การพัฒนารูปแบบการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง ของกลุ่มเสี่ยงในหน่วยบริการปฐมภูมิ

ผู้แต่ง

  • ภัคจิรา นุ้ยเกต โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
  • นงณภัทร รุ่งเนย วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

คำสำคัญ:

การสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจ, ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, กลุ่มเสี่ยง, การป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง, หน่วยบริการปฐมภูมิ

บทคัดย่อ

โรคหลอดเลือดสมองเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญโดยเฉพาะในกลุ่มที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งมักขาดความรู้และแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ส่งผลให้เกิดภาวะพิการหรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาในการดำเนินงานป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงในหน่วยบริการปฐมภูมิ 2) พัฒนารูปแบบการสัมภาษณ์เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพและเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของกลุ่มเสี่ยงสูง และ 3) ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างประกอบด้วย ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และภาคีเครือข่ายจำนวน 32 คน และกลุ่มเสี่ยงจำนวน 30 คน การวิจัยดำเนินการ 3 ระยะ โดยใช้ระเบียบวิธีวิจัยเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ ระยะที่ 1 ใช้การสัมภาษณ์เชิงลึก ผู้บริหาร ผู้ปฏิบัติงาน และภาคีเครือข่าย เพื่อวิเคราะห์สภาพปัจจุบันและปัญหา ระยะที่ 2 พัฒนารูปแบบการสัมภาษณ์เพื่อเสริมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพ การติดตามให้คำปรึกษาและประเมินผล ระยะที่ 3 ประเมินประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้น โดยทดลองใช้รูปแบบฯ ภายใน 12 สัปดาห์ ใช้แบบแผนการวิจัยแบบกลุ่มเดียววัดก่อนและหลัง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและสถิติการทดสอบค่าทีแบบจับคู่ ผลการวิจัยพบว่า ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพของกลุ่มเสี่ยงหลังทดลองสูงกว่าก่อนทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 (t = 21.963, t = 8.712 ตามลำดับ, p <.001) แสดงให้เห็นถึงประสิทธิผลของรูปแบบที่พัฒนาขึ้นในการส่งเสริมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองในการดูแลสุขภาพระดับปฐมภูมิ

ประวัติผู้แต่ง

นงณภัทร รุ่งเนย, วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี จังหวัดนนทบุรี คณะพยาบาลศาสตร์ สถาบันพระบรมราชชนก

ฉันเป็นอาจารย์พยาบาล

เอกสารอ้างอิง

กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2561). การเสริมสร้างและประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ. https://www.scribd.com/document/406967113/220120180914085828-linkhed-pdf

คณรัตน์ เดโฟเซซ์, ณัฐรุจา เนตรภักดี, อิ๋น วงษ์เคน, และหนูกาญจน์ แฝงเมืองคุก. (2566). การพัฒนารูปแบบเสริมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการออกกำลังกายเพื่อชะลอไตเสื่อมในผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังระยะที่ 3. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(2), 260–268.

เทอดศักดิ์ เดชคง. (บรรณาธิการ). (2560). สนทนาสร้างแรงจูงใจเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ สำหรับผู้ป่วย NCDs [Motivational Interviewing for NCDs; MI NCDs]. คลังความรู้สุขภาพจิต กรมสุขภาพจิต. https://dmh-elibrary.org/items/show/275

เบญจมาภรณ์ ภิญโญพรพาณิชย์, ชัยพร สุชาติสุนทร, และวิไลลักษณ์ เรืองรัตนตรัย. (2565). การปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุขกับความท้าทายของระบบบริการปฐมภูมิ. วารสารควบคุมโรค, 48(3), 667-679.

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2560). คู่มือการประเมินโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจขาดเลือด และโรคหลอดเลือดสมอง (อัมพฤกษ์ อัมพาต) สำหรับอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.). โรงพิมพ์องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึกในพระบรมราชูปถัมภ์.

สำนักโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. (2567). สถานะสุขภาพการป่วยด้วยโรคไม่ติดต่อที่สำคัญ. https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/8881445af732eb166fa2470ba5046956

สุขสันต์ มรรคาเขต, ธนกร ศรีสุวรรณ, และรุ่งพนา ยุทธวรวิทย์. (2568). ความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีผลต่อพฤติกรรมการป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล. วารสารสุขภาพสตรองแอนด์เฮลที้, 1(3), 5-18.

โสภา ไชยแก้ว. (2563). การเสริมสร้างแรงจูงใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าข้าม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 5(3), 79-83

อรุณรัตน์ เปรมกมล, และอุษนันท์ อินทมาศน์. (2567). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างความรอบรู้ด้านสุขภาพต่อพฤติกรรมการป้องกันโรคหลอดเลือดสมองและผลลัพธ์ทางสุขภาพด้านคลินิกในผู้ป่วยโรคไม่ติดต่อเรื้อรังที่มีความเสี่ยงสูง. วารสารพยาบาลสาธารณสุข, 38(2), 1-18.

Best, J. W., & Kahn, J. V. (2016). Research in education. Pearson Education.

Boehme, A. K., Esenwa, C., & Elkind, M. S. (2017). Stroke risk factors, genetics, and prevention. Circulation research, 120(3), 472-495.

Caro, C. C., Costa, J. D., & Da Cruz, D. M. C. (2018). Burden and quality of life of family caregivers of stroke patients. Occupational Therapy in Health Care, 32(2), 154-171.

Cheon, S., Li, C. Y., Jeng, J. S., Wang, J. D., & Ku, L. J. E. (2023). The lifetime burden following stroke: Long term impact of stroke on survival and quality of life. International Journal of Stroke, 18(7), 795-803.

Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A.-G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175–191. https://doi.org/10.3758/BF0319314616.

Feigin, V. L., Brainin, M., Norrving, B., Martins, S. O., Pandian, J., Lindsay, P., Grupper, M., & Rautalin, I. (2025). World Stroke Organization: Global stroke fact sheet 2025. International Journal of Stroke, 20(2), 132–144. https://doi.org/10.1177/17474930241308142

Janchai, N., Deoisres, W., & Chaimongkol, N. (2021). A improving health literacy using the health education and health empowerment program in Thai adults with uncontrolled hypertension: A randomized controlled trial. Pacific Rim International Journal of Nursing Research, 25(4), 600-613.

Krippendorff, K. (2013). Content analysis: An introduction to its methodology (3rd ed.). Sage Publications.

Miller, W. R., & Rollnick, S. (2013). Motivational interviewing: Helping people change (3rd ed.). Guilford Press.

Nutbeam, D. (2000). Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies into the 21st century. Health Promotion International, 15(3), 259–267.

Polit, D. F., & Beck, C. T. (2021). Nursing research: Generating and assessing evidence for nursing practice (11th ed.). Wolters Kluwer.

Posawang, P., & Vatcharavongvan, P. (2023). Stroke health literacy: A narrative review of assessment tools and improvement strategies. Journal of Associated Medical Sciences, 56(1), 192-200.

Prochaska, J. O., & DiClemente, C. C. (1983). Stages and processes of self-change of smoking: Toward an integrative model of change. Journal of Consulting and Clinical Psychology, 51(3), 390–395.

Sørensen, K., Van den Broucke, S., Fullam, J., Doyle, G., Pelikan, J., Slonska, Z., & Brand, H., (2012). Health literacy and public health: A systematic review and integration of definitions and models. BMC Public Health, 12(1), Article 80. https://doi.org/10.1186/1471-2458-12-80

Warner, L. M., & Schwarzer, R. (2024). Self-efficacy and health. In Handbook of concepts in health, health behavior and environmental health (pp. 1-26). Springer.

World Stroke Organization. (2024). Impact of stroke. https://www.world-stroke.org/world-stroke-day-campaign/about-stroke/impact-of-stroke

Ymeraj, M., Kotica, F., Bozzolan, G., Rocco, G., Virgolesi, M., Alvaro, R., Vellone, E., & Pucciarelli, G. (2025). Health literacy in stroke disease: A systematic review. Journal of Vascular Nursing, 43(1), 33–45. https://doi.org/10.1016/j.jvn.2025.01.001

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-27

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย