การศึกษาเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดน้ำและเอทานอล ของตำรับสมุนไพรไทย "ยานึ่งท้อง"

Main Article Content

พริมา ทองวิเชียร
ภัทรศศิร์ เหล่าจีนวงค์

บทคัดย่อ

ตำรับยานึ่งท้องเป็นตำรับยาที่ใช้ในการดูแลสุขภาพมารดาหลังคลอดที่ถูกระบุอยู่ในคัมภีร์แพทย์ไทย   แผนโบราณ มีสรรพคุณในการขับน้ำคาวปลา บรรเทาอาการปวดมดลูก และช่วยให้หน้าท้องยุบเร็วขึ้น ซึ่งมีทั้งรูปแบบผสมน้ำและสุรา ในการศึกษาครั้งนี้จึงทำการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดน้ำและเอทานอลของตำรับ "ยานึ่งท้อง" ด้วยวิธี DPPH และ ABTS และศึกษาองค์ประกอบทางพฤษเคมีโดยวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบฟินอลิกและฟลาโวนอยด์รวมของสารสกัดน้ำและเอทานอล จากการศึกษาพบว่าสารสกัดเอทานอลตำรับยานึ่งท้องมีร้อยละของสารที่สกัดได้มากกว่าสารสกัดน้ำ และพบปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมของสารสกัดเอทานอลตำรับยานึ่งท้องมีค่าเท่ากับ 7.9 ± 0.3 มิลลิกรัมของกรด    แกลลิก/100 กรัมของสารสกัด และ 5.6 ± 0.3 มิลลิกรัมของแคทีชิน/100 กรัมของสารสกัดซึ่งมีปริมาณสูงกว่าสารสกัดน้ำตำรับยานึ่งท้อง นอกจากนี้การศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ DPPH และ ABTS ของสารสกัดตำรับยานึ่งท้องพบว่าค่า IC50 ของสารสกัดเอทานอลที่ทดสอบด้วยวิธี DPPH และ ABTS มีค่าเท่ากับ 1.118 ± 0.125 และ 0.371 ± 0.013 มิลลิกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ในการศึกษานี้สรุปได้ว่าสารสกัดเอทานอลมีปริมาณร้อยละของสารสกัดที่ได้ ค่า IC50 และมีปริมาณสารประกอบฟีนอลิกและสารประกอบฟลาโวนอยด์รวมสูงกว่าสารสกัดน้ำของตำรับยานึ่งท้อง

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ทองวิเชียร พ., & เหล่าจีนวงค์ ภ. (2024). การศึกษาเปรียบเทียบฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดน้ำและเอทานอล ของตำรับสมุนไพรไทย "ยานึ่งท้อง". วารสารหมอยาไทยวิจัย, 10(1), 55–66. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/ttm/article/view/268559
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

ฐิติพร อิงคถาวรวงศ์. (2559). การพยาบาลมารดาและทารก (เล่ม 2). สงขลา: พีโอดีไซน์.

เพ็ชรัตน์ เตชาทวีวรรณ. (2564). การพยาบาลระยะหลังคลอด. สืบค้นเมื่อ 7 มกราคม 2567, จาก http://www.elnurse.ssru.ac.th/petcharat_te/pluginfile.php/58/block_html/content/การพยาบาลมารดาหลังคลอด9424022019.pdf.

อุดมวรรณ วันศรี และ สายพิณ เกตุแก้ว. (2560). การอยู่ไฟ: ทางเลือกของมารดาหลังคลอด. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพ วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สรรพสิทธิประสงค์, 1(3), 1-11.

จันทรมาศ เสาวรส. (2562). สืบสานภูมิปัญญาไทยสู่คนรุ่นใหม่: การบูรณาการภูมิปัญญาไทยในการดูแลสุขภาพมารดาหลังคลอด. วารสารศูนย์การศึกษาแพทยศาสตร์คลินิก โรงพยาบาลพระปกเกล้า, 36(3), 251-257.

พนิดา มากนุษย์ และคณะ. (2561). ประสิทธิผลของการทับหม้อเกลือด้วยศาสตร์แพทย์แผนไทยในหญิงหลังคลอด. วารสารวิทยาศาสตร์สุขภาพและการสาธารณสุขชุมชน, 1(1), 26-38.

สุภาวดี ตรีรัตนถวัลย์. (2557). ประสิทธิผลของการทับหม้อเกลือเพื่อลดขนาดรอบเอวในบุคลากรมหาวิทยาลัยรามคำแหง: รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยรามคำแหง, กรุงเทพฯ.

ขุนโสภิตบรรณลักษณ์. (2513). คัมภีร์แพทย์ไทยแผนโบราณ เล่ม 2. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สำนักพิมพ์ทำเนียบนายกรัฐมนตรี.

Singharach, A., et al. (2020). Anti-inflammatory activity of Zingiber montanum (J.König) Link ex Dietr. extracts prepared by deep frying in coconut oil. Pharmaceutical Sciences Asia, 47(1), 51-57. doi: 10.29090/psa.2020.01.018.0009.

กุลิสรา อุ่นเจริญ และ วัลลภา ลีลานันทกุล. (2565). ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบของสารสกัดตำรับประสะขมิ้นอ้อยและสมุนไพรในตำรับ. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น, 4(2), 225-238.

Jeenaa, K., et al. (2014). Antioxidant, Anti-inflammatory and Antinociceptive Properties of Black Pepper Essential Oil (Piper nigrum Linn). Journal of Essential Oil-Bearing Plants, 17(1), 1-12. doi: 10.1080/0972060X.2013.831562.

อารีนา ดาราบากอ และคณะ. (2564). ประสิทธิผลของตำรับยานาบอุทรพันเพื่อลดหน้าท้องในหญิงหลังคลอด. วารสารวิชาการสาธารณสุข, 30(6), 1063-1071.

Threrapanithan C, et al. (2015). Anti-inflammatory and antioxidant activities of the Thai traditional remedy called “Leard-ngam” and its plant ingredients. Thammasat Medical Journal, 15(3), 376-383.

Fattahi S, et al. (2014). Total Phenolic and Flavonoid Contents of Aqueous Extract of Stinging Nettle and In Vitro Antiproliferative Effect on Hela and BT-474 Cell Lines. International Journal of Molecular and Cellular Medicine, 3 (2), 102-107.

Phowichit S., et al. (2019). Antioxidant activity, phenolic and flavonoid constituents of Crude extracts from Piper ribesioides and Zanthoxylum limonella traditional herbal medicine in Northern Thailand. Research Journal Rajamangala University of Technology Thanyaburi, 18(1), 25-39. doi: 10.14456/rj-rmutt.2019.3

Almeida M. M. B, et al. (2011). Bioactive compounds and antioxidant activity of fresh exotic fruits from northeastern Brazil.Food Research International, 44(7), 2155-2159. doi: 10.1016/j.foodres.2011.03.051

กิตติพัฒน์ โสภิตธรรมคุณ และ ปานทิพย์ รัตนศิลป์กัลชาญ. (2560). การสกัดและวิธีวัดความสามารถการต้านอนุมูลอิสระในพืชสมุนไพร. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ. 3(1), 86-94.

วลัยพร สินสวัสดิ์และคณะ. (2564). การวิเคราะห์สารประกอบฟีนอลิกและความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระของสารสกัดใบหนานเฉาเหว่ยและใบมะม่วงหาวมะนาวโห่: รายงานการวิจัย. มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ, พระนครศรีอยุธยา.

Thiraphatthanavong P., et al. (2023). Evaluation of phytochemical compositions, total phenolic contents and antioxidant activities in different solvent maceration techniques of Zingiber cassumunar Roxb., Curcuma longa L. and Zingiber officinale Roscoe. Health Science, Science and Technology Review, 16(3), 53-69.

Akbar P., et al. (2018). Antioxidant capacity of piper longum and piper nigrum fruits grown in Bangladesh. World Journal of Pharmaceutical Sciences, 2(9), 931-941.

ศศิธร ทองสาย และคณะ. (2017). ผลของอุณหภูมิต่อปริมาณสารประกอบฟีนอล ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระและคุณสมบัติเคมีของกระเทียมดำศรีสะเกษ. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการระดับชาติ “นวัตกรรมและเทคโนโลยีวิชาการ 2017”, สุรินทร์. หน้า 426-434.