Effects of the Motivation Enhancing Program on Village Health Volunteers’ Participation in Females’ Cervical Cancer Screening Perceptions and Prevention

Authors

  • Sirirat Piakhanta Faculty of Nursing, Sukhothai Thammathirat Open University, Thailand
  • Duangkamol Pinchaleaw Faculty of Nursing, Sukhothai Thammathirat Open University, Thailand
  • Thipkhumporn Keskomon Police Nursing College, Thailand

Keywords:

motivation, participation, village health volunteers’, perception of disease prevention, cervical cancer screening

Abstract

Abstract

Cervical cancer screening helps detect cervical cancer in its early stages, resulting in decreased mortality rates. The purpose of this quasi-experimental research was to study the effects of the Motivation Enhancing Program with Participation of Public Health Volunteers (MEP) on the perceptions of the women about disease prevention and cervical cancer screening. The participants consisted of 50 women aged 30 to 60. Participants were purposively selected using the non-return lottery method and were divided into an experimental group and a control group consisting of 25 women each. The research instruments included: 1) MEP, 2) the Perception of Disease Prevention of Cervical Cancer Questionnaire (content validity index of .91 and Cronbach’s alpha coefficient of .91), and 3) the report of the proportion of participants who decided to undergo cervical cancer screening. Data were analyzed using descriptive statistics and t-tests.

The results revealed that, after attending the program, the perceived prevention of cervical cancer in the experimental group (M = 4.78, SD = 0.09) was significantly higher than in the control group (M = 3.12, SD = 0.23), t(48) = 33.37, p < .001, d = 9.51). It was also found that 96% of the women in the experimental group got screened for cervical cancer, which was significantly higher than in the control group (64%). Therefore, in the future, the motivation-enhancing program for village health volunteers can be used to encourage women to have cervical cancer screenings performed in areas with low cervical cancer screening rates.

References

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2552). หลักสูตรการอบรมฟื้นฟูความรู้อาสาสมัครสาธารณสุข. สืบค้นจาก http://www.esanphc.net/vhv/files/MannualCurriculumRehabVHV2552.pdf

กองสนับสนุนสุขภาพภาคประชาชน. (2561). หลักสูตรฝึกอบรม อสม. นักจัดการสุขภาพชุมชนตามกลุ่มวัย ในตำบลจัดการสุขภาพแบบบูรณาการ. นนทบุรี: กระทรวงสาธารณสุข.

กัญญารัตน์ อยู่ยืน, พูลสุข หิงคานนท์, จรรยา สันตยากร, และปกรณ์ ประจันบาน. (2555). ปัจจัยที่มีผลต่อการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรี ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร. วารสารการพยาบาลและสุขภาพ, 6(2), 35-47.

คลังข้อมูลสุขภาพ (Health Data Center [HDC]). (2564). อัตราการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกอายุ 30-60 ปี. สืบค้นจาก https://brm.hdc.moph.go.th/hdc/main/index.php.

ฉิน สังข์เมือง, ดรรชนี จิวหา, และธนัช กนกเทศ. (2558). ปัจจัยที่สัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจมะเร็งปากมดลูกของสตรีช่วงอายุ 30-60 ปี ตําบลทะนง อําเภอโพทะเล จังหวัดพิจิตร. ใน การประชุมวิชาการระดับชาติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์ ครั้งที่ 2 “งานวิจัยเพื่อพัฒนาท้องถิ่น” (หน้า 725-730). เพชรบูรณ์: มหาวิทยาลัยราชภัฏเพชรบูรณ์.

ชูชัย ศรชำนิ. (2560). ตรวจมะเร็งปากมดลูกระดับชาติระยะ 2 หญิงไทยอายุ 30 - 60 ปี. สืบค้นจากhttp://manager.co. th/QOL/viewNews.aspx?NewsID=9580000101413

ชัชวาลย์ เรืองประพันธ์. (2558). สถิติพื้นฐาน (พิมพ์ครั้งที่ 2). ขอนแก่น: ภาควิชาสถิติ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.

ชัญวลี ศรีสุโข. (2561). คู่มือสุขภาพผู้หญิง.กรุงเทพฯ: อมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง.

ชัยยศ ธีรผกาวงศ์. (2564). มะเร็งปากมดลูก. สืบค้นจาก https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=943

ฐิติมา โกศัลวิตร, นิตยา เจริญยุทธ์, กัญญารัตน์ กันยะกาญจน์, และนฤมล บุญญนิวารวัฒน์. (2560). ผลของโปรแกรมเสริมสร้างแรงจูงใจในการป้องกันโรคต่อการรับรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งปากมดลูก โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตําบลดงบัง อําเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี. วารสารราชธานีนวตกรรมทางวิทยาศาสตร์สุขภาพ, 1(3),18-30.

นันทิดา จันต๊ะวงค์, ปิยธิดา ตรีเดช, สุคนธาศิริ, และชาญวิทย์ ตรีเดช. (2560). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการ

เข้ารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีกลุ่มเป้าหมาย อายุ 30-60 ปี อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี. วารสารวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี, 28(1), 63-79.

นภัสวรรณ โอภาส. (2560). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมแรงจูงใจในการป้องกันโรคต่อการรับรู้การป้องโรคมะเร็งปากมดลูกและการมารับการตรวจส่องกล้องปากมดลูกในสตรีที่มีผลการตรวจเซลล์เยื่อบุปากมดลูกผิดปกติ (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ปทุมธานี.

นีสรีน สาเร๊ะ, ยุทธพงศ์ หลี้ยา, และกัลยา ตันสกุล. (2562). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีอำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส. ใน การประชุมหาดใหญ่วิชาการระดับชาติและนานาชาติครั้งที่ 10 มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ (หน้า 1587-1599). สงขลา: มหาวิทยาลัยหาดใหญ่.

บุญธิญา สุทธิโคตร, และสมเดช พินิจสุนทร. (2557). ความรู้ความเชื่อด้านสุขภาพ และการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ต่อการเข้ารับบริการตรวจหาโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรีอายุ 30-60 ปีในตำบลกุดจิก อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู.วารสารการพัฒนาสุขภาพชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแก่น, 2(1), 45-52.

ประนอม ปิ่นทอง. (2552). การประยุกต์ทฤษฎีแรงจูงใจเพื่อป้องกันโรคในการคัดกรองมะเร็งเต้านม และมะเร็งปากมดลูกสตรีกลุ่มเสี่ยง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาสารคาม.

ปรียานุช มณีโชติ, ประณีต ส่งวัฒนา, และสุรีย์พร กฤษเจริญ. (2554). ผลของโปรแกรมการสอนแบบสร้างแรงจูงใจต่อการรับรู้เกี่ยวกับโรคและอัตราการมาตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีไทยในชนบท. ศรีนครินทร์เวชสาร, 26(1), 9-16.

อาทิตยา วังวนสินธุ์, และมะลิ จารึก. (2564). ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกของสตรีกลุ่มเสี่ยงตำบลนครชุม อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนีอุตรดิตถ์, 13(1), 100-113.

ระเบียบ แคว้นคอนฉิม. (2559). ผลของโปรแกรมส่งเสริมสุขภาพสตรีเพื่อป้องกันโรคมะเร็งปากมดลูกของสตรี อำเภอแวงใหญ่ จังหวัดขอนแก่น (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิตไม่ได้ตีพิมพ์). มหาวิทยาลัยราชภัฎเลย, เลย.

รัฐพล สาแก้ว, จงกลนี ธนาไสย์, และบัณฑิต วรรณประพันธ์. (2560). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมพฤติกรรมการมารับบริการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกในสตรีอายุ 30-60 ปีในเขตโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลหนองเหล็ก อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 23(1). 17-31.

วรัญญา จิตรบรรทัด, ธมลวรรณ แก้วกระจก, และพิมพวรรณ เรืองพุทธ. (2560). ความรู้ความเข้าใจทัศนคติและความสามารถในการดูแลผู้สูงอายุของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านและความพึงพอใจของผู้สูงอายุในตำบลนาเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช. วารสารวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี นครราชสีมา, 23(1). 5-16.

สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. (2562). นิยามตัวชี้วัด service plan สาขาโรคมะเร็ง ปี 2561-2565. นนทบุรี: กรมการแพทย์กระทรวงสาธารณสุข.

สมาคมมะเร็งนรีเวชไทย. (2559). มะเร็งปากมดลูก เพชฌฆาตร้าย ภัยเงียบใกล้ตัว รู้ทัน ป้องกันได้. สืบค้นจาก https://www.ryt9.com/s/prg

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. (2562). คู่มือคำอธิบายตัวชี้วัดสำหรับการควบคุมกำกับติดตามและการประเมินผลการดําเนินงานตามคํารับรองการปฏิบัติราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562. บุรีรัมย์: สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์.

Cohen, J. (1988). Statistical power analysis of the behavioral sciences. New York: McGraw-Hill Book Company.

Mackay, B.C. (1992). AIDS and Protection Motivation Theory (PMT): Effects of imagined scenarios on intent to use condoms. Michigan: A Bell and Howell Information Company.

Rogers, R. W. (1983). Cognitive and physiological process in fear appeals and attitude change: A revised theory of protection motivation. In J. T. Cacioppo & R. E. Petty (Eds.), Social psychophysiology: A sourcebook (pp. 153-177). New York: Guilford.

Tamuzi, J. L., Muyaya, L. M., Tshimwanga, J. L., & Zeng, L. (2017). Effectiveness of mHealth to increase cervical cancer screening: Systematic review of interventions. International Journal of Pulmonary & Respiratory Sciences, 2(3), 555586. http://dx.doi.org/10.19080/IJOPRS.2017.02.555586

World Health Organization (WHO). (2014). Comprehensive cervical cancer control: A guide to essential practice (2nd ed.). Geneva: WHO.

Downloads

Published

2022-10-28

Issue

Section

Research articles