การศึกษาความสัมพันธ์และอำนาจทำนายระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพ ตามหลัก 3อ. ของนักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์
Main Article Content
บทคัดย่อ
หลักการและเหตุผล: นักศึกษาพยาบาลเป็นกลุ่มสำคัญที่มีบทบาทเป็นต้นแบบด้านสุขภาพแก่ประชาชน บริบทของสถาบันการศึกษาอาจมีความแตกต่างกัน ดังนั้น การศึกษาครั้งนี้จึงมีความสำคัญเพื่อใช้เป็นข้อมูลในการส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสมต่อไป
วัตถุประสงค์: 1) เพื่อศึกษาระดับความรอบรู้ด้านสุขภาพ 2) เพื่อศึกษาระดับพฤติกรรมสุขภาพ 3) เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพ 4) เพื่อศึกษาอำนาจทำนายระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพกับพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ.
วิธีการศึกษา: การวิจัยเชิงพรรณนาแบบหาความสัมพันธ์เชิงทำนาย กลุ่มตัวอย่างคือ นักศึกษาพยาบาล วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์ จำนวน 110 คน คัดเลือกโดยการสุ่มแบบแบ่งชั้น เครื่องมือวิจัยเป็นแบบสอบถามความรอบรู้ด้านสุขภาพ และพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. ประยุกต์ใช้เครื่องมือของกองสุขศึกษา กระทรวงสาธารณสุข มีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.863 วิเคราะห์ข้อมูลด้วยสถิติเชิงพรรณนา สถิติสหสัมพันธ์เพียร์สัน และสถิติถดถอยพหุคูณ ดำเนินการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2567 ถึง 30 กันนายน พ.ศ. 2567
ผลการศึกษา: 1) กลุ่มตัวอย่างมีความรอบรู้ด้านสุขภาพตามหลัก 3อ. อยู่ในระดับดี เมื่อพิจารณารายองค์ประกอบ พบว่า มีความรู้ความเข้าใจทางสุขภาพตามหลัก 3อ. อยู่ในระดับพอใช้ ทักษะการสื่อสารสุขภาพอยู่ในระดับดี ทักษะการเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ ทักษะการจัดการตนเอง ทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศ และทักษะการตัดสินใจเลือกปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้องตามหลัก 3อ. อยู่ในระดับดีมาก 2) พฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. อยู่ในระดับดี 3) ทักษะการเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ และทักษะการจัดการตนเองมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. ในระดับปานกลาง (r = 0.488, r = 0.549; p < 0.001) ทักษะการรู้เท่าทันสื่อและสารสนเทศและทักษะการสื่อสารสุขภาพมีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. ในระดับต่ำ (r = 0.324, r = 0.280; p < 0.001) 4) ทักษะการเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพ และทักษะการจัดการตนเองร่วมกันทำนายพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. ได้ร้อยละ 37.9 (R2 = 0.379, R2 Adjusted = 0.342, F = 10.370, p < 0.001)
สรุป: ความรอบรู้ด้านสุขภาพ โดยเฉพาะทักษะการเข้าถึงข้อมูลและบริการสุขภาพร่วมกับทักษะการจัดการตนเอง เป็นปัจจัยสำคัญต่อพฤติกรรมสุขภาพตามหลัก 3อ. ของนักศึกษาพยาบาล ดังนั้นการพัฒนาทักษะดังกล่าวจึงเป็นแนวทางสำคัญในการส่งเสริมพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม
Article Details

อนุญาตภายใต้เงื่อนไข Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
เอกสารอ้างอิง
World Health Organization {WHO]. Noncommunicable diseases. [cited 2025, September 25]. Available from : https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/noncommunicable-diseases
เริงฤดี ปธานวนิช (บรรณาธิการ). (2568). รายงานการสำรวจสุขภาพประชาชนไทยโดยการตรวจร่างกายครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567-2568). กรุงเทพมหานคร : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล : 2568.
Unicef. (2025). Non-communicable diseases Behaviours that lead to disease often emerge during childhood and adolescence. https://www.unicef.org/health/non-communicable-diseases?utm_source=chatgpt.com
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. การส่งเสริมการพัฒนาความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ: แนวทางการดําเนินงานสุขศึกษาและพฤติกรรม ปีงบประมาณ 2561. นนทบุรี: โรงพิมพกองสุขศึกษากระทรวงสาธารณสุข : 2561.
