การศึกษาวิธีการปลูกขอบชะนางแดงเพื่อลดการปนเปื้อนและการประหยัดพื้นที่
Main Article Content
บทคัดย่อ
ปัจจุบันประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนแหล่งวัตถุดิบสมุนไพร เนื่องจากพื้นที่การเกษตรปนเปื้อนสารเคมีและมลพิษ ส่งผลให้วัตถุดิบมีคุณภาพต่ำและเกิดความเสี่ยงต่อผู้บริโภค ดังนั้นการศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสนอแนวทางในการเพาะปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่จำกัดที่สามารถควบคุมการปนเปื้อนได้ โดยการควบคุมปัจจัยการเจริญเติบโตของสมุนไพร ผลการศึกษาพบว่า ขอบชะนางแดงเป็นพืชประเภทล้มลุกขนาดเล็กที่สามารถเพาะปลูกได้ 2 รูปแบบในพื้นที่จำกัด ได้แก่ การปลูกแบบกระบะและแบบชั้น โดยการปลูกทั้ง 2 รูปแบบใช้พื้นที่รูปแบบละ 1X1.5 เมตร สามารถควบคุมการปนเปื้อนสารเคมีได้โดยการใช้ดินปรุงที่มีส่วนประกอบของดิน ทรายและขุยมะพร้าวในอัตราส่วน 2:1:1 และใช้ปุ๋ยอินทรีย์ที่มีส่วนประกอบของใบไม้แห้ง มูลวัวและ จุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ(EM)เจือจางในอัตราส่วน 1:1:1 ร่วมกับการรดน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของพืช เมื่อครบเวลา 4 เดือนสามารถเก็บเกี่ยวขอบชะนางแดงทั้งต้นไปใช้ในการปรุงยารักษาโรคต่างๆ ได้ โดยการปลูกแบบกระบะและแบบชั้นให้ผลผลิตจำนวน 3.43 และ 4.12 กิโลกรัม ตามลำดับ การประเมินคุณภาพทางกายภาพและการปนเปื้อนพบว่า ขอบชะนางแดงที่ทำการเพาะปลูกแบบกระบะและแบบชั้นมีลักษณะสัณฐานวิทยา สี กลิ่น รสและการพิสูจน์เอกลักษณ์โดยเทคนิคโครมาโตกราฟีผิวบางตรงกับขอบชะนางแดงมาตรฐาน นอกจากนี้ยังพบว่าการปนเปื้อนของโลหะหนักและเชื้อจุลินทรีย์ของขอบชะนางแดงไม่เกินค่ามาตรฐานที่อนุญาตโดยสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยากำหนด
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (มปป). ขอบชะนางแดง. ค้นเมื่อ 2 ธันวาคม 2564, จาก https://58.97.11.98/thaiherbs/herb_pdf/0135.pdf.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกกระทรวงสาธารณสุข.(2558). คู่มือการกำหนดพื้นที่ส่งเสริมการปลูกสมุนไพรเพื่อใช้ในทางเภสัชกรรมไทย. กรุงเทพฯ: สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์.
กองการประกอบโรคศิลปะ. (มปป). ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม.กรุงเทพฯ: สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข.
ยุทธชัย อนุรักติพันธุ์ และคณะ. (2545). การศึกษาการดูดซับสารพิษและโลหะหนักของหญ้าแฝกบนพื้นที่ผังกลบขยะ จังหวัดสุพรรณบุรี.การประชุมทางวิชาการครั้งที่40 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สาขาวิทยาศาสตร์ สาขาการจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม.หน้า 317-326.
ยศเวท สิริจามร และคณะ. (2560). ศักยภาพในการดูดซับและสะสมโลหะหนักของพืชล้มลุกชนิดเด่นบริเวณพื้นที่รอบเหมืองแร่ทองคำ จังหวัดพิจิตร.วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี. 25(1),110-123.
นวลฉวี รุ่งธนเกียรติ. (2546). หญ้าแฝกกับการดูดซับโลหะหนักจากน้ำเสีย. กรุงเทพฯ: สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ.
ปิยพร พยัฆพรม. (2558). การควบคุมคุณภาพของผลิตภัณฑ์สมุนไพร.วารสารองค์การเภสัชกรรม. 22(4), 2-7.
