ยงสูงเป็นแนวทางปฏิบัติในประเด็นความปลอดภัยด้านยาที่โรงพยาบาลทุกระดับต้องให้ความสำคัญ  พยาบาลมีบทบาทสำคัญในการบริหารยาเหล่านี้โดยเฉพาะขั้นตอนการบริหารยา การเฝ้าระวัง ติดตาม ตลอดจนบันทึกข้อมูลผลการใช้ยาและอาการไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ทั้งนี้เพื่อช่วยลดและป้องกันการเกิดความคลาดเคลื่อนทางยาและอันตรายจากการใช้ยาความเสี่ยงสูงเหล่านั้น  บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอบทบาทของพยาบาลในการบริหารจัดการยาความเสี่ยงสูงเพื่อให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ป่วย โดยสาระของบทความมี 4 ประเด็น ประกอบด้วย    1) คำจำกัดความยาความเสี่ยงสูง 2) กระบวนการบริหารจัดการยาความเสี่ยงสูง 3) บทบาทพยาบาลในการบริหารจัดการยาความเสี่ยงสูง และ 4) แผนการพยาบาลผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาด้วยยาความเสี่ยงสูง   บทความนี้เป็นประโยชน์สำหรับโรงพยาบาลในการปรับปรุงและพัฒนาเชิงระบบให้เกิดความปลอดภัยทั้งต่อผู้ป่วยและบุคลากรทางสุขภาพ

Downloads

Download data is not yet available.

Author Biography

นุชพร ดุมใหม่, สาขาการพยาบาลผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา

Institute of Nursing, Assistant Professor

References

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. (2564). แนวทางเวชปฏิบัติ การวินิจฉัย ดูแลรักษา และป้องกันการติดเชื้อในโรงพยาบาล กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) สำหรับแพทย์และบุคลากรสาธารณสุข ฉบับปรับปรุง วันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2564. สืบค้นจาก https://covid19.dms.go.th/backend/Content/Content_File/Covid_Health/Attach/25640506163611PM_CPG_COVID_v.14_n_20210506.2.pdf

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงสาธารณสุข. (2550). นโยบายระดับชาติด้านความปลอดภัยของผู้ป่วย 2550 – 2551. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

กองยุทธศาสตร์และแผนงาน สำนักคณะกรรมการอาหารและยา. (2563). สรุปรายงานเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์จากการใช้ยา ประจำปี พ.ศ.2562. นนทบุรี: ศูนย์เฝ้าระวังความปลอดภัยด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพ.

กิตติพนธ์ เครือวังค์. (2563). ความคลาดเคลื่อนทางยา. วารสารกฎหมายสุขภาพและสาธารณสุข, 4(2), 251-265.

คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. (2563). คู่มือการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี. นครราชสีมา: คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี

คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด โรงพยาบาลศิริราช. (2560). คู่มือการใช้ยาที่มีความเสี่ยงสูง High alert drug (พิมพ์ครั้งที่ 4). สืบค้นจาก https://www2.si.mahidol.ac.th/km/cop/clinical/medicationsafety/highalertdrug/7684/

จันทิมา ชูรัศมี. (2562). ความคลาดเคลื่อนทางยาและการเกิดเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ในผู้ป่วยที่ได้รับยาเคมีบำบัด. วารสารเภสัชกรรมไทย, 11(4), 743-753.

ฉัตราภรณ์ ชุ่มจิต, และเยาวลักษณ์ อ่ำรําไพ. (2009). การจัดการระบบยาเพื่อความปลอดภัยด้านยาในโรงพยาบาล: บทวิเคราะห์ปัญหาและโอกาสในการพัฒนา. Thai Pharmaceutical and Health Science Journal, 4(1), 127-135.

เพียงเพ็ญ ชนาเทพาพร, ศมน อนุตรชัชวาลย์, และเพียงขวัญ นครรัตนชัย. (2557). การพัฒนาระบบการประสานรายการยาบนหอผู้ป่วยอายุรกรรมหญิง โรงพยาบาลศรีนครินทร์. ศรีนครินทร์เวชสาร. 29(3), 276-282.

สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). (2561). เป้าหมายความปลอดภัยของผู้ป่วยของประเทศไทย พ.ศ.2561. กรุงเทพฯ: เฟมัส แอนด์ ซัคเซสฟูล.

Gyawali, B., Ramakrishna, K., & Dhamoon, A. S. (2019). Sepsis: The evolution in definition, pathophysiology, and management. SAGE Open Medicine, 7, 1-13.

Joshi, S., Parkar, J., Ansari, A., Vora, A., Talwar, D., Tiwaskar, M., . . . Barkate, H. (2021). Role of favipiravir in the treatment of COVID-19. International Journal of Infectious Diseases, 102, 505-508.

Kaur, R. J., Charan, J., Dutta, S., Sharma, P., Bhardwaj, P., Sharma, P., . . . Haque, M. (2020). Favipiravir use in COVID-19: Analysis of suspected adverse drug events reported in the WHO database. Infection and Drug Resistance, 13, 4427-4438.

Institute for Safe Medication Practices [ISMP]. (2018). High-alert medications in acute care settings. Retrieved from https://www.ismp.org/recommendations/high-alert-medications-acute-list

Laatikainen, O., Sneck, S., & Turpeinen, M. (2020). The risks and outcomes resulting from medication errors reported in the Finnish tertiary care units. Frontiers in Pharmacology, 10, 1-11.

Lopes, R. D., Rordorf, R., De Ferrari, G. M., Leonardi, S., Thomas, L., Wojdyla, D. M., . . .Vinereanu, D. (2018). Digoxin and mortality in patients with atrial fibrillation. Journal of the American College of Cardiology, 71(10), 1063-1074.

Rhodes, A., Evans, L. E., Alhazzani, W., Levy, M. M., Antonelli, M., Ferrer, R., . . . Nunnally, M. E. (2017). Surviving sepsis campaign: International guidelines for management of sepsis and septic shock 2016. Intensive Care Medicine, 43(3), 304-377.

Sanders, J. M., Monogue, M. L., Jodlowski, T. Z., & Cutrell, J. B. (2020). Pharmacologic treatments for coronavirus disease 2019 (COVID-19): A review. The Journal of the American Medical Association, 323(18), 1824-1836.

Tyynismaa, L., Honkala, A., Airaksinen, M., Shermock, K., & Lehtonen, L. (2021). Identifying high-alert medications in a university hospital by applying data from the medication error reporting system. Journal of Patient Safety, 17(6), 417-424.

Younis, I., Shaheen, N., & Bano, S. (2021). Knowledge & practice about administration of high alert medication in the tertiary care hospital in Lahore. International Journal of Health, Medicine and Nursing Practice, 3(4), 1-16.

World Health Organization [WHO]. (2017). Medication without harm. Retrieved from https://www.who.int/initiatives/medication-without-harm

Downloads

เผยแพร่แล้ว

2021-12-30