การพัฒนาสื่อแอปพลิเคชัน เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย สำหรับนักศึกษา ชั้นปีที่ 1 คณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้แอปพลิเคชัน เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย และเพื่อศึกษาผลการเรียนรู้จากแอปพลิเคชัน เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย ที่มีผลต่อนักศึกษา คณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร สาขาการแพทย์แผนไทย ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยบูรพา จังหวัดชลบุรี จำนวน 30 คน มีการจัดเข้ากลุ่มทดลองและกลุ่มเปรียบเทียบ โดยวิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างเป็นการสุ่มอย่างง่าย เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยมี 2 ชนิด ได้แก่ แอปพลิเคชัน เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย แบบทดสอบก่อนการเรียนรู้และหลังการเรียนรู้ เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ด้วยร้อยละค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสูงสุด ค่าต่ำสุด และสถิติทดสอบ (t-test) ผลการทดลองพบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย สำหรับนักศึกษา คณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร สาขาการแพทย์แผนไทย ชั้นปีที่ 1 ในกลุ่มที่เรียนรู้โดยใช้แอปพลิเคชันภายหลังเรียน มีค่ามากกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และคะแนนเฉลี่ยความรู้เรื่อง รสยา 9 รส ทางเภสัชกรรมไทย สำหรับนักศึกษาคณะการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร สาขาการแพทย์แผนไทย ชั้นปีที่ 1 ภายหลังเรียนในกลุ่ม ที่เรียนรู้โดยใช้แอปพลิเคชันมากกว่ากลุ่มที่เรียนรู้โดยการอ่านอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ .05
Article Details
เอกสารอ้างอิง
พระราชบัญญัติวิชาชีพการแพทย์แผนไทย. (2556, 9 มกราคม). ราชกิจจานุเบกษา. เล่ม 130 ตอนที่ 10 ก หน้า 2.
สมศักดิ์ นวลแก้ว. (2563). เภสัชกรรมแผนไทยประยุกต์. พิมพ์ครั้งที่ 1. คณะเภสัชศาสตร์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. ขอนแก่น : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.
กฤษดา ศรีหมตรี. (2558). การศึกษาการใช้รสยาเป็นเครื่องบ่งชี้สรรพคุณยาของหมอยาไทย. วิทยานิพนธ์ปริญญาแพทย์แผนไทยมหาบัณฑิต สาขาวิชาการแพทย์แผนไทย. วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก. มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย.
Bertrand R, et al. (2015). The role of attention in preschoolers’ working memory. Journal of Cognitive Development. 9(33), 14-27.
Graduate School Chiang Mai University. (2012, March). Harmonization on graduate studies asean plus three final program book. The 1st ASEAN Plus Three Graduate Research Congress (AGRC). Chiang Mai : Chiang Mai University Press.
จินตนาภรณ์ วัฒนธร. (2554). บทบาทของสมองต่อการเกิดสมาธิ แรงจูงใจ การเรียนรู้ และความจำ. วารสารหลักสูตรและการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 10(1), 61-85.
พิมพ์ปวีณ์ สุวรรณโณ. (2563). การพัฒนาแอปพลิเคชันเพื่อการเรียนรู้ รายวิชาการวิจัยทางการศึกษาบนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ สำหรับนักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา. วารสารกลุ่มมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 1(3), 38-49.
สืบวงศ์ ชื่นสมบัติ และคณะ. (2563). การออกแบบการเรียนการสอนบนโมบายเลิร์นนิง. วารสารเทคโนโลยีและสื่อสารการศึกษา, 15(18), 45-59.
แสงสรรค์ และคณะ. (2561). การพัฒนาโปรแกรมประยุกต์สำหรับอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่เพื่อการสื่อความหมาย สำหรับเส้นทางศึกษาธรรมชาติ พื้นที่สถานีวิจัยและฝึกนิสิตวนศาสตร์วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยธนบุรี, 12(28). 24-36.
ธงชัย แก้วกิริยา. (2553). E-learning ก้าวไปสู่ M-Learning ในยุคสังคมของการสื่อสารไร้พรมแดน. วารสารร่มพฤกษ์, 8(1), 112-136.
McMillan J, et al. (2010). Research in Education : Evidence-Based Inquiry 7ED (P). Pearson Education Inc. Upper Saddle River. New Jersy.
ปาจรีย์ ตรีนนท์ และคณะ (2562). ผลของการใช้สื่อการเรียนรู้แอปพลิเคชันเพื่อพัฒนาความรู้ และทักษะการช่วยฟื้นคืนชีพขั้นพื้นฐานสำหรับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย. วารสารพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 3(37). 98-105.
อุบลรัตน์ ศิริสุขโภคา และคณะ (2562). การพัฒนาโมบายแอปพลิเคชันเพื่อเสริมทักษะการอ่านออกเสียงภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ที่เรียนด้วยเทคนิคการเรียนแบบห้องเรียนกลับด้าน. วารสารวิชาการครุศาสตร์อุตสหกรรม พระจอมเกล้าพระนครเหนือ. 2(10), 227-236.
น้ำฝน ไวทยวงศ์กร และคณะ. (2562). การพัฒนาและทดสอบประสิทธิภาพของสื่อการเรียนรู้รูปแบบแอปพลิเคชันในการพยาบาลมารดาหลังคลอด สำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารเครือข่ายวิทยาลัยพยาบาลและการสาธารณสุขภาคใต้. 3(6), 53-68.
อรนุตร ธรรมจักร. (2565). การพัฒนาทักษะการอ่านทานองเสนาะบน แอปพลิเคชันคาราโอเกะ สำหรับนักศึกษาวิชาชีพครู สาขาวิชาภาษาไทย มหาวิทยาลัยราชภัฏชัยภูมิ. วารสาร มจร อุบลปริทรรศน์. 2(7), 983-999.