การพัฒนาหุ่นจำลองแผลฝีเย็บเพื่อเสริมสร้างทักษะการเย็บแผลฝีเย็บในนักศึกษาพยาบาล
คำสำคัญ:
หุ่นจำลองแผลฝีเย็บ, ทักษะการเย็บแผลฝีเย็บ, นักศึกษาพยาบาล, ADDIE Modelบทคัดย่อ
การเย็บซ่อมแซมแผลฝีเย็บเป็นหัตถการสำคัญในระยะคลอด หุ่นจำลองแผลฝีเย็บจึงเป็นสื่อการสอนจำเป็นในการเสริมสร้างทักษะการเย็บแผลฝีเย็บในนักศึกษาพยาบาล แต่ปัญหาสำคัญคือหุ่นจำลองไม่เพียงพอต่อความต้องการ การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและประเมินผลหุ่นจำลองแผลฝีเย็บสำหรับฝึกทักษะการเย็บแผลฝีเย็บ โดยประยุกต์ใช้แบบจำลองแอดดี้ ประกอบด้วย การวิเคราะห์ ออกแบบ พัฒนา นำไปใช้ และประเมินผล โดยแบ่งเป็นการวิจัย 2 ระยะ คือ 1) ระยะพัฒนา และ 2) ระยะประเมินผล บทความนี้เป็นการรายงานผลการวิจัยในระยะที่ 1 ผู้ให้ข้อมูลรวมทั้งหมด 82 คน โดยในขั้นวิเคราะห์ เป็นอาจารย์พยาบาล 5 คน และนักศึกษาพยาบาล 30 คน ในขั้นออกแบบ เป็นผู้เชี่ยวชาญ 5 คน และขั้นการพัฒนา เป็นนักศึกษาพยาบาลจำนวน 42 คน เครื่องมือในการเก็บข้อมูลประกอบด้วย แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง แบบสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการเรียนรู้เรื่องการเย็บแผล แบบทดสอบความรู้ และแบบประเมินความพึงพอใจ ซี่งผ่านการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนาและการวิเคราะห์เนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า ผู้เชี่ยวชาญประเมินความเหมาะสมของการออกแบบในระดับมาก (M= 3.55, SD = 0.49) หุ่นจำลองที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะยืดหยุ่นเหมือนเนื้อเยื่อจริง สามารถเย็บได้ง่าย และทนต่อการดึงรั้ง มีประสิทธิภาพของหุ่น (ด้านกระบวนการ [E1]/ด้านผลลัพธ์ [E2]) เท่ากับ 84.2/86.6 สูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้ 80/80 และนักศึกษามีความพึงพอใจในระดับมาก (M = 4.00, SD = 0.80) หุ่นจำลองมีราคาชิ้นละ 1,500 บาท ดังนั้นจึงสามารถพัฒนาเป็นสื่อการสอนได้ และสถาบันการศึกษาสามารถผลิตเองได้ด้วยต้นทุนต่ำ การวิจัยในขั้นต่อไป คือการปรับปรุงหุ่นจำลองจากขั้นพัฒนา เพื่อนำไปใช้ในระยะการประเมินผล
เอกสารอ้างอิง
จงลักษณ์ ทวีแก้ว, มนชยา ก้างยาง, และ จิณวัตร จันครา. (2567). การพัฒนาหุ่นฝึกการซ่อมแซมแผลฝีเย็บสำหรับนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิจัยสุขภาพและการพยาบาล, 40(1), 101-112. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/bcnbangkok/article/view/265142
จารุวรรณ สนองญาติ, ยุคนธ์ เมืองช้าง, และลักขณา ศิรถิรกุล. (2564). ผลของการใช้หุ่นจำลองเสมือนจริงในการตรวจร่างกายระบบทางเดินหายใจในเด็ก ต่อความสามารถ และความมั่นใจในการตรวจร่างกาย ระบบทางเดินหายใจในเด็กของนักศึกษาพยาบาล. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 5(3), 205-217. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/pck/article/view/259010/
ชญานิศ ชำนาญจันทร์, จิราพร พิมพ์จันทร์, และ ดวงฤทัย ทะราช. (2566). การพัฒนารูปแบบสื่อออนไลน์การบริการใส่แร่ โรงพยาบาลมะเร็งอุดรธานี. วารสารโรคมะเร็ง, 43(3), 120-133. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/TCJ/article/view/270222
ชัชวาล วงค์สารี, ศศวรรณ อัตถวรคุณ, วัลยา ตูพานิช, องค์อร ประจันเขตต์, กันตพร ยอดใชย, และ จิณพิชญ์ชา สาธิยมาส. (2567). ประสิทธิภาพและความพึงพอใจต่อหน้าท้องจำลองยางพาราสำหรับฉีดยาใต้ชั้นผิวหนังของนักศึกษาพยาบาลและอาจารย์พยาบาล ใน 10 สถาบันการศึกษาพยาบาลเครือข่าย. วารสารนวัตกรรมการศึกษาและการวิจัย, 8(4), 2236-2251. https://so03.tci-thaijo.org/index.php/jeir/article/view/276835
ชัยยงค์ พรหมวงศ์. (2556). การทดสอบประสิทธิภาพสื่อหรือชุดการสอน. วารสารศิลปากรศึกษาศาสตร์วิจัย, 5(1), 7-20. https://so05.tci-thaijo.org/index.php/suedureasearchjournal/article/view/28419
รังสินี พูลเพิ่ม, พรรณิภา รักษ์กุศล, และ ขวัญเรือน ด่วนดี. (2554). ผลการใช้โมเดลฝีเย็บจำลองประกอบการสอนแบบบรรยายและสาธิตต่อความรู้และทักษะ การฉีดยาชา การตัดฝีเย็บและเย็บซ่อมแซมฝีเย็บของนักเรียนพยาบาลวิทยาลัยพยาบาลกองทัพบก. วารสารพยาบาลทหารบก, 12(1), 73-80. https://he01.tci-thaijo.org/index.php/JRTAN/article/view/5593
สภาการพยาบาล. (2564). ข้อบังคับสภาการพยาบาล ว่าด้วยข้อกำหนดและเงื่อนไขในการประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการคุ้มครรภ์ พ.ศ. 2564. ราชกิจจานุเบกษา, เล่ม 138 ตอนที่พิเศษ 59ง, หน้า 10. https://www.tnmc.or.th/images/userfiles/files/NP.PDF
Alharbi, A., Nurfianti, A., Mullen, R. F., McClure, J. D., & Miller, W. H. (2024). The effectiveness of simulation-based learning (SBL) on students' knowledge and skills in nursing programs: A systematic review. BMC medical education, 24(1), 1099. https://doi.org/10.1186/s12909-024-06080-z
Barjon, K., Vadakekut, E. S., & Mahdy, H. (2024). Episiotomy. In StatPearls. StatPearls Publishing. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/books/NBK546675/
Eston, M., Stephenson-Famy, A., McKenna, H., & Fialkow, M. (2020). Perineal laceration and episiotomy repair using a beef tongue model. MedEdPORTAL, 16, 10881. https://doi.org/10.15766/mep_2374-8265.10881
Goudie, C., Shanahan, J., Gill, A., Murphy, D., & Dubrowski, A. (2018). Investigating the efficacy of anatomical silicone models developed from a 3D printed mold for perineal repair suturing simulation. Cureus, 10(8), e3181. https://doi.org/10.7759/cureus.3181
Hong, C. X., Shrosbree, B., Levin, P. J., Rooney, D. M., & Schmidt, P. C. (2025). The paper perineum model: An accessible three-dimensional model for obstetric laceration simulation and surgical education. International urogynecology journal, 36(4), 867–874. https://doi.org/10.1007/s00192-025-06111-3
Inan Kirmizigul, E., Yetiskin Erogul, G., Damsarsan, S., Simsek Kucukkelepce, D., & Golbasi, Z. (2025). The effect of peer-assisted episiotomy repair simulation on anxiety and self-efficacy levels in midwifery students. BMC Medical Education, 25(1), 1550. https://doi.org/10.1186/s12909-025-07972-4
Kirmizigul, E. I., Erogul, G. Y., Damsarsan, S., Kucukkelepce, D. S., & Golbasi, Z. (2025). The effect of peer-assisted episiotomy repair simulation on anxiety and self-efficacy levels in midwifery students. BMC Medical Education, 25(1), 1550. https://doi.org/10.1186/s12909-025-07972-4
Luo, R., Li, J., Zhang, X., Tian, D., & Zhang, Y. (2024). Effects of applying blended learning based on the ADDIE model in nursing staff training on improving theoretical and practical operational aspects. Frontiers in Medicine, 11, 1413032. https://doi.org/10.3389/fmed.2024.1413032
Olmes, G. L., Doerk, M., Solomayer, E. F., Nigdelis, M. P., Sima, R. M., & Hamoud, B. H. (2024). Objective structured assessment of medical students' technical skills in second-degree perineal laceration repair with sponge model-based training. Archives of Gynecology and Obstetrics, 310(2), 893–897. https://doi.org/10.1007/s00404-023-07297-x
Shah, R., Davidson, A., Arnason, M., Shah, A., Caccia, N., & Shore, E. M. (2019). A novel approach to simulation-based perineal repair in undergraduate medical education. Journal of Obstetrics and Gynaecology Canada, 41(2), 197–203.e3. https://doi.org/10.1016/j.jogc.2018.03.128
Srisukho, S., Phongnarisorn, C., Sreshthaputra, O., Piyamongkol, W., & Tongsong, T. (2025). Improving the confidence level and surgical skills of undergraduate medical students by using pig-perineum simulation-based learning. BMC Medical Education, 25(1), 237. https://doi.org/10.1186/s12909-025-06771-1
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2025 วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล ซึ่งดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล หรือวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว