ผลการคัดกรองสมองเสื่อมต่อการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้สูงอายุ ที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ณ โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์

Main Article Content

ฟ้าอินทร์ เทียนทอง

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: ผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 หากมีภาวะสมองเสื่อมพบร่วมกันอาจส่งผลต่อการควบคุมโรค ดังนั้น การคัดกรองสมองเสื่อมร่วมด้วย จึงมีบทบาทสำคัญในการดูแลโรคเบาหวานแบบองค์รวม และอาจช่วยควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้


วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาผลการคัดกรองสมองเสื่อมต่อการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้สูงอายุที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ณ โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์


วิธีการศึกษา: การศึกษาข้อมูลย้อนหลังทางเวชระเบียนแบบ Retrospective cohort study ในผู้ป่วยสูงอายุที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โดยมีกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 84 ราย แบ่งเป็นกลุ่มได้รับการคัดกรองภาวะสมองเสื่อมและกลุ่มควบคุม กลุ่มละ 28 และ 56 ราย ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลด้วย Linear Mixed-Effects Model (LMM)


ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง โดยกลุ่มที่ได้รับการคัดกรองมีอายุมัธยฐานสูงกว่ากลุ่มควบคุม [70 (66.3–78.3) vs 67 (63.0–74.8) ปี p < 0.05] มีผลคัดกรอง TMSE ผิดปกติ (<24 คะแนน) คิดเป็นร้อยละ 67.9 ในขณะที่ลักษณะพื้นฐานอื่นๆไม่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ และผลการศึกษาไม่พบปฏิสัมพันธ์ของการคัดกรองสมองเสื่อมระหว่างกลุ่มและเวลาต่อการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (HbA1c) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (F(1, 82)=1.359, p=0.247)


สรุป: การคัดกรองภาวะสมองเสื่อมในผู้สูงอายุที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ไม่พบความสัมพันธ์ต่อการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ปัจจัยสำคัญที่สัมพันธ์กับการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดได้ดี คือค่า baseline HbA1c ดังนั้น ผู้สูงอายุที่ควบคุมโรคเบาหวานไม่ได้ ควรได้รับการติดตามอย่างต่อเนื่องเพื่อประเมินและปรับแผนการรักษาอย่างเหมาะสม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
เทียนทอง ฟ. (2026). ผลการคัดกรองสมองเสื่อมต่อการควบคุมระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของผู้สูงอายุ ที่มีโรคเบาหวานชนิดที่ 2 ณ โรงพยาบาลปราสาท จังหวัดสุรินทร์. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 41(2), 343–352. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MJSSBH/article/view/280709
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

International Diabetes Federation. Diabetes facts and figures. [Internet]. 2025. [cited 2025 Dec 19]. Available from:URL: https://idf.org/about-diabetes/diabetes-facts-figures/.

Cao L, Chen SS, Xu Q, Chen C, Lv QZ, Li XM, et al. Frailty: An Important Determinant Influencing Glycaemic Control in Elderly Chinese Patients Diagnosed With Type 2 Diabetes. Clin Exp Pharmacol Physiol 2025;52(8):e70049. doi: 10.1111/1440-1681.70049.

Atif M, Saleem Q, Asghar S, Malik I, Ahmad N. Extent and Predictors of Poor Glycaemic Control among Elderly Pakistani Patients with Type 2 Diabetes Mellitus: A Multi-Centre Cross-Sectional Study. Medicina (Kaunas) 2019;55(1):21. doi: 10.3390/medicina55010021.

สถาบันเวชศาสตร์์สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร์เพื่อผู้้สูงอายุุกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข. แนวทางการให้บริการดูแลรักษา ส่งต่อผู้สูงอายุ และชุดข้อมูลสุขภาพที่เกี่ยวข้อง. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : ที.อาร์์. มาร์เก็ตติง แอนด์ มีเดีย แพลน จำกัด ; 2568.

Dean AG, Sullivan KM, Soe MM. OpenEpi: Open source epidemiologic statistics for public health [Internet]. Version 3.01. [cited 2025 Dec 18]. Available from:URL: http://www.openepi.com/Menu/OE_Menu.html.

อุไรวรรณ บูรณสมภพ. รายงานวิจัยเรื่อง ผลของการติดตามระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตนเองต่อพฤติกรรมและระดับน้ำตาลในเลือดชนิด HbA1c ของผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี. [อินเตอร์เน็ท]. [สืบค้นเมื่อ 1 ธันวาคม 2568]. ค้นได้จาก: URL: https://srth.go.th/research/file/20240430161843-63_2567.pdf.

เพ็ญบุญญา สัตยสมบรูณ์, สุวรรณี สร้อยสงค์, ภัณฑิรชา เฟื่องทอง, คุณญา แก้วทันคำ. ผลของโปรแกรมการจัดการตนเองต่อระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2. วารสารบัณฑิตศึกษาปริทรรศน์ มจร วิทยาเขตแพร่ 2563;6(1):164-79.

Lalithambika CV, Arun CS, Saraswathy LA, Bhaskaran R. Cognitive Impairment and its Association with Glycemic Control in Type 2 Diabetes Mellitus Patients. Indian J Endocrinol Metab 2019;23(3):353-6. doi: 10.4103/ijem.IJEM_24_19.

จตุภูมิ นีละศรี. ปัจจัยที่มีผลต่อระดับน้ำตาลสะสม HbA1c ในเลือด ของผู้ป่วยเบาหวานประเภทที่ 2 โรงพยาบาลท่ายาง อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี. วารสารแพทย์เขต 4-5 2563;39(4):714-28.