ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด หัวใจ ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี

ผู้แต่ง

  • สุภลักษณ์ ง้วนพันธุ์ โรงพยาบาลศรีประจันต์ สุพรรณบุรี
  • ปิยาภรณ์ พงษ์ประยูร โรงพยาบาลศรีประจันต์ สุพรรณบุรี

DOI:

https://doi.org/10.64962/rdhsj.v19i2.2026.278677

คำสำคัญ:

การจัดการรายบุคคล, โรคความดันโลหิตสูง, โรคหัวใจและหลอดเลือด

บทคัดย่อ

การศึกษากึ่งทดลองนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มารับบริการ แผนกผู้ป่วยนอก โรงพยาบาลศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ (CV risk score 10-30%) จำนวน 60 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 30 คน กลุ่มควบคุม 30 คน ดำเนินการระหว่างเดือน เมษายน-กันยายน 2568 เครื่องมือ
ที่ใช้ในการเก็บข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคล แบบประเมินพฤติกรรมความเสี่ยงต่อโรคหัวใจ การวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และใช้สถิติเปรียบเทียบก่อนหลังด้วย Paired t-test

ผลการศึกษา พบว่า กลุ่มทดลองส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ 56.7 มีอายุเฉลี่ย 52.13 ปีโรคร่วมอื่นๆ ได้แก่ โรคหัวใจ คิดเป็นร้อยละ 83.3 สำหรับกลุ่มควบคุม ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย ร้อยละ  66.7 มีอายุเฉลี่ย 51.86 ปี โรคร่วมอื่นๆได้แก่ โรคหัวใจ คิดเป็นร้อยละ76.7 หลังการทดลองกลุ่มทดลองมี BMI (ดัชนีมวลกาย) และ CV risk (ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ) ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05 การติดตามผล 6 เดือน หลังการทดลอง กลุ่มทดลอง มีค่า BMI (ดัชนีมวลกาย) และFPG (น้ำตาลในเลือด) ดีกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05

การประยุกต์ใช้โปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สามารถนำแนวคิดการจัดการรายบุคคลไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรังอื่นๆ ในโรงพยาบาลได้

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

American Heart Association. Heart disease and stroke statistics–2023 update: a report from the American Heart Association. Circulation 2023; 147(8): e93–e621.

กรมควบคุมโรค กองโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อ (NCDs) พ.ศ. 2566. กรุงเทพฯ: อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์; 2566.

Rosenstock IM, Strecher VJ, Becker MH. Social learning theory and the Health Belief Model. Health Educ Q 1988; 15(2): 175-83.

World Health Organization. A global brief on hypertension: silent killer, global public health crisis. Geneva: WHO; 2013.

Campbell NR, Lackland DT, Niebylski ML. High blood pressure: why prevention and control are urgent and important-a 2012 fact sheet. J Clin Hypertens (Greenwich) 2012; 14(10): 693-8.

American Heart Association. Prevention and treatment of high blood pressure. Dallas (TX): AHA; 2023.

World Health Organization. Prevention of cardiovascular disease: guidelines for assessment and management of total cardiovascular risk. Geneva: WHO; 2007.

กลุ่มพัฒนาวิชาการโรคไม่ติดต่อ กรมควบคุมโรค. คู่มือการประเมินความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (Thai CV Risk Score). กรุงเทพฯ: กระทรวงสาธารณสุข; 2561.

Powell SK, Tahan HA. Case management: a practical guide for education and practice. 3rd ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins; 2010.

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสุพรรณบุรี. รายงานสถานการณ์โรคไม่ติดต่อและข้อมูลสุขภาพ ปีงบประมาณ 2567. สุพรรณบุรี: สสจ.สุพรรณบุรี; 2567.

American Heart Association, American College of Cardiology. 2024 Guideline for the management of cardiovascular risk. Circulation; 2024.

Faul F, Erdfelder E, Lang AG, Buchner A. G*Power 3: A flexible statistical power analysis program for the social, behavioral, and biomedical sciences. Behav Res Methods 2007; 39(2): 175-91.

Arahung R, Hoontrakul S, Roojanavech S. The effects of health literacy enhancement program on hypertensive prevention behavior of pre hypertension risk group at a community in Nakhon Pathom Province. Royal Thai Navy Med J 2018; 45(3): 509-526.

Albert Bandura. Self-efficacy: toward a unifying theory of behavioral change. Psychol Rev 1977; 84(2): 191-215.

Edward H. Wagner. Chronic disease management: what will it take to improve care for chronic illness Eff Clin Pract 1998; 1(1): 2-4.

Susan L. Norris, et al. Self-management education for adults with type 2 diabetes: a meta-analysis of the effect on glycemic control. Diabetes Care 2002; 25(7): 1159-71.

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

2026-08-31

รูปแบบการอ้างอิง

ง้วนพันธุ์ ส., & พงษ์ประยูร ป. (2026). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อลดระดับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือด หัวใจ ในผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงโรงพยาบาลศรีประจันต์ จังหวัดสุพรรณบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 19(2), 45–58. https://doi.org/10.64962/rdhsj.v19i2.2026.278677

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย