ประสิทธิผลและความปลอดภัยด้านคลินิกของน้ำมันกัญชาในผู้ป่วยที่มารับบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ ณ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี
Main Article Content
บทคัดย่อ
การวิจัยกึ่งทดลองแบบวัดผลก่อนและหลังการแทรกแซงนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาประสิทธิผลและความปลอดภัยด้านคลินิกของน้ำมันกัญชาในผู้ป่วยที่มารับบริการคลินิกกัญชาทางการแพทย์ โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดอุบลราชธานี จำนวน 40 ราย เก็บข้อมูลในระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม 2567 ถึง วันที่ 30 เมษายน 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษา ได้แก่ แบบประเมิน EQ-5D-5L แบบประเมินคะแนนสุขภาพทางตรง (VAS) แบบประเมินอาการไม่สุขสบาย (ESAS) แบบประเมินคุณภาพการนอนหลับฉบับภาษาไทย (T-PSQI) แบบบันทึกข้อมูลกัญชาทางการแพทย์(C-MOPH) บันทึกข้อมูลก่อนใช้น้ำมันกัญชา (แรกรับ) ติดตามในวันที่ 30 หลังใช้น้ำมันกัญชา วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และ Wilcoxon Signed Ranks test กำหนดนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ผลการวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างเป็นผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายร้อยละ 55 และเป็นผู้ป่วยมะเร็งที่ได้รับยาเคมีบำบัดร้อยละ 45 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง ร้อยละ 72.50 อายุเฉลี่ย 61.88±10.27 ปี มารับบริการด้วยอาการปวดเรื้อรัง อาการเบื่ออาหาร และนอนไม่หลับ หลังใช้น้ำมันกัญชาทางการแพทย์ประมาณ 30 วัน ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตในมิติสุขภาพ 5 ด้านเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p < 0.05) อาการไม่สุขสบายโดยเฉพาะอาการปวด(p = 0.004) และเบื่ออาหาร(p < 0.001) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ อาการไม่พึงประสงค์ที่พบ คือ อาการปากแห้งและคอแห้ง ดังนั้นการใช้น้ำมันกัญชาทางการแพทย์อย่างเหมาะสมภายใต้การดูแลของแพทย์หรือแพทย์แผนไทยผู้มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมไทย เป็นทางเลือกหนึ่งในการเพิ่มคุณภาพชีวิตและลดอาการไม่สุขสบายของผู้ป่วยโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งระยะสุดท้ายที่มีปัญหาด้านอาการปวดเรื้อรัง หรือเบื่ออาหาร โดยไม่พบอาการข้างเคียงที่รุนแรง