ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร จังหวัดสระบุรี

ผู้แต่ง

  • อณัญลักษณ์ วงษ์เป็ง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • วิชุดา ศรีวงษ์กลาง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • เบญจรัตน์ ศรีเมือง คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • ณัฐปาณี ศรีบุริน คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • อาภัสรา ทองดีนอก คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี
  • ศิริลักษณ์ เทียนขาว คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จังหวัดปทุมธานี

คำสำคัญ:

ความรอบรู้ด้านสุขภาพ, พฤติกรรมการป้องกันตนเอง, สารเคมีกำจัดศัตรูพืช

บทคัดย่อ

การวิจัยกึ่งทดลองแบบกลุ่มเดียววัดผลก่อนและหลังการทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบค่าคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมของเกษตรกรจังหวัดสระบุรี ดำเนินการศึกษาระหว่างวันที่ 1 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568 กลุ่มตัวอย่าง คือ เกษตรกร จังหวัดสระบุรี จำนวน 50 คน โดยใช้การสุ่มตัวอย่างหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ โปรแกรมส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพฯ ระยะเวลา 6 สัปดาห์ แบบประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ตรวจสอบความสอดคล้องระหว่างข้อคําถามกับวัตถุประสงค์ทุกข้อมีค่าระหว่าง 0.67 ถึง 1.00 และตรวจสอบความเชื่อมั่นของแบบสอบถามด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา ด้านความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืช เท่ากับ 0.96 และ 0.92 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติเชิงเปรียบเทียบ Paired t-test กำหนดนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ

ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มตัวอย่าง หลังการทดลองมีค่าคะแนนเฉลี่ยความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกร สูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p-value < 0.001) ดังนั้น จึงแสดงให้เห็นว่าโปรแกรมมีประสิทธิผลในการส่งเสริมความรู้ ความรอบรู้ด้านสุขภาพ และการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรได้อย่างเหมาะสม

Downloads

Download data is not yet available.

เอกสารอ้างอิง

กนกวรรณ วรชินา, นิภา มหารัชพงศ์ และปาจรีย์ อับดุลลากาซิม. (2565). ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการป้องกันตนเองในการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี จังหวัดนครพนม. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ, 15(3), 252–265.

กองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค. (2563). สรุปรายงานการเฝ้าระวังโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม และโรคไม่ติดต่อ. สืบค้นจาก https://apps-doe.moph.go.th/boeeng/download/AW_AESR_NCD_2563.pdf

กองโรคจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมโรค. (2566). รายงานสถานการณ์โรคและภัยสุขภาพจากการประกอบอาชีพและสิ่งแวดล้อม ปี 2566. สืบค้นจาก https://bit.ly/46TDkty

จุฑามาศ ศรีมานนท์ และคณะ. (2564). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรที่มีผลเลือดอยู่ในระดับเสี่ยงและไม่ปลอดภัย โดยประยุกต์ใช้ทฤษฎีแบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพ. วารสารสหวิชาการและเพื่อสุขภาพ, 3(2), 32–46. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MDHJ/article/view/257470/183477

ทวีวรรณ ศรีสุขคำ และรัตนา ทรัพย์บำเรอ. (2564). การพัฒนาโปรแกรมสร้างเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพด้านการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชกลุ่มเกษตรกรปลูกข้าวโพด จังหวัดพะเยา. วารสารควบคุมโรค, 47(3), 571–583. https://doi.org/10.14456/dcj.2021.51

ธวัชชัย เอกสันต์, นิภา มหารัชพงศ์, ยุวดี รอดจากภัย และอนามัย เทศกะทึก. (2565). การพัฒนาโปรแกรมและผลของโปรแกรมสุขศึกษาและการส่งเสริมความรอบรู้สุขภาพเพื่อลดความเสี่ยงทางสุขภาพของเกษตรกรที่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในแปลงนาข้าว. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, 8(2), 29–42. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalkorat/article/view/258094

นาตยา พรมศรีธรรม และสมศักดิ์ อินทมาต. (2566). ผลของโปรแกรมการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกรผู้ปลูกหอมแบ่ง. วารสารอนามัยสิ่งแวดล้อมและสุขภาพชุมชน, 8(3), 34–41. สืบค้นจาก https://he03.tci-thaijo.org/index.php/ech/article/view/1837

