การวิเคราะห์หาปริมาณโลหะหนักในยาสมุนไพร 10 ตำรับของโรงพยาบาล การแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บ สุภัทโท
Main Article Content
บทคัดย่อ
การศึกษางานวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ในการตรวจวิเคราะห์หาปริมาณโลหะหนักในตำรับยาสมุนไพร 10 ตำรับ ของโรงพยาบาลการแพทย์แผนไทยสกลนคร หลวงปู่แฟ๊บสุภัทโท โลหะหนักที่ทำการศึกษาได้แก่ ตะกั่ว (Pb), แคดเมียม (Cd) สารหนู (As) , และปรอท (Hg) ตัวอย่างตำรับยาสมุนไพรได้แก่ ยาเถาวัลย์เปรียง ยาประสะเจตพังคี ยาสหัศธารา ยาธรณีสัณฑะฆาต ยาหอมนวโกฐ ยาประสะจันทน์แดง ยากษัยเส้น ยาหอมเทพจิตรยาขมิ้นชัน และยาว่านชักมดลูก ปริมาณตัวอย่างที่ใช้ในการทดลอง 0.25 กรัม สารละลายผสมระหว่างกรดไนตริก 65% โดยปริมาตร และไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ 35% ในอัตราส่วน 2:1 ทำการย่อยตัวอย่างโดยวิธี การย่อยเปียก (Wet digestion) จากนั้นนำตัวอย่างไปวิเคราะห์หาปริมาณโลหะหนักด้วยเครื่อง Atomic absorption spectrophotometer (AAS) โดยใช้เทคนิค Flame atomization วิเคราะห์แคดเมียมเทคนิค Graphite furnace วิเคราะห์สารหนูกับตะกั่ว และวิเคราะห์ปริมาณปรอทด้วยเทคนิค Mercuryvaporunit จากผลการทดลอง พบว่า ในตำรับยาสมุนไพรทั้ง 10 ตำรับมีปริมาณโลหะหนัก ตะกั่ว แคดเมียม สารหนู และปรอท ที่ตรวจพบไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานของตำรามาตรฐานยาสมุนไพรไทยปี พ.ศ. 2563 (Thai herbal pharmacopoeia, 2020) และองค์การอนามัยโลก (World health organization) กำหนด จึงเห็นได้ว่าตำรับยาสมุนไพรเหล่านี้มีความปลอดภัยต่อผู้บริโภค
Article Details
เอกสารอ้างอิง
กองสมุนไพรเพื่อเศรษฐกิจ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. (2566). แผนปฏิบัติการด้านสมุนไพรแห่งชาติ ฉบับที่ 2 พ.ศ.2566 – 2570.พิมพ์ครั้งที่ 2กรุงเทพฯ: บริษัทเปเปอรี่ จํากัด.
สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี. (2559). ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องการกําหนดรายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนปัจจุบัน และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์และวิธีการในการผลิตยาแผนโบราณ ตามกฎหมายว่าด้วยยา พ.ศ. 2559.ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 133 ตอนพิเศษ 206 ง. หน้า 3–4.
Department of Thai Traditional and Alternative Medicine. (2020). Thai herbal pharmacopoeia 2020. Ed.2. Thailand: Thai Herbal Pharmacopoeia Department of Medical Science the Agricultural Co-operative Federation of Thailand.
Department of Technical Cooperation for Essential Drugs and Traditional Medicine. (2007). WHO guidelines for assessing quality of herbal medicines with reference to contaminants and residues. Spain: WHO Library Cataloguing-in-Publication Data.
Latimer GW, Editor. (2012). Official methods of analysis of AOAC International. 19th ed. Maryland: AOAC International.
Teerthe S, et al. (2015). Elemental contents in ayurvedic medicinal plants Using AAS technique. Journal of the Instrument Society of India.45(2), 110-112.
โลมไสล วงค์จันตา และคณะ. (2564). การศึกษาปริมาณโลหะหนักในผักสวนครัวของประเทศไทยในปีพ.ศ.2559-2560. วารสารกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์. 63(2), 413-420.
Popescu VI, et al. (2009). Environmental samples analysis by Atomic Absorption Spectrometry (AAS) and Inductively Coupled Plasma-optical Emission Spectroscopy (ICP-AES). Romanian Journal of Physics. 54(8), 741-746.
แก้วกมล มิตรสีดา และ ศักดิ์สิทธิ์ จันทร์ไทย. (2558). การหาปริมาณโลหะเหล็ก ทองแดง ตะกั่ว และสังกะสีในน้ำเม่า โดยเทคนิคเฟลมอะตอมมิกแอบซอร์พชันสเปกโทรเมทรี. วารสารวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น. 15(1), 32-40.
รัชดา เหมปวี และ จิรสา กรงกรด. (2544). เทคนิคการเตรียมสารละลายตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์ปริมาณธาตุด้วยเครื่องมือพิเศษ. วารสารกรมวิทยาศาสตร์บริการ.49(157), 14-16.
Mohammed, E., et al. (2017). Optimization of an acid digestion procedure for the determination of Hg, As, Sb, Pb and Cd in fish muscle tissue. MethodsX. 4, 513-523.
นูรอัสมา ปุติ และคณะ. (2566). การวิเคราะห์ปริมาณโลหะหนักในยาแผนโบราณกรณีศึกษาในเขตเทศบาลนครยะลา. วารสารการศึกษาและวิจัยการสาธารณสุข. 1(1), 31-37.
ณพัฐอร บัวฉุน และรัตนาภรณ์ พัดเย็น. (2564). การวิเคราะห์หาปริมาณโลหะในยาแผนโบราณ โดยใช้เทคนิคอินตักทีฟลี คับเปิ้ล พลาสมา-ออฟติคอล อิมิสชั่น สเปกโตรเมทรี (ไอซีพี-โออีเอส). วารสารวิชาการและวิจัยมทร.พระนคร. 15(2),159-166.
ฐิติยา แซ่ปัง. (2551). พิษวิทยาสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์.