ความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทัศนคติของผู้สูบบุหรี่ในการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับสมาชิกในครอบครัว
Keywords:
ความรู้, ทัศนคติ, การสัมผัสควันบุหรี่มือสอง, knowledge, attitude, secondhand smoke,Abstract
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะของผู้สูบบุหรี่ การป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองในครอบครัวและชุมชน และความสัมพันธ์ระหว่างความรู้และทัศนคติของผู้สูบบุหรี่ในการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับสมาชิกในครอบครัว ชุมชนหนองตะครอง จังหวัดนครราชสีมา เก็บข้อมูลในผู้สูบบุหรี่จำนวน 90 คน โดยใช้แบบวัดความรู้และทัศนคติ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติบรรยาย และทดสอบความสัมพันธ์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันผลการวิจัยพบว่ากลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับประถมศึกษา ร้อยละ 45.6 มีอายุอยู่ในช่วง 41 ถึง 60 ปี ร้อยละ 35.6 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 100 ประกอบอาชีพเกษตรกรรมร้อยละ 61.1 มีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่า 5,000 บาท ร้อยละ 72.2 ผู้สูบบุหรี่ส่วนใหญ่คือบิดาร้อยละ 52.7 สูบบุหรี่วันละ 16-20 มวนร้อยละ 41.1 มีการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองในครอบครัวและชุมชนโดยส่วนใหญ่สูบบุหรี่นอกบ้านร้อยละ 71.1 แต่ขณะสูบมีสมาชิกในครอบครัวอยู่ด้วยร้อยละ 28.9 และสูบบุหรี่ในที่สาธารณะถึงร้อยละ 11.1 กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ร้อยละ 96.7 มีความรู้อยู่ในระดับดี (M = 10.89, SD = 1.22) ร้อยละ 82.2 มีทัศนคติอยู่ในระดับดี (M = 46.14, SD = 3.36) และพบว่าความรู้และทัศนคติของผู้สูบบุหรี่ไม่มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (r = -0.101, p>.05) แม้ผู้สูบบุหรี่มีความรู้และทัศนคติที่ดีต่อการป้องกันการสัมผัสควันบุหรี่มือสองให้กับสมาชิกในครอบครัว แต่พบว่าสมาชิกในครอบครัวและชุมชนยังมีการสัมผัสควันบุหรี่มือสอง ดังนั้นบุคลากรทางสาธารณสุข ผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจึงควรหาแนวทางส่งเสริมให้ผู้สูบบุหรี่ลดหรือเลิกการสูบบุหรี่เพื่อลดการสัมผัสควันบุหรี่มือสองต่อไป
Downloads
Issue
Section
License
The published articles are copyrighted by Journal of Health and Nursing Education.
The statements that appear in each article in this academic journal are the personal opinions of each author and are not related to the editorial team of the Journal of Health and Nursing Education or Boromarajonani College of Nursing, Nakhon Ratchasima.
Responsibility for all elements of each article belongs to the individual author. If there is any mistake each author is solely responsible for his or her own article.