การวิเคราะห์องค์ความรู้ภูมิปัญญาตำรับยาแผนไทยในการรักษาภาวะนอนไม่หลับ: การศึกษาเชิงคุณภาพจากตำรายาแพทย์แผนไทย
Main Article Content
บทคัดย่อ
การนอนไม่หลับส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของบุคคลทำให้เกิดผลเสียในด้านร่างกาย จิตใจ สังคม อาชีพ และ เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านของร่างกาย พบว่าผู้ที่นอนไม่หลับมักจะมีอาการไม่สุขสบายต่าง ๆ เช่น มีอาการอ่อนเพลีย ไม่สดชื่น และสับสน การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาและรวบรวมข้อมูลด้านการใช้สมุนไพรในตำรับยาไทยสำหรับรักษาโรคนอนไม่หลับและศึกษาโครงสร้างตำรับยาสมุนไพร โดยการสืบค้นจากตำรายา คัมภีร์การแพทย์แผนไทย และหนังสือต่าง ๆ ซึ่งสามารถรวบรวมตำรับยาได้ 27 ตำรับ มีสมุนไพรทั้งสิ้น 120 ชนิด โดยสมุนไพรส่วนใหญ่อยู่ในวงศ์ Apiaceae (7 ชนิด) สมุนไพรที่มีความถี่ของการรักษาโรคนอนไม่หลับที่พบมากที่สุด คือ เทียนแดง (Lepidium sativum L.) คิดเป็นร้อยละ 4.87 ส่วนที่ใช้ในตำรับยามากที่สุด คือ ผล (21 ชนิด) ด้านรสยาที่พบมากที่สุด คือ รสขม (29 ชนิด) ในตำรับยาแก้โรคนอนไม่หลับมีการใช้ธาตุวัตถุมากถึง 7 ชนิดโดยธาตุวัตถุที่มีการใช้มากที่สุดคือ การบูร (Cinnamomum camphora (L.) J. Presl.) ผลจากการศึกษาครั้งนี้สามารถนำองค์ความรู้จากการวิจัยนี้ไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการตั้งตำรับยารักษาโรคนอนไม่หลับได้ โดยเฉพาะการเลือกใช้สมุนไพรที่มีความถี่การใช้สูง หรือการเลือกสมุนไพรตามรสยาที่พบบ่อย
Article Details
เอกสารอ้างอิง
สุดารัตน์ ชัยอาจ และพวงพยอม ปัญญา (2548). ภาวะนอนไม่หลับและปัจจัยที่เกี่ยวข้อง. วารสารสภาการพยาบาล. 20(2), 1-20.
กรรณิกา นาทัน และคณะ. (2566). การรวบรวมและวิเคราะห์ตํารับยาที่มีสรรพคุณช่วยการนอนหลับในตําราการแพทย์แผนไทย.วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย. 5(4), 1075-1090.
Schwartz, S., et al. (1999). Insomnia and heart disease: a review of epidemiologic studies. Journal of Psychosomatic Research. 47(4), 313-333.
Ford, D.E., and Kamerow, D.B. (1989). Epidemiologic study of sleep disturbances and psychiatric disorders: An opportunity for prevention?. The Journal of the American Medical Association. 262(11), 1479-1484.
Leger, D., et al. (2002). Medical and socio-professional impact of insomnia. Sleep. 25(6), 625-629.
เมธารัตน์ ยาวะ และคณะ. (2552). การจัดการภาวะนอนไม่หลับในผู้สูงอายุที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล: การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบ. วารสารพยาบาลรามาธิบดี. 15(2), 269-283.
อัญชลี ชุ่มบัวทอง และคณะ. (2558). คุณภาพการนอนหลับ ปัจจัยทีเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ และความรู้สึกมีคุณค่าในตนเองของผู้สูงอาย. วารสารวิชาการสาธารณสุข. 24(5), 833-843.
กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข. (2551). แนวเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้สูงอายุที่มีความผิดปกติเกี่ยวกับการนอนหลับ. นนทบุรี: ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.
กรมศิลปากร. (2555). ตําราเวชศาสตร์ฉบับหลวง รัชกาลที่ 5 เล่ม 1-3. กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง.
นภาพร ณ อุโมงค์ และคณะ. (2564). การรวบรวมและวิเคราะห์ตำรับยาที่มีสรรพคุณช่วยการนอนหลับ ในตำราการแพทย์แผนไทย. วารสารนวัตกรรมการจัดการศึกษาและการวิจัย, 5(4), 1075-1090.
