ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรู้และทัศนคติ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการใช้พืชกระท่อม ในเกษตรกร ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้แต่ง

  • จีรารัตน์ อุ่นเพ็ญ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • อัษฎาวุฒิ โยธาสุภาพ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • สิริยาพร จันทร์ชู คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • วริสา สง่าพาโชค คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • อาทิตยา เหลืองประเสริฐ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
  • ลักษมี บัวสัมฤทธิ์ คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์

DOI:

https://doi.org/10.64962/rdhsj.v18i3.2025.275592

คำสำคัญ:

โปรแกรมสร้างเสริม, 30 วันฟันดี, โปรแกรมสร้างเสริม, พืชกระท่อม, พฤติกรรมเสี่ยง

บทคัดย่อ

การวิจัยนี้เป็นการทดลองกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรู้และทัศนคติในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการใช้พืชกระท่อมในเกษตรกร ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกร 40 คน ที่คัดเลือกแบบเจาะจง เก็บข้อมูล 3 ระยะ ได้แก่ ก่อนเข้าร่วม หลังเข้าร่วม 8 สัปดาห์ และระยะติดตาม 12 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ แบบสอบถาม และโปรแกรมสร้างเสริมความรู้และทัศนคติฯ เครื่องมือที่ใช้ คือ แบบสอบถาม และโปรแกรมสร้างเสริมความรู้และทัศนคติ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ จำนวน ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงอนุมาน ได้แก่ Paired-Samples T-test และการวิเคราะห์ความแปรปรวนซ้ำ

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 40 คน เป็นเพศชายร้อยละ 70.0 เมื่อเปรียบเทียบผลในแต่ละช่วง พบว่า ความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรมเสี่ยง แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05
โดยพบว่า หลัง 12 สัปดาห์ กลุ่มตัวอย่างมีความรู้อยู่ในระดับสูง ร้อยละ 100.0 ทัศนคติและพฤติกรรมเสี่ยงอยู่ในระดับปานกลาง ร้อยละ 92.5 ร้อยละ 87.5 ตามลำดับ

สรุปได้ว่า โปรแกรมมีประสิทธิผลในการเพิ่มความรู้ ปรับทัศนคติ และลดพฤติกรรมเสี่ยงโดยอาศัยการสร้างความรู้และความตระหนักผ่านกระบวนการสุขศึกษา อย่างไรก็ตามงานวิจัยนี้มีข้อจำกัด ได้แก่ ไม่มีกลุ่มเปรียบเทียบ ขนาดกลุ่มตัวอย่างเล็ก มาจากพื้นที่เดียว และระยะติดตามสั้น

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

Cinosi E, Martinotti G, Simonato P, Singh D, Demetrovics Z, Roman-Urrestarazu A, et al. Following "the Roots" of Kratom (Mitragyna speciosa): The Evolution of an Enhancer from a Traditional Use to Increase Work and Productivity in Southeast Asia to a Recreational Psychoactive Drug in Western Countries. (2314-6141 (Electronic)).

Singh D, Narayanan S, Vicknasingam B, Corazza O, Santacroce R, Roman-Urrestarazu A. Changing trends in the use of kratom (Mitragyna speciosa) in Southeast Asia. Hum Psychopharmacol 2017; 32(3).

พระราชบัญญัติพืชกระท่อม 2565. ราชกิจจานุเบกษา. 2565; 139(52 ก): 1-14.

กุสุมาลย์ น้อยผา, วิทวัส หมาดอี, สรายุทธ หวังเกตุ และคณะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการใช้พืชกระท่อมในการดูแลตนเองของประชาชนในพื้นที่อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารหมอยาไทยวิจัย; 8(2): 81-98.

Manop Kanato, Kanittha Thaikla, Sawitri Assanangkornchai, Chitlada Areesantichai, Sayamol Charoenratana, Poonrut Leyatikul, et al. Report on the results of a household survey to estimate the population of drug users in Thailand in 2019; 2019.

A B. Social Learning Theory. Prentice Hall; 1977.

Assanangkornchai, S., Arunpongpaisal, S., & Kittirattanapaiboon, P. (2013). The ASSIST-linked brief intervention for hazardous and harmful substance use: manual for use in primary care. (2nd ed.). Nonthaburi, Thailand: Kunathai.(in Thai)

Bloom BS. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. 1971.

Best JW. Research in Education. 3rd. Engle Wood Cliff: NJ Prentice Hall; 1977.

Turner R, Carlson L. Indexes of Item-Objective Congruence for Multidimensional Items. International Journal of Testing 2003; 3: 163-71.

รพีพัฒน์ รักกุศล, สายสุนีย์ เลิศกระโทก, พริ้งพลอย นันทพรศิริพงศ์, และคณะ. ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนต่อความมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิเสธการใช้พืชกระท่อมของนักศึกษาระดับอุดมศึกษา จังหวัดนครราชสีมา.วารสารวิจัยการพยาบาลและการสาธารณสุข; 5(1): e270378.

อัษฎาวุฒิ โยธาสุภาพ, แก้วกาญจนา บุญมาสีใส, ศิริรัตน์ คำเนียม, และคณะ. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการบริโภคพืชกระท่อมของประชากรกลุ่มวัยแรงงานในพื้นที่ตลาดไท จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ; 17(2): 269-283.

Ninbarun P, Buranakiti A, Thanchuman S, Wongsuntorn K, Sriwong T, Buayairuksa R, et al. Factors Related to Risky Behavior Related to Kratom Use among Male Students at a Public University. Journal of Health Science Boromarajonani College of Nursing Sunpasitthiprasong 2024; 8(2): e270974.

บุปผา ใจมั่น, พิชญานิกา เชื้อกาญจน์, เกษราภรณ์ เคนบุปผา, และคณะ. ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความตระหนักรู้ต่อทัศนคติการใช้พืชกระท่อมของวัยรุ่น. วารสารสภาการพยาบาล 2025; 40(03): 427-47.

Mard-e KNW, Hwangket S, Damkra A. Factors Related to Self-treatment with Kratom of People in Khanom District, Nakhon Si Thammarat Province. Journal of Traditional Thai Medical Research 2022; 8(2).

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2025-10-11

รูปแบบการอ้างอิง

อุ่นเพ็ญ จ., โยธาสุภาพ อ., จันทร์ชู ส., สง่าพาโชค ว., เหลืองประเสริฐ อ., & บัวสัมฤทธิ์ ล. (2025). ผลของโปรแกรมสร้างเสริมความรู้และทัศนคติ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อการใช้พืชกระท่อม ในเกษตรกร ตำบลเขาพังไกร อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 18(3), 96–110. https://doi.org/10.64962/rdhsj.v18i3.2025.275592

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย