Retinopathy of Prematurity ในโรงพยาบาลอำนาจเจริญ ปี 2546

Main Article Content

อาวุธ แก้วภมร

บทคัดย่อ

เหตุผลของการวิจัย: การเกิด Retinopathy of permatunity (ROP) เป็นภาวะแทรกช้อนอย่างหนึ่ง ทีพบในเดกคลอดก่อนกำหนดหรือเด็กนำหนักตัวน้อยที่ได้รับการรักษาด้วยออกซิเจน ในโรงพยาบาลอำนาจเจริญยังไม่เคยศึกษาถึงอุบิตการณ์การเกิด ROP นี้
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาอุบัติการณ์การเกิด ROP ของผู้ป่วยทารกคลอดก่อนกำหนด(อายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์) หรือ นำหนักตัวน้อย (< 2,500 กรัม) และศึกษาสัดส่วนการเกิด ROP ในทารกคลอดก่อนกำหนด ที่มีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 1,000 กรัม, นำหนักตัวระหว่าง 1,000-1,500 กรัมและน้ำหนักตัว มากกว่าหรือเท่ากับ 1,500 กรัม รวมทั้งศึกษาหาปัจจัยความสัมพันธ์ต่างๆ
เป้าหมาย: ผู้ป่วยทารกคลอดก่อนกำหนด (อายุครรภ์ <37 สัปดาห์) หรือนำหนักตัวน้อย (<2,500 กรัม) ที่มารับการรักษาในหอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรมและหอผู้ป่วย ทารกแรกเกิดโรงพยาบาลอำนาจเจริญ
รูปแบบของการวิจัย: การศึกษาย้อนหลังเชิงพรรณนา
วิธีการศึกษา: รวบรวมข้อมูลผู้ป่วย จากเวชระเบียนผู้ป่วยใน หอผู้ป่วยหนักกุมารเวชกรรมและหอผู้ป่วยทารกแรกเกิดตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2545 ถึง 30 กันยายน 2546
ผลการศึกษา: ในทารกคลอดก่อนกำหนดหรือน้ำหนักตัวน้อย 38 คน พบว่าเกิด ROP 7 คน (ร้อยละ 18.42) โดยทารกทุกรายที เกิด ROP ได้รับการรักษาด้วยออกซิเจน เมื่อจำแนกตามคะแนน APGAR พบว่าในทารกที่มี asphyxia 17 คน เกิด ROP 3 คน (ร้อยละ 17.64) และในทารกที่ไม่มี birth asphyxia 21 คนเกิด ROP 4 คน (ร้อยละ 19.04) และเมื่อจำแนกตามช่วงน้ำหนัก พบว่าทารกที่มีน้ำหนักตัวแรกคลอด 1,000-1,500 กรัมจำนวน17 คน เกิด ROP 6 คน (ร้อย ละ 35.29) และมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น 2 คน (ร้อยละ 33.33) ส่วนทารกที่มีน้ำหนักตัวแรกคลอด มากกว่า 1,500 กรัม จำนวน 21 คน เกิด ROP 1 คน (ร้อยละ 4.76) และมีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้นเมื่อตรวจซ้ำ เมื่อตรวจดูการเปลี่ยนแปลง ของ ROP พบว่ามีอาการคงเดิม 3 คน มีการเปลี่ยนแปลงดีขึ้น 3 คน และมี 1 คนอาการรุนแรงขึ้น
สรุป: ทารกที่มีอายุครรภ์และน้ำหนักแรกคลอดมากกว่ามีอุบัติการณ์การเกิด ROP น้อยกว่าทารกที่มีอายุครรภ์ และน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า และผลการรักษาและการ เปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของทารกที่มีอายุครรภ์และน้ำหนักแรกคลอดมากกว่า จะดี กว่าทารกที่มีอายุครรภ์และน้ำหนักแรกคลอดน้อยกว่า และทารกที่เกิด ROP ได้รับการรักษาด้วยออกซิเจนทุกคน แต่การเกิด ROP ยังไม่มีความสัมพันธ์กับ ระยะเวลาในการได้รับออกซิเจน, คะแนน APGAR และการช่วยฟื้นคืนชีพในช่วงการคลอดอย่างชัดเจน

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
แก้วภมร อ. (2019). Retinopathy of Prematurity ในโรงพยาบาลอำนาจเจริญ ปี 2546. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 19(2), 1–13. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MJSSBH/article/view/197247
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

1. เกรียงศักดิ์ จิระแพทย์. Perinatal Asphyxia. ใน : การดูแลระบบการหายใจในทารกแรกเกิด. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพมหานคร : เรือนแก้วการพิมพ์; 2536. 1-22

2. ไอรีน ศุภางเสน. Retinopathy of prematurity. ใน : การประชุมวิชาการประจำปี 2543 ชมรมเวชศาสตร์ทารกแรกเกิดแห่งประเทศไทย วันที 2-4 สิงหาคม 2543. 246-52.

3. ไอรีน ศุภางเสน. ปัญหาทางตาที่พบบ่อยในเด็ก. ใน: จันท์ฑิตา พฤกษานานนท์, รัตโนทัย พลับรู้การ, พงษ์ศักดิ์ น้อยพยัคฆ์, ประสบศรี อึงถาวร บรรณาธิการ. การบริหารความเสี่ยงในการดูแลสุขภาพเด็ก. พิมพ์ครั้งแรก. กรุงเทพมหานคร : ภาพพิมพ์;2546. 99-04

4. Kingham JD. Acute Retrolental Fibroplasia, Arch Ophthalmol 1977;95(1):39-47.

5. Kanski Jl. Retinopathy of Prematurity. In ; Cinical ophthalmology : Butterworth & Co.,1989 ;332-4.

6. Kretzer FL, Human retinal development : Relationship to the pathogenesis of retinopathy of prematurity. In : McPherson AR, Hittner HM, Kretzer FL (eds).Retinopathy of prematurity : current concepts and controversies. Toronto/Philadelphia. B.C. Decker Inc., 1986 . 27-52

7. An International Committee for the classification of retinopathy of prematurity. An international classification of retinopathy of prematurity. Br J Opthalmol 1984;68:690-7

8. Hittner HM, Kretzer FL. Rudolph AJ, et al. Vitamin E and retrolental fibroplasias. N Eng J Med 1993 ; 309:669-70

9. Tamai M. Treatment of acute retinopathy of prematurity by cryotherapy and photocoagulation. In : McPherson AR, Hittner HM. Kretzer FL, (eds). Retinopathy of prematurity. Toronto/Philadelphia. B.C. Deckner Inc., 1986:151-9.

10. รังสรรค์ กองทอง. Retinopathy of prematurity ในโรงพยาบาลนครปฐม ปี 2545. วารสารแพทย์ เขต 4 2546;22[2]:83-92.