มูลนิธิฟื้นฟูส่งเสริมการแพทย์ไทยเดิมฯ และโรงเรียนอายุรเวทธำรง สถานการแพทย์แผนไทยประยุกต์ คณะแพทยศาสตร์ศิ ริราชพยาบาล.(2550). ตำราการแพทย์ไทยเดิม (แพทยศาสตร์สงเคราะห์ ฉบับอนุรักษ์) เล่ม ๑ ฉบับชำระ พ.ศ. ๒๕๕๐. กรุงเทพฯ: ศุภวนิชการพิมพ์.
วรรณพร สุริยะคุปต์ และคณะ. (2565). การศึกษาพัฒนาการของรูปแบบโรงพยาบาลสาธิตการแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการแพทย์พื้นบ้านและการแพทย์ทางเลือก มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย. วารสารสหวิทยาการมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์. 5(1), 63-78.
สุภาภรณ์ ปิติพร. (2563). บันทึกของแผ่นดิน 12 กัญชาและผองเพื่อนสมุนไพรเพื่อระบบประสาทและจิตใจ. กรุงเทพฯ: มูลนิธิโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี.
กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข. (2564). รายการตํารับยาแผนไทยแห่งชาติ ฉบับ พ.ศ. 2564. กรุงเทพฯ: กองคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทยและแพทย์พื้นบ้านไทย.
กระทรวงศึกษาธิการ. (2554). แพทย์ศาสตร์สงเคราะห์: ภูมิปัญญาทางการแพทย์และมรดกทางวรรณกรรมของชาติ. กรุงเทพฯ: สถาบันภาษาไทย สำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน.
จางวางตรี พระยาแพทย์พงศา (สุ่น สุนทรเวช). (2465). ตำราสรรพคุณยาของกรมหลวงวงศาธิราชสนิท. ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์โสภณพิพรรฒธนากร.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่. (2564). คู่มือรสยา 9 รสและตำรับยาไทย. เชียงใหม่: กลุ่มงานการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก.
ณัชชา เต็งเติมวงศ์. (2564). ประสิทธิผลและความปลอดภัยของตำรับยาสุขไสยาศน์ในผู้ป่วยนอนไม่หลับเรื้อรัง: การศึกษาย้อนหลังเบื้องต้นในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 19(2), 331-334.
Kim, D.H., et al. (2010). Sinapic acid attenuates kainic acid-induced hippocampal neuronal damage in mice. Neuropharmacology. 59(1-2), 20-30.
Yoon, B.H., et al. (2007). Anxiolytic-like effects of sinapic acid in mice. Life Sciences. 81(3), 234-240.
พระยาพิศณุประสาทเวช. (2451). เวชศึกษา แพทย์ศาสตร์สังเขป เล่ม 1, 2, 3. กรุงเทพฯ: (สำนักพิมพ์ไม่ปรากฏ).
เสาวลักษณ์ กิติยามาตย์. (2558). ผลของยาไทยตำรับยาหอมเทพจิตรต่อคุณภาพการนอนในผู้ที่มีภาวะนอนไม่หลับ. วิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ชะลอวัยและฟื้นฟูสุขภาพ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง.
Linck, V.M., et al. (2010). Effects of inhaled linalool in anxiety, social interaction and aggressive behavior in mice. Phytomedicine. 17(8-9), 679-683.
Emamghoreishi, M., et al. (2005). Coriandrum sativum: evaluation of its anxiolytic effect in the elevated plus-maze. Journal of Ethnopharmacology. 96(3), 365-370.
Xiao, S., et al. (2022). A study on the mechanism of the sedative-hypnotic effect of Cinnamomum camphora chvar. Borneol essential oil based on network pharmacology. Journal of Oleo Science. 71(7), 1063-1073.
Um, M.Y., et al. (2019). Rice bran extract supplement improves sleep efficiency and sleep onset in adults with sleep disturbance: a randomized, double-blind, placebo-controlled, polysomnographic study. Scientific Reports. 9(1).
เกศรา นภัสชญา, และคณะ. (2564). ประสิทธิผลและความปลอดภัยของตํารับกลีบบัวแดงในผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับ. วารสารการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก. 19(1), 34-48.
ปราโมทย์ ภูวิบุญสุข และคณะ. (2543). การศึกษาฤทธิ์ทำให้ง่วงหลับในคนของยาสมุนไพรแปรรูปสกัดจากใบขี้เหล็ก. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 45(3), 251-259.
อัจฉรา โคกา. (2561). สารพฤกษเคมีจาก Piper nigrum และฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต. 1(2), 28-39.
นุตติยา วีระวัธนชัย และระวิวรรณ แก้วอมตวงศ์. (2559). การคัดกรองฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์อะเซทิลโคลีนเอสเทอเรสจากพืชวงศ์พริกไทย. วารสารวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี. 18(3), 25-25.