นวัตกรรม การพัฒนานวัตกรรม Pain therapy App สำหรับประเมินความปวดในผู้ป่วย โรคออฟฟิศซินโดรมและอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขนาย จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
นวัตกรรม, ประเมินความปวด, ผู้ป่วยออฟฟิศซินโดรม, อาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบทคัดย่อ
การวิจัยและพัฒนานี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนานวัตกรรม Pain therapy App สำหรับประเมินความปวดในผู้ป่วยโรคซินโดรมและอาการปวดเมื่อยของผู้ที่มารับบริการนวดบำบัดเพื่อสุขภาพในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลขนาย จังหวัดนครราชสีมา กลุ่มตัวอย่างจำนวน 60 คน ด้วยการเลือกแบบเจาะจง เกณฑ์การคัดเข้าเป็นผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคออฟฟิศซินโดรมและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญหรือผู้มีใบประกอบวิชาชีพแพทย์แผนไทย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วย แบบสำรวจความต้องการและทักษะการใช้สมาร์ทโฟน แบบประเมินประสิทธิภาพนวัตกรรม และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า นวัตกรรม Pain therapy App ที่พัฒนาตามกระบวนการ ADDIE Model มีฟังก์ชันสำหรับผู้รับบริการ ได้แก่ การลงทะเบียนด้วยรหัส HN และเลขบัตรประชาชน การบันทึกและประเมินความปวดก่อน-หลังรับบริการ การระบุตำแหน่งที่ปวด และการรับคำแนะนำบรรเทาอาการผ่านคลิปวิดีทัศน์ท่าฤๅษีดัดตน สำหรับผู้ให้บริการสามารถดาวน์โหลดข้อมูลเพื่อวิเคราะห์สุขภาพและวางแผนการรักษาได้ ผลการประเมินประสิทธิภาพโดยรวมอยู่ในระดับมาก (M = 3.92, SD = 0.48) และค่าเฉลี่ยความเป็นไปได้อยู่ในระดับมาก (M = 4.09, SD = 0.38) ด้านความพึงพอใจของผู้ใช้บริการโดยรวมอยู่ในระดับมากเช่นกัน (M = 3.93, SD = 0.48) ข้อเสนอแนะ ควรนำ Pain Therapy App ขยายการใช้งานไปยังกลุ่มแพทย์แผนไทยในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลพื้นที่อื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ ลดข้อผิดพลาดในการจัดเก็บข้อมูล และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ป่วยในการดูแลสุขภาพตนเอง
เอกสารอ้างอิง
กรมอนามัย. (2562). การส่งเสริมสุขภาพเพื่อพิชิตออฟฟิศซินโดรมในกลุ่มวัยทำงาน. https://multimedia.anamai.moph.go.th/ebooks/hp-ebook_11_mini/.
กระทรวงสาธารณสุข. (2565). แนวทางเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคออฟฟิศซินโดรม (Office
Syndrome). https://mwi.anamai.moph.go.th/th/dmkm2565/download?did=29239&id =94053&lang=th&mid=36873&mkey=m_document&utm_source=chatgpt.com
กระทรวงสาธารณสุข. (2568). Health Data Center. https://hdcservice.moph.go.th/hdc/ reports/report.php.
กุลิสรา อนันต์นับ, และ วรัญญา ติโลกะวิชัย. (2563). พฤติกรรมของคนทำงานกับการใช้แอปพลิเคชันสำหรับลดความเสี่ยงจากออฟฟิศซินโดรมในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. วารสารวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาการจัดการมหาวิทยาลัยขอนแก่น, 13(2),47-69. https://so04.tci-thaijo.org/index.php/mbakkujournal/article/view/248085.
คอลิด ครุนันท์, พัชนีย์ ใจจง, ณัฐวุฒิ สุริย์, และสาคร อินโท่โล่. (2566). การพัฒนาแอปพลิเคชันการคัด กรองสุขภาพสำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านในเขตพื้นที่สี่จังหวัดของภาคใต้. วารสารพยาบาล, 72(3), 55 – 62.
ชินวัจน์ งามวรรณากร. (2562). การพัฒนาแอปพลิเคชันสื่อการเรียนรู้บนอุปกรณ์เคลื่อนที่เรื่อง ภาษาอังกฤษสำหรับนักสารสนเทศ.มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.
ณัฐชยา จงถนอมวิวัฒน์, ธิติสุดา แก้วจันทร์, และ เพลินตา อิทธิศานต์. (2565). การพัฒนาแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ในการประเมินผู้สูงอายุตามความสามารถในการประกอบกิจวัตรประจำวันสำหรับบุคลากรสาธารณสุขโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลในเขตอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 31(5), 851–859.
ไทยพีบีเอส. (2568). โรคออฟฟิศซินโดรม ปีเดียว 4.8 แสนคน เช็กสัญญาณเตือน. https://www.thaipbs.or.th/news/content/348477.
อินทิรา ปากันทะ,ธิดารัตน์ คำบุญ, รัชนีวรรณ แก้วทอง, สิริลักษณ์ ทูลยอดพันธ์, รัชนี วรรณ แก้งทอง, และอชิรญาน์ ศรีพัฒนาวัฒน์. (2566). การพัฒนาแอปพลิเคชันสำหรับพยาบาลในการจัดการความ ปวดเฉียบพลัน.วารสารการพยาบาลและสุขภาพ,17(2), 38-50
บุญชม ศรีสะอาด. (2560). การวิจัยเบื้องต้น (พิมพ์ครั้งที่ 10). สุวีริยาสาส์น.
เปรมรัตน์ พลูสวัสดิ์, ยุวธิดา ชิวปรีชา, และจิรนันท์ เข็มกลัด. (2566). แอปพลิเคชันสำหรับการบันทึก ข้อมูลการตรวจสุขภาพ. วารสารวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์และเทคโนโลยีมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย, 3(1), 77–87.
พัชราวดี เดชะ, เวธกา กีรติบำรุงพงศ์, และ จุฑามาศ บัวสอด. (2568). การพัฒนาต้นแบบโปรแกรมประเมินและออกแบบการรักษาเฉพาะบุคคลสำหรับโรคออฟฟิศซินโดรม การศึกษานำร่อง. วารสารกายภาพบำบัด, 47(2), 96-107.
วรางคณา บุตรศรี, และ นันทรียา โลหะไพบูลย์กุล. (2563). การพัฒนาแอปพลิเคชันสื่อการจัดการความปวดในผู้สูงอายุ. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอิสเทิร์น, 17(1), 256–266.
Binbai, S. (2014, May 15). Design and develop multimedia lessons using the ADDIE model. https://drsumaibinbai.files.wordpress.com/2014/12/addie_design_sumai.pdf
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล ซึ่งดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล หรือวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว