ผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังของบุคลากรกลุ่มเสี่ยง โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี

ผู้แต่ง

  • ปิยะวดี พุฒไทย โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อนจันทบุรี
  • พรฤดี นิธิรัตน์ วิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก
  • ธีรภัทร กตัญญูทวีกูล นักวิชาการอิสระ
  • จุติพร ตะน้อย โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อนจังหวัดจันทบุรี

คำสำคัญ:

โปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ, โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง, บุคลากรกลุ่มเสี่ยง

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียว วัดผลซ้ำ 3 ครั้ง เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง กลุ่มตัวอย่างเป็นบุคลากรกลุ่มเสี่ยงจากการประเมินค่าดัชนีมวลกาย > 25 kg/m2 หรือไขมันคอเลสเตอรอล > 200 mg/dl หรือค่าน้ำตาลในเลือดในช่วง 100-125 mg/dl โรงพยาบาลโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี จำนวน 43 คน เครื่องมือการวิจัยประกอบด้วย โปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง แบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพมีค่าความเชื่อมั่น .96 แบบสอบถามพฤติกรรมสุขภาพ มีค่าความเชื่อมั่น .81 และแบบบันทึกน้ำหนัก ระดับน้ำตาล ระดับไขมันในเลือด วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ one-way repeated measure ANOVA (ทดสอบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธี Bonferroni) ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ในระยะหลังได้รับโปรแกรม 3 เดือน และระยะหลังได้รับโปรแกรม 6 เดือน สูงกว่าระยะก่อนได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) 2) ค่าคะแนนเฉลี่ยดัชนีมวลกาย ระดับไขมันในเลือด และระดับน้ำตาลในเลือด หลังได้รับโปรแกรม 3 เดือน และหลังได้รับโปรแกรม 6 เดือน ต่ำกว่าก่อนได้รับโปรแกรม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.001) จากการวิจัยครั้งนี้มีข้อเสนอแนะว่า บุคลากรสุขภาพควรนำโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี้ ไปประยุกต์ใช้กับประชาชนวัยผู้ใหญ่กลุ่มอื่น ที่มีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง เพื่อลดอัตราการเกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังรายใหม่

เอกสารอ้างอิง

กรมอนามัย. (2568). DOH Data Center: ระบบคลังข้อมูลกรมอนามัย. https://dohdatacenter.anamai.moph.go.th/index.php

กองพัฒนาข้อมูลและตัวชี้วัดสังคม สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2566). สุขภาพและความเจ็บป่วย. ภาวะสังคมไทยไตรมาสสอง ปี 2566. 21(3), 2-9.

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ. (2565). คู่มือการดำเนินงานสุขศึกษาหมู่บ้านปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพhttps://skko.moph.go.th/dward/document_file/health_behavior/common_form_upload_file/20230427104744_360301399.pdf

จรรยา คุณภาที. (2566). การพัฒนารูปแบบความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ด้านโรคติดต่อและไม่ติดต่อในพื้นที่ตำบลบ้านม่วงอำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(3), 1-10.

จุฑาทิพย์ งอยจันทร์ศรี. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพตามหลัก 3อ. 2ส.ในผู้สูงอายุกลุ่มเสี่ยงเบาหวานต่อการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม หน่วยบริการปฐมภูมิ ศูนย์สุขภาพชุมชนเมืองสุขเกษม โรงพยาบาลสกลนคร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(3), 337-345.

จุฑามาศ ปุญญปุระ. (2567). ศึกษาการพัฒนารูปแบบการสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพของพนักงานโรงงานในจังหวัดนครสวรรค์. วารสารสาธารณสุขมูลฐาน (ภาคเหนือ), 34(2), 4-11.

ชลลดา งอนสำโรง, และณัฐวุฒิ กกกระโทก. (2566). ศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลธงชัยเหนือ อำเภอปักธงชัยจังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, 9(1), 115-129.

