การพัฒนารูปแบบการเอกซเรย์เชิงรุกด้วยนวัตกรรม KRASANG MODEL MMXA (Modified Mobile X-ray Ambulance) เพื่อคัดกรองค้นหาผู้ป่วยวัณโรค โรงพยาบาลกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์
Main Article Content
บทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: วัณโรคเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทย โดยมีอัตราการป่วยและเสียชีวิตสูงและการเข้าถึงบริการคัดกรองยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทซึ่งมีอุปสรรคด้านการเดินทาง ความแออัดในโรงพยาบาลและการวินิจฉัยที่ล่าช้า จึงจำเป็นต้องพัฒนาระบบคัดกรองที่เข้าถึงประชากรกลุ่มเสี่ยงได้รวดเร็วและครอบคลุม
วัตถุประสงค์: เพื่อสร้างและพัฒนารูปแบบการเอกซเรย์เชิงรุกด้วยนวัตกรรม KRASANG MODEL MMXA ในการคัดกรองและค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุก
วิธีการศึกษา: การวิจัยนี้เป็นการวิจัยและพัฒนาโดยออกแบบและดัดแปลงรถพยาบาลให้ติดตั้งเครื่องเอกซเรย์ทรวงอกเคลื่อนที่พร้อมระบบป้องกันรังสีและซอฟต์แวร์ AI สำหรับอ่านผลภาพรังสี ดำเนินการศึกษาระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2565 ถึงวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ในพื้นที่อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ กลุ่มตัวอย่างคือประชากรกลุ่มเสี่ยงวัณโรค 5 กลุ่ม โดยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยแบบบันทึกผลการตรวจและแบบสอบถามความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
ผลการศึกษา: ในปี พ.ศ. 2566 และ พ.ศ.2567 พบว่า มีผู้เข้ารับการคัดกรองวัณโรคด้วยการเอกซเรย์ทรวงอกจำนวน 1,832 และ 2,115 ราย ตามลำดับ พบความผิดปกติของปอด ร้อยละ 25.1 และ 20.3 และยืนยันผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ 16 และ 42 รายตามลำดับ ทำให้อัตราความครอบคลุมการขึ้นทะเบียนรักษาผู้ป่วยวัณโรคเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 57.3 ในปี 2565 เป็นร้อยละ 85.5 ในปีพ.ศ. 2567 ซึ่งเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด (> ร้อยละ 85) ผู้รับบริการและเจ้าหน้าที่ประเมินความพึงพอใจอยู่ในระดับ “มากที่สุด” ในทุกด้าน
สรุป: นวัตกรรม KRASANG MODEL MMXA เป็นรูปแบบบริการเอกซเรย์เคลื่อนที่ที่มีประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่ำ และเหมาะสมกับบริบทของโรงพยาบาลชุมชน สามารถเพิ่มการเข้าถึงบริการ ลดความแออัดและระยะเวลารอคอยในโรงพยาบาล เพิ่มอัตราการค้นหาผู้ป่วยวัณโรครายใหม่ และลดการแพร่กระจายเชื้อในชุมชน นวัตกรรมนี้จึงมีศักยภาพในการขยายผลเพื่อสนับสนุนยุทธศาสตร์ “End TB” ขององค์การอนามัยโลกและเป็นต้นแบบของการบริการสาธารณสุขเชิงรุกที่ยั่งยืนในอนาคต
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization. The End TB Strategy: Global Strategy and Targets for Tuberculosis Prevention, Care and Control after 2015. Geneva : World Health Organization ; 2015.
World Health Organization. Global tuberculosis report 2023. Geneva : World Health Organization ; 2023.
United Nations. Transforming our world: The 2030 Agenda for Sustainable Development. New York : United Nations ; 2015.
สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แผนปฏิบัติการระดับชาติด้านการต่อต้านวัณโรค พ.ศ. 2560–2564 (เพิ่มเติม พ.ศ. 2565). กรุงเทพฯ : อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์ ; 2564.
สำนักวัณโรค กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการดำเนินงานวัณโรคระดับเขตสุขภาพ พ.ศ. 2566. กรุงเทพมหานคร : อักษรกราฟฟิคแอนด์ดีไซน์ ; 2566.
สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์. รายงานสถานการณ์วัณโรค จังหวัดบุรีรัมย์ ปี 2565–2567. บุรีรัมย์ : สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดบุรีรัมย์ ; 2567. (เอกสารอัดสำเนา).
เกษสุมา วงษ์ไกร, พุทธิไกร ประมวล, ภัทราภรณ์ บัวพันธ์. การตรวจคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุกด้วยรถถ่ายภาพรังสีทรวงอกเคลื่อนที่ ในประชาชนกลุ่มเสี่ยง จังหวัดศรีสะเกษ. วารสารสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 10 2563;18(1):73-82.
ปฏิพัทธ์ ศรีแผ้ว. งานรังสีเชิงรุกด้วยกล้องเอกซเรย์พกพา Camera Ray. โรงพยาบาลน้ำปาด. [อินเทอร์เน็ต]. [สืบค้นเมื่อ 22 ตุลาคม 2568]. ค้นได้จาก:URL:urlkub.co/CL2Qkn
สุพร กาวินำ กิตติพัทธ์ เอี่ยมรอด. การคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคในประชากรกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ติดสุรา. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2560;26(3):561-570.
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. คู่มือความปลอดภัยทางห้องปฏิบัติการด้านรังสี. กรุงเทพฯ : บียอนด์ พับลิสชิ่ง ; 2567.
Likert R. The human organization: its management and value. New York : McGraw-Hill ; 1967.
ราชกิจจานุเบกษา. พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี พ.ศ. 2546. เล่ม 120 ตอนที่ 118 ก. (9 ตุลาคม 2546) : 1 - 11.