นพมาศ สุนทรเจริญนนท์ และคณะ. (2551). ทีแอลซี: วิธีอย่างง่ายในการวิเคราะห์คุณภาพเครื่องยาไทย. พิมพ์ครั้งที่ 1. นครปฐม: มหาวิทยาลัยมหิดล.
Association of South East Asian Nations (ASEAN). (2566).ASEAN GUIDELINES ON LIMITS OF CONTAMINANTS FOR HEALTH SUPPLEMENTS. ค้นเมื่อ 24 มกราคม 2566, จาก https://asean.org/wp-content/uploads/2017/09/ASEAN-Guidelines-on-Limts-of-
contaminants-HS-V2.0-with-disclaimer.pdf.
Department of Medical Sciences. (2548). Thai Pharmacopoeia Vol. I and II Supplement. Nonthaburi.
ชนกิตติ์ ธนสุข. (2555). การศึกษาและพัฒนาชุดกระถางสำหรับการจัดสวนในพื้นที่จำกัดบนอาคารสูง.ปริญญานิพนธ์ ศป.ม. นวัตกรรมการออกแบบ.กรุงเทพฯ: บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ.
ปริญญา จันทรศรี และคณะ. (2550). โครงการวิจัยและถ่ายทอดเทคโนโลยี การผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพจากวัสดุอินทรีย์เหลือใช้ทางการเกษตร.ค้นเมื่อ 26 มกราคม 2565, จากhttps://archive.lib.cmu.ac.th/full/res/2550/tressct510270_50_full.pdf.
สุภาพร พงค์ธรพฤกษ์ . (2562). การวิจัยเชิงปฏิบัติการแบบมีส่วนร่วมเพื่อการหมักปุ๋ยชีวมวลเหลือทิ้งในสวนวนเกษตร. วารสารการจัดการสิ่งแวดล้อม. 15(2), 78-87.
พรพรรณ ก้อใจและคณะ.(2562). ภูมิปัญญาในการตรวจสอบพืชสมุนไพรอย่างร่วมสมัย. การประชุมวิชาการระดับชาติและนานาชาติ ครั้งที่ 6 มหาวิทยาลัยภาคะวันออกเฉียงเหนือ. หน้า 840-845.
The Plant List A working list of all plant species. (2565). ขอบชะนางแดง. ค้นเมื่อ 22 มิถุนายน 2565, จาก http://www.theplantlist.org.
คลังสารสนเทศของสถาบันนิติบัญญัติ.(2548). ประกาศสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา. ค้นเมื่อ 16 มิถุนายน 2564, จาก https://dl.parliament.go.th/backoffice/viewer2300/web/viewer.php.
Metrology in fo. (2563). โลหะหนักในสมุนไพร.ค้นเมื่อ 12 มิถุนายน 2564, จาก http://article.nimt.or.th/?book.
กลุ่มงานศูนย์วิทยาศาสตร์มาตรฐาน. (2554). การปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์ในสมุนไพรและยาแผนโบราณจากแหล่งผลิตในพื้นที่ 5 จังหวัดชายแดนใต้.ค้นเมื่อ 10 มิถุนายน 2564, จากhttp://rmsc12.dmsc.moph.go.th/web/file/document.pdf.
ฐานเศรษฐกิจ. (2561). สภาอุตฯ สินค้าเสริมอาหารแก้เหตุขาดวัตถุดิบเร่งปลูกพืชสมุนไพรลดนำเข้าปีละแสนล้านบาท.ค้นเมื่อ 12 พฤศจิกายน 2564, จาก http://www.thansettakij.com.
พัชราภรณ์ ภู่ไพบูลย์และคณะ. (2553). การปนเปื้อนโลหะหนักในยาสมุนไพรไทย.การประชุมทางวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ครั้งที่ 48 : สาขาพืช.หน้า 355-363.
จิตรา ชัยวัฒน์ และคณะ.(2557). ความปลอดภัยของยาจากสมุนไพรในบัญชียาหลักแห่งชาติ.วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. 56(3), 123-134.
กันยารัตน์ชลสทธิ์และคณะ.(2546) .การปนเปื้อนของโลหะหนักในยาแผนโบราณของไทย.วารสารสาธารณสุข. 12(2), 273-278.
กุลธิดา อำพันธ์ทอง และคณะ. (2561) .การพัฒนาแหล่งผลิตและผลิตภัณฑ์สุขภาพ จากสมุนไพรเขตสุขภาพที่ 9.วารสารอาหารและยา. 25(1), 40-49.