ผลของโปรแกรมการออกกำลังข้อมือในผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ

Main Article Content

ชมพูนุท ชีวะกุล
นิรุวรรณ เทิร์นโบล์
กู้เกียรติ ทุดปอ

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: โรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ เกิดการบาดเจ็บจากการใช้งานข้อมือมากเกินไป หรือใช้งานในลักษณะเดิมซ้ำๆ สาเหตุเกิดจากการอักเสบที่บริเวณรอบปลอกหุ้มเอ็นกล้ามเนื้อ Abductor pollicis longus (APL) และ Extensor pollicis brevis (EPB) ทำให้มีอาการปวดและจำกัดการเคลื่อนไหว การรักษาทำได้ 2 วิธี คือ การรักษาแบบประคับประคองและการผ่าตัด
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการออกกำลังข้อมือในผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ
รูปแบบการศึกษา: วิจัยกึ่งทดลอง
วิธีการศึกษา: กลุ่มตัวอย่าง คือผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ จำนวน 100 คน แบ่งเป็น 2 กลุ่มโดยวิธีการสุ่มอย่างง่าย กลุ่มทดลองจะได้รับโปรแกรมการออกกำลังข้อมือร่วมกับการรักษาด้วยพาราฟินและ อัลตราซาวน์ กลุ่มควบคุมจะได้รับการรักษาด้วยพาราฟินและอัลตราซาวน์ เท่านั้น ระยะเวลา 1 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เครื่องมือที่ใช้ วัดระดับความเจ็บปวดโดยใช้ Visual analog scale (VAS) การบวมโดยใช้สายวัดและองศาการเคลื่อนไหวโดยใช้โกนิโอมิเตอร์ สถิติที่ใช้ Independent t-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ 0.05
ผลการศึกษา: ระดับความเจ็บปวด การบวมเปรียบเทียบก่อนและหลังภายในกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.05 องศาการเคลื่อนไหวของข้อมือเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มทดลองกับกลุ่มควบคุมพบว่า กลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ p<0.05
สรุป: ผลของโปรแกรมการออกกำลังข้อมือร่วมกับการรักษาด้วยพาราฟินและอัลตราซาวน์ จำนวน 1 ครั้ง/สัปดาห์ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ ในผู้ป่วยโรคปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ สามารถลดอาการปวด ลดการบวมและเพิ่มองศาการเคลื่อนไหวของข้อมือได้ดีกว่า การรักษาด้วยพาราฟินร่วมกับอัลตราซาวน์เท่านั้น
คำสำคัญ: ปลอกหุ้มเอ็นข้อมืออักเสบ ออกกำลังกาย ระดับความเจ็บปวด การบวม องศาการเคลื่อนไหว

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

1. un Nisa Z, Umer B, ul Hassan T. Prevalence of De Quervain’s Syndrome Among Young Mobile Phone Users. JRCRS 2016; 4(1):22-4.

2. Physical therapy department of Buri Ram Hospital. The annual report, Physical medicine and Rehabilitation. Buri Ram : Buri Ram hospita; 2019: 1-10.

3. Rabin A, Israeli T, Kozol Z. Physiotherapy Management of People Diagnosed with de Quervain's Disease: A Case Series. Physiother Can 2015;67(3):263-7. doi: 10.3138/ptc.2014-47.

4. Papa JA. Conservative management of De Quervain's stenosing tenosynovitis: a case report. J Can Chiropr Assoc 2012;56(2):112-20.

5. Howell ER. Conservative care of De Quervain's tenosynovitis/ tendinopathy in a warehouse worker and recreational cyclist: a case report. J Can Chiropr Assoc 2012;56(2):121-7. PMID: 22675225

6. Hadianfard M, Ashraf A, Fakheri M, Nasiri A. Efficacy of acupuncture versus local methylprednisolone acetate injection in De Quervain's tenosynovitis: a randomized controlled trial. J Acupunct Meridian Stud 2014;7(3):115-21. doi: 10.1016/j.jams.2013.10.003.

7. Otter SJ, Agalliu B, Baer N, Hales G, Harvey K, James K, et al. The reliability of a smartphone goniometer application compared with a traditional goniometer for measuring first metatarsophalangeal joint dorsiflexion. J Foot Ankle Res 2015;8:30. doi: 10.1186/s13047-015-0088-3.

8. Bijur PE, Silver W, Gallagher EJ. Reliability of the visual analog scale for measurement of acute pain. Acad Emerg Med 2001;8(12):1153-7. doi: 10.1111/j.1553-2712.2001.tb01132.x.

9. Wu F, Rajpura A, Sandher D. Finkelstein's Test Is Superior to Eichhoff's Test in the Investigation of de Quervain's Disease. J Hand Microsurg 2018;10(2):116-118. doi: 10.1055/s-0038-1626690.

10. Homayouni K, Zeynali L, Mianehsaz E. Comparison between Kinesio taping and physiotherapy in the treatment of de Quervain's disease. J Musculoskelet Res 2013;16(4): 1350019-6. DOI: 10.1142/S021895771350019X

11. Goel R, Abzug JM. de Quervain's tenosynovitis: a review of the rehabilitative options. Hand (N Y) 2015;10(1):1-5. doi: 10.1007/s11552-014-9649-3.

12. Vogt M, Hoppeler HH. Eccentric exercise: mechanisms and effects when used as training regime or training adjunct. J Appl Physiol (1985) 2014;116(11):1446-54. doi: 10.1152/japplphysiol.00146.2013.