The Effect of Empowerment Nursing Practice Guideline on Preventing Endotracheal Tube Displacement of Newborn Infant in Neonatal Intensive Care Unit ,Mahasarakham Hospital

ผู้แต่ง

  • สุวัลยา ศรีรักษา
  • เพิ่มพูน ศิริกิจ
  • อังคนา จันคามิ

คำสำคัญ:

ทารกแรกเกิด, แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอเลื่อนหลุด, การเสริมพลังอำนาจ

บทคัดย่อ

                  การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi experimental Research) มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอเลื่อนหลุดในทารกแรกเกิดโดยการเสริมพลังอำนาจพยาบาล หน่วยงานทารกวิกฤตโรงพยาบาลมหาสารคาม และศึกษาความพึงพอใจของพยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอเลื่อนหลุดในทารกแรกเกิดโดยกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง (Purposive sampling)  ประกอบด้วยพยาบาลวิชาชีพทุกคนที่ปฏิบัติงานในหน่วยงานทารกวิกฤต จำนวน 11 คน  และทารกแรกเกิดถึง อายุ 30 วัน ที่ใส่ท่อหลอดลมคอและใช้เครื่องช่วยหายใจ ศึกษาระหว่างเดือนกรกฎาคม2557  ถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2557 จำนวน 30 ราย

                  ผลการศึกษา กลุ่มตัวอย่าง ด้านเพศ  อายุครรภ์ น้ำหนักของทารกก่อนและหลังการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล เมื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของลักษณะข้อมูลทั่วไประหว่างกลุ่มก่อนใช้แนวปฏิบัติและกลุ่มหลังใช้แนวปฏิบัติ จากการทดสอบทางสถิติ พบว่า ค่า Kolmogorov – Smirnov Z ทุกเรื่องมีค่า > .05 และค่า Asymp. Sig. (2-tailed) ทุกเรื่องมีค่า > .05 จึงอธิบายได้ว่า ทั้งสองกลุ่มไม่มีความแตกต่างกันในเรื่อง  อายุ น้ำหนัก อายุในครรภ์มารดาและจำนวนวันใส่ท่อหลอดลมคอ กล่าวคือ กลุ่มตัวอย่างทั้งสองกลุ่ม ส่วนใหญ่มีอายุ 1 วัน อายุเฉลี่ย 2.73 วัน อายุในครรภ์มารดาเฉลี่ย 34.93 สัปดาห์ และทารกมีน้ำหนักเฉลี่ย 2,344.67 กรัม  ในด้านความพึงพอใจ พยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอเลื่อนหลุดในทารกแรกเกิด พบว่า พยาบาลผู้ใช้แนวปฏิบัติมีความคิดเห็นในระดับมากที่สุดทุกด้าน

                  สรุปและอภิปรายผล แนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอเลื่อนหลุดในทารกแรกเกิด โดยการเสริมพลังอำนาจพยาบาล  ซึ่งพัฒนาโดยใช้กรอบแนวคิดการเสริมสร้างพลังอำนาจของคองเกอร์และคานันโก ทุกขั้นตอน  การเสริมสร้างพลังอำนาจ ทำให้ผู้ปฏิบัติรับรู้ปัญหาค้นหาทางเลือกในการแก้ปัญหา ระบุแนวทางปฏิบัติสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ ซึ่งสอดคล้องกับผลการวิจัย ของฟิลแมน , การ์ฟิลและนักวิชาการอีกหลายท่าน

เอกสารอ้างอิง

Horimoto Y, Tomie H, Hanzawa K, Nishida Y. Accidental extubations during respiratory management in a children's hospital. J Anesth. 1991 Apr;5(2):142-5.

Sharek PJ, Horbar JD, Mason W, Bisarya H, Thurm CW, Suresh G, et al. Adverse events in the neonatal intensive care unit: development, testing, and findings of an NICU- focused trigger tool to identify harm in North American NICUs. Pediatrics. 2006 Oct;118(4):1332-40.

Conner GH, Maisels MJ. Orotracheal intubation in the newborn. Laryngoscope 1977;87(1):87

ปิยะนันท์ ไพไทย. ผลของการใช้แนวปฏิบัติการพยาบาล เพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอหลุดในทารก. การศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ พยาบาลสุขภาพเด็ก บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2551.

Conger JA, Kanungo RN. The empowerment process:integrating theory and practice. Acad Manage Rew 1988;13:471-482.

กิตติยาภรณ์ โชคสวัสดิ์ภิญโญ. การเสริมสร้างพลังอำนาจผู้ดูแลและครอบครัวต่อการพัฒนา คุณภาพชีวิตผู้ติดเชื้อเอช ไอ วี/ ผู้ป่วยเอดส์.2554.

อังคนา จันคามิ. การพัฒนาแนวปฏิบัติการพยาบาลเพื่อป้องกันท่อหลอดลมคอเลื่อนหลุด ในทารกแรกเกิด. การศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการ พยาบาลสุขภาพเด็ก บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยขอนแก่น;2557.

รัตนา ลือวานิช. ความสัมพันธ์ระหว่างปัจจัยส่วนบุคคลและการเสริมสร้างพลังอำนาจในงานกับ ความพึงพอใจของพยาบาลประจำการโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ภาคใต้; 2539.

จันทร์เพ็ญ สิทธิวงศ์. ความสัมพันธ์ระหว่างการเสริมสร้างพลังอำนาจในงานกับความ พึง พอใจในงานของพยาบาลประจำการ โรงพยาบาลศรีนครินทร์. วิทยานิพนธ์ปริญญา;2545.

เยาวภา จันทร์มา. การพัฒนาและการใช้แนวปฏิบัติทางคลินิกสำหรับการป้องกันท่อ ทางเดินหายใจเลื่อนหลุดในผู้ป่วยทารกและเด็ก หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรม โรงพยาบาล นครพิงค์ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารสมาคมพยาบาลฯ สาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, 27(4);2552.22-29.

เบญจมาศ จันทร์นวล. การลดความวิตกกังวลของผู้ป่วยขณะใส่เครื่องช่วยหายใจโดยใช้ดนตรีบำบัดในหอผู้ป่วยเวชบำบัดวิกฤตอายุรกรรม โรงพยาบาลศรีนครินทร์.วิทยานิพนธ์ ปริญญาพยาบาลศาสตร์มหาบัณฑิต คณะพยาบาลศาสตร์, มหาวิทยาลัยขอนแก่น;2538.

Funnell MM, Anderson RM. Empowerment and Self Management of Diabetis. Clinical Diabetis ;2004,22 (3): 123-127.

สุพิศ กิตติรัชดา. การเสริมสร้างพลังอำนาจในงานกับความยึดมั่นผูกพันต่อองค์กรพยาบาล โรงพยาบาลนครพิงค์เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่;2538.

อวยพรตัณมุขยกุล. พลังอำนาจกับการเสริมสร้างพลังอำนาจในงาน ในวิชาชีพพยาบาล. พยาบาลสาร; 2540.241-9.

Manthey M. Empowerment: Staff nurse: decision on the action level. Nurse Management; 1989, 20:17

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2021-07-23

รูปแบบการอ้างอิง

ศรีรักษา ส., ศิริกิจ เ., & จันคามิ อ. (2021). The Effect of Empowerment Nursing Practice Guideline on Preventing Endotracheal Tube Displacement of Newborn Infant in Neonatal Intensive Care Unit ,Mahasarakham Hospital. วารสารโรงพยาบาลมหาสารคาม, 12(1), 169–181. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MKHJ/article/view/252329

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย