การพัฒนาและประสิทธิผลสื่อวิดีทัศน์ป้องกันการพลัดตกหกล้มด้วยการยืดเหยียดกล้ามเนื้อ ผ่านกระบวนการเรียนรู้กลุ่มแอปพลิเคชันไลน์ในผู้สูงอายุ ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
คำสำคัญ:
การพัฒนาสื่อวิดีทัศน์, ประสิทธิผลสื่อวิดีทัศน์ป้องกันการพลัดตกหกล้ม, การยืดเหยียดกล้ามเนื้อ, ผู้สูงอายุ, การเรียนรู้กลุ่มผ่านแอปพลิเคชันไลน์บทคัดย่อ
วิจัยนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อวิดีทัศน์ป้องกันการหกล้มด้วยท่ายืดเหยียดสำหรับผู้สูงอายุ ผ่านกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มด้วยแอปพลิเคชันไลน์ ประเมินประสิทธิผลของสื่อ เปรียบเทียบผลก่อนและหลังการใช้งาน และศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้ม (Thai-FRAT) กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (SFT) กลุ่มตัวอย่างคือผู้สูงอายุ 52 คน ได้จากการสุ่มตัวอย่างอย่างง่าย โดยคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยโปรแกรม G*Power เครื่องมือวิจัย ได้แก่ แบบประเมินประสิทธิผลสื่อ แบบประเมิน Thai-FRAT และ SFTการวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired t-test, Pearson’s และ Spearman’s correlation ผลการวิจัยพบว่า สื่อวิดีทัศน์ที่พัฒนาตามกระบวนการ ADDIE ประกอบด้วยท่ายืดเหยียด 12 ท่า ได้รับการประเมินว่ามีความเหมาะสม (M =4.43, SD= 1.12) และความเป็นไปได้ในระดับมาก (M= 4.07, SD = 0.52) หลังการใช้สื่อคะแนนความแข็งแรงกล้ามเนื้อ 6 ด้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p< .001) และพบความสัมพันธ์ระดับปานกลางอย่างมีนัยสำคัญระหว่าง Thai-FRAT กับแบบทดสอบเดินย่ำก้าว 2 นาที (r= 0.450, p < 0.001) แสดงว่าสื่อวิดีทัศน์นี้ส่งผลดีต่อการเสริมสมรรถภาพและลดความเสี่ยงต่อการหกล้มในผู้สูงอายุได้อย่างมีประสิทธิผล ดังนั้นโรงเรียนผู้สูงอายุในตำบลหมื่นไวยและพื้นที่ที่สนใจสามารถนำไปใช้ฝึกปฏิบัติอย่างต่อเนื่องเพื่อป้องกันการพลัดตกหกล้มได้ สำหรับข้อเสนอแนะในการพัฒนาต่อไป คือ การนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มเป้าหมายในพื้นอื่นๆ รวมทั้ง การศึกษาเพื่อพัฒนานวัตกรรมการสื่อสารผ่านสื่อดิจิทัลในรูปแบบอื่นๆให้เกิดการขยายผลมากขึ้น
เอกสารอ้างอิง
กฤตกร หมั่นสะเกษ, วีไลรัตน์ สอดโคกสูง, และอภิฤดี พาผล. (2568).การศึกษาความเสี่ยงต่อการหกล้ม และการดูแลตนเองเพื่อป้องกันการหกล้มในผู้สูงอายุในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา.วารสารประสาทวิทยาศาสตร์ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 20(1),24-34.
กัญนิกา อยู่สำราญ, ศรีสกุล ชนะพันธ์, และพานิช แก่นกาญจน์. (2563). ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมการดูแลสุขภาพตนเองของผู้สูงอายุ ตำบลหมื่นไวย อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา.วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล.26(1),153-167.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567). สถิติผู้สูงอายุ ธันวาคม 2567. https://www.dop.go.th/th/statistics page?cat=1&id=2566.
กรมกิจการผู้สูงอายุ. (2567).การหกล้มในผู้สูงอายุ. https://www.dop.go.th/th/know/15/548
กรมควบคุมโรค. (2567). ข้อมูลการพลัดตกหกล้ม. https://ddc.moph.go.th/dip/news.php? deptcode=&news=23567
กรมควบคุมโรค. (2567). รายงานการสำรวจความรอบรู้ความเข้าใจปัจจัยเสี่ยงต่อการพลัดตกหกล้มในผู้สูงอายุ. https://ddc.moph.go.th/uploads/files/4645420240926065329.pdf.
กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2568). รายงานข้อมูลจังหวัดนครราชสีมา - 3 หมอรู้จักคุณ. https://3doctor.hss.moph.go.th/main/rp_ampur?prov=MzA%3D&provn=4LiZ4LiE4Lij4Lij4Liy4 LiK4Liq4Li14Lih4Liy®ion=9.
กรมอนามัย. (2568).โปรแกรมการออกกำลังกายเพื่อผู้สูงอายุวัยแข็งแรงและกระฉับกระเฉง E75. https://multimedia.anamai.moph.go.th/video-knowledges/elderly-exercise-program-for-hale-75- years-e75/.
ปิยะรัตน์ สวนกูล และ หัสยาพร อิทยศ. (2566). ประสิทธิผลของรูปแบบการป้องกันการพลัดตกหกล้มของ ผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ในชุมชน. Phrae Medical Journal and Clinical Sciences, 31(1),27-42. https://thaidj.org/index.php/jpph/article/view/13181
ศูนย์สารสนเทศเพื่อการพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา. (2566). แผนพัฒนาจังหวัดนครราชสีมา (พ.ศ. 2566– 2570) https://www2.nakhonratchasima.go.th/ebook_strategy.
ศูนย์วิจัยกิจกรรมทางกายเพื่อสุขภาพ. (2558). คู่มือการประเมินสมรรถภาพการทำหน้าที่ทางกายผู้สูงอายุ. บริษัท เพชรเกษมพริ้นติ้ง กรุ๊ป จำกัด.
สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2567). การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567. https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey_detail/2025/20241209145003_27188.pdf
Brame, C. J. (2016). Effective educational videos: Principles and guidelines for maximizing student learning from video content. CBE—Life Sciences Education, 15(4), es6. https://doi.org/10.1187/cbe.16-03-0125.
Cruz-Jentoft, A. J., Bahat, G., Bauer, J., Boirie, Y., Bruyère, O., Cederholm, T., Cooper, C., Landi, F., Rolland, Y., Sayer, A. A., Schneider, S. M., Sieber, C. C., Topinkova, E., Vandewoude, M., Visser, M., Zamboni, M., Bautmans, I., Baeyens, J. P., Cesari, M., ... & Schols, J. (2019). Sarcopenia: Revised European consensus on definition and diagnosis. Age and Ageing, 48(1), 16–31. https://doi.org/10.1093/ageing/afy169
Eysenbach, G. (2001). What is e-health? Journal of Medical Internet Research, 3(2), e20. https://doi.org/ 10.2196/jmir.3.2.e20.
Intelligence Center for Elderly Media Literacy (ICEML). (2565). ผู้สูงวัยกับประโยชน์จากการใช้ไลน์. https://www.iceml.org/lineapp/
Lord, S. R., Sherrington, C., Menz, H. B., & Close, J. C. T. (2007). Falls in older people: Risk factors and strategies for prevention (2nd ed.). Cambridge University Press. https://doi.org/10.1017/ CBO9780511722233.
Moreland, J. D., Richardson, J. A., Goldsmith, C. H., & Clase, C. M. (2004). Muscle weakness and falls in older adults: A systematic review and meta-analysis. Journal of the American Geriatrics Society, 52(7), 1121–1129. https://doi.org/10.1111/j.1532-5415.2004.52310.x.
Rikli, R.E., & Jones, C.J. (2001). Senior fitness test manual. Human Kinetics.
Rikli, R. E., & Jones, C. J. (2013). Senior fitness test manual (2nd ed.). Human Kinetics.
Rovinelli RJ, Hambleton RK. (1976). On the use of content specialists in the assessment of criterion-referenced test item validity. https://eric.ed.gov/?id=ED121845.
Sherrington, C., Fairhall, N., Wallbank, K., Tiedemann, A., Michaleff, A., Howard, K., & Whitney, J. (2019). Exercise for preventing falls in older people living in the community. Cochrane Database of Systematic Reviews, (1), CD012424. https://doi.org/10.1002/14651858.CD012424.pub2
Woolcott, J. C., Richardson, K. J., Wiens, M. O., Patel, B., Marin, J., Khan, K. M., & Marra, C. A. (2009). Meta-analysis of the impact of 9 medication classes on falls in elderly persons. Archives of Internal Medicine, 169(21), 1952–1960. https://doi.org/10.1001/archinternmed.2009.357
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล ซึ่งดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล หรือวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว