รายงานการรักษาทันตกรรมพร้อมมูลกรณีศึกษาผู้ป่วยหลังได้รับรังสีรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก
Main Article Content
บทคัดย่อ
มะเร็งหลังโพรงจมูก จัดเป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญและจำเป็นต้องได้รับการรักษาทางทันตกรรมพร้อมมูล เพราะผู้ป่วยมักได้รับรังสีรักษา ก่อให้เกิดภาวะแทรกซ้อนในช่องปาก โดยเฉพาะภาวะปากแห้ง เป็นอาการข้างเคียงที่ส่งผลระยะยาวและต่อเนื่องตลอดชีวิต เนื่องจากต่อมน้ำลายเสียหาย ภาวะปากแห้งเพิ่มความเสี่ยงอย่างมากต่อการเกิดฟันผุ อันนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆตามมา ดังนั้นการดูแลสุขภาพช่องปากแบองค์รวมตั้งแต่ก่อน ระหว่างและหลังการฉายรังสีจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การศึกษานี้เป็นรายงานผู้ป่วยรายกรณี (case study) ในผู้ป่วยชายอายุ 66 ปี ซึ่งเคยได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งหลังโพรงจมูกชนิด Squamous cell carcinoma ระยะ T2N2M0 และได้รับรังสีรักษาขนาด70 เกรย์ร่วมกับเคมีบำบัด ผู้ป่วยมีประวัติการเตรียมช่องปากก่อนฉายรังสีในปีพ.ศ 2558 จากการตรวจช่องปากในเดือนพฤษภาคมพ.ศ 2567 พบว่าผู้ป่วยมีภาวะปากแห้งระดับปานกลางตามเกณฑ์ CODS 4 คะแนน มีการสูญเสียฟันหลายซี่ จึงมีการนัดหมายเพื่อรับการรักษาทันตกรรมพร้อมมูล จำนวนทั้งหมด 10 ครั้ง ประกอบด้วย การตรวจวางแผนการรักษา การบูรณะฟันผุ การใช้สารหล่อลื่นช่องปากและการฟื้นฟูด้วยฟันเทียมบางส่วนถอดได้ชนิดโครงโลหะการออกแบบในขากรรไกรบนใช้ส่วนโยงหลักเป็นแบบ Palatal strap ขากรรไกรล่างส่วนโยงหลักเป็นแบบ Lingual bar โดยมีขั้นตอนการทำฟันเทียมได้แก่ พิมพ์ปากทำแบบศึกษา ลองแท่นกัด ลองฟัน และใส่ฟัน และมีการนัดติดตามหลังใส่ฟันเทียม 1สัปดาห์ 1 เดือน และ 3 เดือนตามลำดับ
การรักษาทันตกรรมพร้อมมูลกรณีศึกษาผู้ป่วยหลังได้รับรังสีรักษามะเร็งหลังโพรงจมูก ได้แก่ การจัดการภาวะปากแห้ง อุดฟันและการฟื้นฟูฟันที่สูญเสียไปเพื่อปรับปรุงคุณภาพชีวิตและป้องกันภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว การใช้สารหล่อลื่นช่องปากเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาอาการปากแห้งได้ การเลือกวัสดุอุดฟันเพื่อบูรณะฟันที่ผุอย่างเหมาะสมมีความสำคัญ การติดตามดูแลสุขภาพช่องปากอย่างต่อเนื่องมีความจำเป็นในผู้ป่วยกลุ่มนี้
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
Bray F, Ferlay J, Soerjomataram I, Siegel RL, Torre LA, Jemal A. Global cancer statistics 2018: GLOBOCAN estimates of incidence and mortality worldwide for 36 cancers in 185 countries. CA Cancer J Clin 2018;68(6):394-424. doi: 10.3322/caac.21492.
หน่วยงานฐานข้อมูลผู้ป่วยโรคมะเร็ง กลุ่มงานดิจิทัลการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ. ทะเบียนมะเร็งระดับโรงพยาบาลพ.ศ. 2565. กรุงเทพฯ : กลุ่มงานดิจิทัลการแพทย์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ; 2567.
