การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI โรงพยาบาลสะเดา
คำสำคัญ:
ผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI, การพัฒนารูปแบบการดูแลบทคัดย่อ
วิจัยและพัฒนานี้เพื่อศึกษาสภาพการณ์การดูแล พัฒนารูปแบบ และประสิทธิผล ของรูปแบบการดูแลผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI โรงพยาบาลสะเดา ดำเนินการเป็น 3 ขั้นตอนระหว่างเดือนตุลาคม 2567 ถึง กันยายน 2568 ขั้นตอนที่ 1 ใช้วิธีวิเคราะห์จากเอกสารและวิธีเชิงคุณภาพ เก็บข้อมูลจากเอกสารและสัมภาษณ์พยาบาล 9 คน ขั้นตอนที่ 2 พัฒนารูปแบบการดูแล และผ่านการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่านได้ค่าความสอดคล้องของข้อคำถามกับวัตถุประสงค์ ระหว่าง .60-1.00 และศึกษาความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และประโยชน์ต่อผู้รับบริการ กับพยาบาลวิชาชีพ 27 คน ขั้นตอนที่ 3 ศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบใช้ระเบียบวิธีการวิจัยแบบกึ่งทดลอง ชนิดหนึ่งกลุ่ม วัดหลังการทดลอง กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI 16 คน เครื่องมือวิจัยใช้แบบบันทึกข้อมูลการดูแลผู้ป่วย วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา และสถิติ One sample Wilcoxon signed - ranks test ผลการวิจัยพบว่า 1. ผู้ป่วย STEMI มีแนวโน้มสูงขึ้น การคัดกรองได้ถูกต้องร้อยละ 100 แต่ระยะเวลา EKG และระยะเวลา Refer ยังไม่ได้ตามเกณฑ์ การเสียชีวิตขณะดูแลรักษามีแนวโน้มที่สูงขึ้น ซึ่งพบปัญหาพยาบาลวิชาชีพบางคนยังไม่มั่นใจในการดูแล โดยมีความต้องการให้สนับสนุน การให้ความรู้ การสร้างความมั่นใจ และเครื่องมือให้เพียงพอ 2. รูปแบบการดูแลที่พัฒนาขึ้นคือ TIMES Model ประกอบด้วย การฝึกอบรม (T-Training) กระบวนการปรับปรุง (I=Improve process) เฝ้าระวัง (M=Monitor) ปรับสิ่งแวดล้อม (E=Environment) กำหนดกลยุทธ์/แนวทาง (S: Strategy) 3. หลังการใช้รูปแบบการดูแล พบว่าการคัดกรองถูกต้อง ร้อยละ 100 และไม่มีการเสียชีวิต ระยะเวลา EKG ภายใน 10 นาทีระยะเวลา referภายใน 30 นาที อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 และ .01 ดังนั้นควรนำรูปแบบการดูแลนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในโรงพยาบาลชุมชน เพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วย
เอกสารอ้างอิง
กองโรคไม่ติดต่อ. (2568). ข้อมูลโรคไม่ติดต่อ.https://www.ddc.moph.go.th/dncd/news.php?news=39911&deptcode=dncd&news_views=46910
นฤมล จันทร์สว่าง. (2562). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองตามมาตรฐาน สรพ. ในโรงพยาบาลชุมชน. วารสารวิจัยทางการพยาบาล, 37(3), 112–126.
ภัตรดา ไสยบุญฌ์. (2568). การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันชนิด STEMI ในงานอุบัติเหตุฉุกเฉินและนิติเวชโรงพยาบาลกมลาไสย. วารสารวิชาการทางการพยาบาลและวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 5(1), 43-57
โรงพยาบาลสะเดา. (2568). ข้อมูลผู้ป่วยที่มารับบริการโรงพยาบาลสะเดา. [เอกสารอัดสำเนา] สถาบันรับรองคุณภาพสถานพยาบาล (องค์การมหาชน). (2565). มาตรฐานโรงพยาบาลและบริการสุขภาพ ฉบับที่ 5 (พิมพ์ครั้งที่ 2). บริษัท ก.การพิมพ์เทียนกวง จำกัด.
สมาคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์, สมาคมแพทย์มัณฑนากรหัวใจและหลอดเลือดแห่งประเทศไทย, และสมาคมโรคหลอดเลือดแดงแห่งประเทศไทย. (2563). แนวเวชปฏิบัติการดูแลรักษาผู้ป่วย ภาวะหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน พ.ศ.2563. ห้างหุ้นส่วนจำกัด เนคสเตป ดีไซน์.
อรรถวุฒิ พรมรัตน์, และกรรณพร บัวลีวรรณ. (2564). การพัฒนาแนวทางการดูแลและส่งต่อผู้ป่วยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน (STEMI) โรงพยาบาลยางสีสุราช จังหวัดมหาสารคาม. วารสารวิชาการสำานักงานสาธารณสุขจังหวัดมหาสารคาม, 5(10), 115-126
Chorchana, W., Thotsaporn, M., Thanapon, N., Ply. C. (2020). Prevalence and predictors associated with in-hospital mortality in acute ST- segment elevation myocardial infarction after reperfusion therapy in developing countries. Journal of Cardiovascular Development and Disease, 7(4), 1–10.
Cohen, J. (1988). Statistical power analysis for the behavioral sciences. (2nd ed). Lawrence Erlbaum Associates. Crabtree, B. F., & Miller, W. L. (Eds.). (1992). Doing qualitative research. Sage Publications.
Faul, F., Erdfelder, E., Lang, A. G., & Buchner, A. (2007). G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behavior Research Methods, 39(2), 175-191.
Kitcha, C., Suphot, S., Mann, C., Wasan, U., Ammarin, T., Bancha, S., Wannakorn, P., Songsak, K., Nakarin, S. (2023). Door-to-device time and mortality in patients with ST-elevation myocardial infarction treated with primary percutaneous coronary intervention: Insight from real world data of Thai PCI Registry. BMC Cardiovascular Disorders, 23, 401.
World Health Organization. (2022). Cardiovascular diseases. https://www.who.int/health-topics/cardiovascular-diseases#tab=tab_1
ดาวน์โหลด
เผยแพร่แล้ว
ฉบับ
ประเภทบทความ
สัญญาอนุญาต
ลิขสิทธิ์ (c) 2026 วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความที่ได้รับการตีพิมพ์เป็นลิขสิทธิ์ของ วารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล ซึ่งดำเนินการโดยวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา
ข้อความที่ปรากฏในบทความในวารสารเล่มนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้เขียนแต่ละท่านไม่เกี่ยวข้องกับกองบรรณาธิการวารสารสุขภาพและการศึกษาพยาบาล หรือวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา แต่อย่างใด ความรับผิดชอบองค์ประกอบทั้งหมดของบทความแต่ละเรื่องเป็นของผู้เขียนแต่ละท่าน หากมีความผิดพลาดใดๆ ผู้เขียนแต่ละท่านจะรับผิดชอบบทความของตนเองแต่ผู้เดียว