Kinoshita S, Hirooka N, Kusano T, Saito K, Aoyagi R. Does health literacy influence health-
related lifestyle behaviors among specialists of health management? A cross-sectional study. BMC Prim Care 2024; 25(1):1-9. doi: 10.1186/s12875-024-02263-1. PMID: 38245688; PMCID: PMC10799471.
วิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี สุรินทร์. รายงานสรุปการสำรวจพฤติกรรมสุขภาพ : 2567.
ชื่นนภา บุตดีวงค์. ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรมการส่งเสริมสุขภาพของนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร. วารสารวิทยาการจัดการมหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร 2565;2(3):49–60.
ลัดดา พลพุทธา, และอรทัย พงษ์แก้ว. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส. ของ
นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด. วารสารสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น 2564;6(2):1–16.
ชื่นจิตร จันทรสว่าง, และสุนทรี เจียรวิทยกิจ. ความสัมพันธ์ระหว่างความรอบรู้ด้านสุขภาพ ความรอบรู้ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล และพฤติกรรมสุขภาพของนักศึกษาพยาบาลปริญญาตรี. วารสารวิจัยและนวัตกรรมทางการพยาบาล 2566;29(2): 251–264.
Nutbeam, D. The evolving concept of health literacy. Social Science & Medicine 2008; 67(12):2072–2078.
กองสุขศึกษา กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข. การเสริมสร้างและการประเมินความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ (ฉบับปรับปรุง 2561). กระทรวงสาธารณสุข : 2561.
Bloom, B. S. Handbook on formative and summative evaluation of student learning. McGraw-Hill : 1971
Hair, J. F., Anderson, R. E., Tatham, R. L., & Black, W. C. Multivariate Data Analysis (5th ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall : 1998.
Evans, J. D. Straightforward statistics for the behavioral sciences. Brooks/Cole Publishing : 1996
วชิระ สุริยะวงค์, วันเพ็ญ ทรงคำ, นพมาศ ศรีเพชรวรรณดี, และกมลชนก กาวิล. ความรอบรู้ทางสุขภาพและพฤติกรรมสร้างเสริมสุขภาพในนักศึกษาพยาบาลมหาวิทยาลัยเชียงใหม่. วารสารพยาบาลศาสตร์และสุขภาพ2562;42(3):96–106.
วัชราพร เชยสุวรรณ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพ: แนวคิดและการประยุกต์สู่การปฏิบัติการพยาบาล. วารสารแพทย์นาวี 2560;44(4):183–197.
Liu, L., Fu, M., Wu, J., Wang, H., Zhao, J., Chen, P., Cao, J., Zhang, W., Lin, Q., & Li, L. Digital health literacy among undergraduate nursing students in China: Associations with health lifestyles and psychological resilience. BMC Medical Education 2024;24(1) Article 1139. ht tps://doi.org/10.1186/s12909-024-06075-w
สุชีราภรณ์ ธุวานนท์, และธนิดา สถิตอุตสาคร. พฤติกรรมการสร้างเสริมสุขภาพของนักศึกษาพยาบาล
ศาสตร์ หลักสูตรพยาบาลศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ศรีสะเกษ. วารสารเฉลิมกาญจนา 2560;4(2):92–96.
Nutbeam, D. Health literacy as a public health goal: A challenge for contemporary health education and communication strategies. Health Promotion International 2000: 15(3):259–267.
สนธยา ไสยสาลี, ธนูย์สิญจน์ สุขเสริม, บุษกร สุวรรณรงค์, สุรศักดิ์ ธรรมรักษ์เจริญ, และพรรณราย สุขมณ. ความรอบรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพ 3อ.2ส. ของนักศึกษาสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์. วารสารวิชาการสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 9 จังหวัดนครราชสีมา 2568;31(2):32–43.
ยุพเรศ พญาพรหม, พรพรรณ มนสัจจกุล, และศรินญาภรณ์ จันทร์ดีแก้วสกุล. อำนาจการทำนายของความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีต่อพฤติกรรมป้องกันโรคโควิด 19 ของนักศึกษาพยาบาล. วารสารพยาบาลศาสตร์ 2567;42(4):27–40.
สันติสุข ฮะวังจู, นิภา มหารัชพงศ์, และปาจรีย์ อับดุลลากาซิม. ปัจจัยความรอบรู้ด้านสุขภาพที่มีอิทธิพลต่อพฤติกรรมการดูแลสุขภาพช่องปากเด็กปฐมวัยของผู้ดูแลจังหวัดจันทบุรี. วารสารวิจัยและพัฒนาระบบสุขภาพ2567;17(2):226–239.