ชวลิต เลิศบุษยานุกูล, สาริน กิจพานิชย์. 100 เรื่อง รู้จัก รู้รักษา โรคมะเร็งหู คอ จมูก. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ไอดี ออล ดิจิตอลพริ้นท์ ; 2563.
นริศร คงรัตนโชค. ลักษณะทางพันธุกรรมที่ส่งเสริมการเกิดมะเร็งโพรงหลังจมูก. [ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. สาขาวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์, หลักสูตรวิทยาศาสตร์การแพทย์, คณะแพทยศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย; กรุงเทพฯ : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ; 2544.
อนุสสรา ประยงค์รัตน์. รังสีรักษาในโรคมะเร็งหลังโพรงจมูก. [อินเตอร์เน๊ต]. 2559. [สืบค้นเมื่อ 7 ตุลาคม 2567]. ค้นได้จาก:URL: https://www.chulacancer.net/uploads/articles_attc/2023_02/400_attach_1676810209.pdf.
Wang HY, Chang YL, To KF, Hwang JS, Mai HQ, Feng YF, et al. A new prognostic histopathologic classification of nasopharyngeal carcinoma. Chin J Cancer 2016;35:41. doi: 10.1186/s40880-016-0103-5.
Sunaga T, Nagatani A, Fujii N, Hashimoto T, Watanabe T, Sasaki T. The association between cumulative radiation dose and the incidence of severe oral mucositis in head and neck cancers during radiotherapy. Cancer Rep (Hoboken) 2021;4(2):e1317. doi: 10.1002/cnr2.1317.
Palmieri M, Sarmento DJS, Falcão AP, Martins VAO, Brandão TB, Morais-Faria K, et al.
Frequency and Evolution of Acute Oral Complications in Patients Undergoing Radiochemotherapy Treatment for Head and Neck Squamous Cell Carcinoma. Ear Nose Throat J 2021;100(5_suppl):449S-455S. doi: 10.1177/0145561319879245.
Gupta, V, Hicks D, Liu J, Sharma S, Bakst R. The Effect of Radiation Dose to the Pharyngeal Constrictor Musculature on Weight Loss During Treatment and Feeding Tube Dependence in Head and Neck Cancer. Int J Radiat Oncol Biol Phys 2020;108(2):E45.
DOI:10.1016/j.ijrobp.2020.02.573
อรรถพล ยงวิกุล, สัญญา เรืองสิทธิ์. การประเมินและการจัดการช่องปากในผู้ป่วยที่รับรังสีรักษาที่ศีรษะและลำคอ. วิทยาสารทันตแพทยศาสตร์ 2568;75(2):54-61.
Edge SB, Byrd DR, Compton CC, Fritz AG, Greene FL, Trotti III A. AJCC cancer staging manual. 7th. ed. New York : Springer ; 2009.
Jager DHJ, Bots CP, Forouzanfar T, Brand HS. Clinical oral dryness score: evaluation of a new screening method for oral dryness. Odontology 2018;106(4):439-44. doi: 10.1007/s10266-018-0339-4.
ณฐิตา อยู่ขำ. แนวทางการดูแลภาวะปากแห้งในผู้สูงอายุ: กรณีศึกษาผู้ป่วย 2 ราย. ศรีนครินทร์เวชสาร 2565;37(4):557-563.
Salık M, Bakır E. Dental caries and demineralization in head and neck cancer patients undergoing radiotherapy. J Dent Sci Educ 2024;2(1):24-9. DOI:10.51271/JDSE-0028
สุภณัฏฐ์ ธาราพันธ์. ผลของวุ้นชุ่มปากต่อเชื้อราแคนดิดาในช่องปากของผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและลำคอหลังจบรังสีรักษาที่มีภาวะปากแห้ง. [วิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต]. สาขาวิชาวิทยาการช่องปากและแม็กซิลโลเฟเชียล, คณะทันตแพทยศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย; กรุงเทพฯ : มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ; 2561.
LEUPOLD RJ, KRATOCHVIL FJ. AN ALTERED-CAST PROCEDURE TO IMPROVE TISSUE SUPPORT FOR REMOVABLE PARTIAL DENTURES. J Prosthet Dent 1965;15:672-8. doi: 10.1016/0022-3913(65)90038-7.