การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินของพยาบาลวิชาชีพ
Keywords:
การปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน, พยาบาลวิชาชีพAbstract
การศึกษาในครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินของพยาบาลวิชาชีพ และศึกษาความแตกต่างของ เพศ อายุ ประสบการณ์การทำงาน การได้รับการอบรม ระดับ
ของโรงพยาบาลที่ปฏิบัติงานการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน และการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน กลุ่มตัวอย่าง เป็นพยาบาลวิชาชีพ ที่ปฏิบัติงานในหน่วยฉุกเฉินในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป
และโรงพยาบาลชุมชนของรัฐทั่วประเทศ จำานวน 1200 คน
ผลการศึกษาพบว่า พยาบาลวิชาชีพมีการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน โดยการทำ หัตถการด้านการให้ยา ปฏิบัติการดูแลฉุกเฉินด้านหัวใจและหลอดเลือด และด้านการหายใจ ร้อยละ 95.8, 70.1 และ 59.3 ตามลำาดับ
การทดสอบความแตกต่างแบบไคสแควร์ของการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินพบความแตกต่างอย่างมีนัยสำาคัญ
(p<.05) ดังนี้ 1) พยาบาลวิชาชีพกลุ่มที่ได้รับ และไม่ได้รับการเข้าร่วมประชุมอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติการการ
แพทย์ฉุกเฉินมีการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินที่แตกต่างกันทั้งการให้ยา หัตถการด้านการหายใจ และหัตถการ
ด้านหัวใจและหลอดเลือด 2) พยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลระดับต่างกัน จะมีการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินด้านหัตถการหัวใจหลอดเลือด และการให้ยาแตกต่างกัน 3) พยาบาลวิชาชีพหญิง และชายมีความ
แตกต่างกันในการทำาหัตถการด้านการหายใจ และด้านหัตถการหัวใจและหลอดเลือด 4)พยาบาลวิชาชีพที่มีอายุ
ต่างกันจะมีการปฏิบัติการช่วยชีวิตด้านหัตถการหัวใจ และหลอดเลือดที่แตกต่างกัน
ควรมีการฝึกอบรมการปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉิน สำหรับพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหน่วยฉุกเฉินอย่างทั่วถึง เพื่อให้มีมาตรฐานความรู้ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉิน สามารถปฏิบัติงานการการแพทย์ฉุกเฉิน
อย่างมีคุณภาพ
Downloads
Issue
Section
License
The published articles are copyrighted by Journal of Health and Nursing Education.
The statements that appear in each article in this academic journal are the personal opinions of each author and are not related to the editorial team of the Journal of Health and Nursing Education or Boromarajonani College of Nursing, Nakhon Ratchasima.
Responsibility for all elements of each article belongs to the individual author. If there is any mistake each author is solely responsible for his or her own article.