นุสรา หูไธสง และนาฎนภา หีบแก้ว ปัดชาสุวรรณ. (2564). ประสิทธิภาพของโปรแกรมการประยุกต์ใช้แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและความรอบรู้ด้านสุขภาพเพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการป้องกันอันตรายจากการใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืชในเกษตรกรสวนยางพารา อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ. วารสารวิจัยและพัฒนาด้านสุขภาพ, 7(2), 116–131. สืบค้นจาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/journalkorat/article/view/251537

ระบบคลังข้อมูลสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. (2567). อัตราป่วยจากพิษสารกำจัดศัตรูพืช. สืบค้นจาก https://hdc.moph.go.th/center/public/standard-report-detail/46914a29aebb9e55230cc408f59f2d39

สำนักงานสถิติแห่งชาติ. (2566). สำมะโนการเกษตร พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เท็กซ์ แอนด์ เจอร์นัล พับลิเคชั่น จำกัด. สืบค้นจาก https://www.nso.go.th/public/e-book/Census_Survey/Agricultural-Census-2566/6/

สำนักควบคุมพืชและวัสดุการเกษตร. (2567). รายงานสถานการณ์การนำเข้าวัตถุอันตรายทางการเกษตร พ.ศ. 2566. สืบค้นจาก https://www.doa.go.th/ard/?page_id=386

Ahmad, A., Shahid, M., Khalid, S., Zaffar, H., Naqvi, T., Pervez, A., Bilal, M., Ali, M. A., Abbas, G., & Nasim, W. (2019). Residues of endosulfan in cotton growing area of Vehari, Pakistan: An assessment of knowledge and awareness of pesticide use and health risks. Environmental Science and Pollution Research, 26(20), 20079–20091. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/30229485/

Bandura, A. (1971). Social learning theory. New York: General Learning Press. Retrieved from http://www.asecib.ase.ro/mps/Bandura_SocialLearningTheory.pdf

Best, J. W. (1977). Research in education. New Jersey: Prentice Hall. Retrieved from https://books.google.co.th/books?id=vr07AAAAMAAJ

Bloom, B. S., Madaus, G. F., & Hastings, J. T. (1971). Handbook on formative and summative evaluation of student learning. New York: McGraw-Hill. Retrieved from https://www.scribd.com/document/706673525

Chesser, A. K., Woods, N. K., Smothers, K., & Rogers, N. (2016). Health literacy and older adults: A systematic review. Gerontology & Geriatric Medicine, 2, 1–13. Retrieved from https://pmc.ncbi.nlm.nih.gov/articles/PMC5119904/

Kimura, A. (2022). Characteristics of intergenerational health literacy among women farmers in Tsumagoi Village in Japan. Journal of Physical Therapy, 9, 5–10. https://doi.org/10.24642/jjphpt.9.1_5

Madrigal, D., Claustro, M., Wong, M., Bejarano, E., Olmedo, L., & English, P. (2020). Developing youth environmental health literacy and civic leadership through community air monitoring in Imperial County, California. International Journal of Environmental Research and Public Health, 17(5), 1537. https://doi.org/10.3390/ijerph17051537

Nutbeam, D. (2008). The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine, 67(12), 2072–2078. https://doi.org/10.1016/j.socscimed.2008.09.050

Sapbamrer, R., & Thammachai, A. (2020). Factors affecting use of personal protective equipment and pesticide safety practices: A systematic review. Environmental Research, 185, 109444. Retrieved from https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/32247154/

World Health Organization. (2013). Health literacy: The solid facts. Copenhagen: WHO Regional Office for Europe. Retrieved from https://iris.who.int/server/api/core/bitstreams/50a8dd98-9a4d-449b-8549-63c8a6b05892/content

ดาวน์โหลด

เผยแพร่แล้ว

17-07-2026

รูปแบบการอ้างอิง

วงษ์เป็ง อ., ศรีวงษ์กลาง ว. ., ศรีเมือง เ., ศรีบุริน ณ. ., ทองดีนอก อ., & เทียนขาว ศ. . (2026). ผลของโปรแกรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการป้องกันตนเองจากสารเคมีกำจัดศัตรูพืชของเกษตรกร จังหวัดสระบุรี. วารสารสาธารณสุขและสุขภาพศึกษา, 6(2), e280084. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/tjphe/article/view/280084

ฉบับ

ประเภทบทความ

บทความวิจัย