ธนพร บึงมุม, และสงกรานต์ กลั่นด้วง. (2566). ผลของโปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพในการป้องกันโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงของบุคลากรกลุ่มเสี่ยง. วารสารสุขภาพและสิ่งแวดล้อมศึกษา, 8(3), 371-379.

นวลอนงค์ ศรีสุกไสย. (2567). ประสิทธิผลของโปรแกรมการพัฒนาความรอบรู้ทางสุขภาพ ต่อพฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคความดันโลหิตสูง ตำบลเขาขลุง อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี. วารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช, 4(1), 14-26. E000729.

พรฤดี นิธิรัตน์, ราตรี อร่ามศิลป์, จารุณี ขาวแจ้ง, วรรณศิริ ประจันโน, เสาวภา เล็กวงษ์, และอมาวสี อัมพันศิริรัตน์. (2562). ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองของผู้ที่อ้วนและมีไขมันในเลือดสูง ในจังหวัดจันทบุรี: กรณีประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ตำบลท่าช้าง อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี. วารสารวิชาการสาธารณสุข,29(6), 1025-1034.

มนตรี อ่อนทะเล, ธนีนาฏ ณ สุนทร, และพิมพ์ประภา อมรกิจภิญโญ. (2567). รูปแบบการบริหารความรอบรู้ด้านสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ. วารสาร มจร สังคมศาสตร์ปริทรรศน์, 13(2), 122-135.

วิทยา สอนเสนา, ภาณุพงศ์ มณีวรรณ์, และเกศินี พันธ์ประยูร. (2566). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง และผู้ดูแลกลุ่มเสี่ยง ในตำบลทุ่งก่อ อำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย. วารสารสุขศึกษาและสื่อสารสุขภาพ, 9(1), 23-40.

สุภาวดี กลัดทอง, และณรินี แย้มสกุล. (2564). ผลของโปรแกรมสุขศึกษาเพื่อการเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 2 อ. ต่อความรอบรู้ด้านสุขภาพ พฤติกรรมสุขภาพ และระดับน้ำตาลในเลือดของกลุ่มเสี่ยงโรคเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารวิชาการและการพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จักรีรัช, 1(2), 14-26.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี. (2568). นโยบายและทิศทางการพัฒนาด้านสุขภาพของจังหวัดจันทบุรี. https://cto.moph.go.th/download/yuth/policy_ssj_2566.pdf

อรัญญา วงศ์สวัสดิ์, และวัลภา เฟือยงาราช. (2567). ผลของโปรแกรมการเสริมสร้างพลังอำนาจ ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลคำตากล้า จังหวัดสกลนคร. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อม และสุขภาพชุมชน, 9(3), 480-488.

American Diabetes Association. (2019). Classification and diagnosis of diabetes: standards of medical care in diabetes-2019. Diabetes Care, 42(1), 13-28.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences (2nd ed.). Lawrence Erlbaum Associates.

Faul, F., Erdfelder, E., Buchner, A., & Lang, A.-G. (2009). Statistical power analyses using G*Power 3.1: Tests for correlation and regression analyses. Behavior Research Methods, 41, 1149–1160. https://doi.org/10.3758/BRM.41.4.1149

Mackey, L M., Doody, C., Werner, E.L., & Fullen, B. (2016) Self-management skills in chronic disease management. Medical Decision Making, 36(6), 741–759.

Prochaska, J O., & DiClemente, C.C. (1984). The transtheoretical approach: Crossing traditional boundaries of therapy. Dow Jones-Irwin.

Schillinger, D. (2002). Association of health literacy with diabetes outcomes. JAMA, 288(4), 475-482.

Shaluhiyah, Z., Qatrannada, S. A., Kusumawati, A., & Miah, M. S. (2025). The effect of digital health intervention in promoting healthy behavior: A systematic scoping review on strategies to prevent non-communicable diseases. Dialogues in Health, 100258.

Wang, Y., Xue, H., Huang, Y., Huang, L., & Zhang, D. (2017). A systematic review of application and effectiveness of mHealth interventions for obesity and diabetes treatment and self-management. Advances in nutrition, 8(3), 449-462.

World Health Organization. (1998). Health promotion glossary.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย