ลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลบุรีรัมย์: เปรียบเทียบระดับฮีโมโกลบินก่อนให้เลือด

Main Article Content

นัทกานต์ สังฆะ

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: การให้เลือดเป็นการรักษาหลักสำหรับผู้ป่วยธาลัสซีเมียชนิดรุนแรง และการรักษาระดับฮีโมโกลบินก่อนให้เลือดให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสมช่วยให้การเจริญเติบโตปกติและลดภาวะแทรกซ้อนได้
วัตถุประสงค์: เพื่อเปรียบเทียบลักษณะทางคลินิกระหว่างผู้ป่วยเด็กธาลัสซีเมียที่มีค่าฮีโมโกลบินก่อนให้เลือดตามเป้าหมายและกลุ่มที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย
วิธีการศึกษา: Retrospective descriptive study ในผู้ป่วยเด็กอายุแรกเกิดถึง 18 ปี วินิจฉัยเป็นธาลัสซีเมียชนิดพึ่งพาเลือดที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2564 ถึง 31 ธันวาคม พ.ศ. 2565 โดยใช้ค่าเฉลี่ยฮีโมโกลบินก่อนให้เลือด 10 ครั้งมาวิเคราะห์
ผลการศึกษา: ผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์มีทั้งหมด 61 ราย ส่วนใหญ่เป็นชนิด B0-thal/Hb E disease (ร้อยละ 65.6) อายุเฉลี่ย 9.15 ปี (± 3.91) และเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง (ร้อยละ 55.7 และ 44.3 ตามลำดับ) ความถี่ในการรับเลือดทุก 3-4 สัปดาห์ 46 ราย (ร้อยละ 75.4) และทุก 5-6 สัปดาห์ 15 ราย (ร้อยละ 24.6) มีผู้ป่วยที่ได้รับการตัดม้าม 2 ราย (ร้อยละ 3.3) และมี 8 ราย (ร้อยละ 13.1) ที่สามารถรักษาระดับฮีโมโกลบินก่อนการให้เลือดให้อยู่ในระดับเป้าหมายที่แนะนำได้ เมื่อเปรียบเทียบลักษณะทางคลินิกระหว่างกลุ่มที่ทำได้ตามเป้าหมายกับกลุ่มที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในด้านค่าเฉลี่ยระดับฮีโมโกลบินก่อนการได้รับเลือด (9.3 ± 0.3 และ 8.3 ± 0.8 กรัมต่อเดซิลิตร ตามลำดับ, p = 0.000) ในขณะที่ลักษณะทางคลินิกอื่น ๆ ทั้งหมดที่นำมาเปรียบเทียบไม่พบความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p > 0.05) อย่างไรก็ตาม มีข้อสังเกตว่าผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้ฮีโมโกลบินตามเป้าหมายเป็นชนิด Beta-thalassemia ทั้งหมดและมีลักษณะทางคลินิกที่ดีกว่าอีกกลุ่มในด้านการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงของใบหน้า และขนาดม้าม
สรุป: การรักษาระดับฮีโมโกลบินตามเป้าหมายมีความสัมพันธ์กับระดับฮีโมโกลบินก่อนได้รับเลือดที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และผู้ป่วยกลุ่มนี้มีลักษณะทางคลินิกที่ดีกว่า ทั้งในด้านการเจริญเติบโต การเปลี่ยนแปลงของใบหน้า และขนาดม้าม

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
สังฆะ น. . (2025). ลักษณะทางคลินิกของผู้ป่วยเด็กโรคธาลัสซีเมีย โรงพยาบาลบุรีรัมย์: เปรียบเทียบระดับฮีโมโกลบินก่อนให้เลือด. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 40(3), 677–684. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MJSSBH/article/view/279073
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

Paiboonsukwong K, Jopang Y, Winichagoon P, Fucharoen S. Thalassemia in Thailand. Hemoglobin 2022;46(1):53-7. doi: 10.1080/03630269.2022.2025824.

Panich V, Pornpatkul M, Sriroongrueng W. The problem of thalassemia in Thailand. Southeast Asian J Trop Med Public Health 1992;23 Suppl 2:1-6. PMID: 1298980

Viprakasit V, Ekwattanakit S. Clinical Classification, Screening and Diagnosis for Thalassemia. Hematol Oncol Clin North Am 2018;32(2):193-211. doi: 10.1016/j.hoc.2017.11.006.

Cappellini MD, Farmakis D, Porter J, Taher A, editors. 2021 Guidelines: For the Management of Transfusion Dependent Thalassaemia (TDT) [Internet]. 4th.ed. Nicosia (Cyprus) : Thalassaemia International Federation ; 2023.

Kumar Gupta B, Manne N, Kumar Yadav S, Singhal S, Dubey A. Prevalence of hypoparathyroidism, growth retardation in patients of Beta-thalassemia major. Int J Clin Biochem Res 2020;7(2):158–63. 10.18231/j.ijcbr.2020.034

Wanchaitanawong W, Tantiworawit A, Piriyakhuntorn P, Rattanathammethee T, Hantrakool S, Chai-Adisaksopha C, et al. The association between pre-transfusion hemoglobin levels and thalassemia complications. Hematology 2021;26(1):1-8. doi:10.1080/16078454.2020.1856513.

Atmakusuma TD, Saragih EYP, Rajabto W. Achievement of Pre- and Post-Transfusion Hemoglobin Levels in Adult Transfusion-Dependent Beta Thalassemia: Associated Factors and Relationship to Reduction of Spleen Enlargement. Int J Gen Med 2021;14:7515-21. doi: 10.2147/IJGM.S338114.

Rathaur VK, Imran A, Pathania M. Growth pattern in thalassemic children and their correlation with serum ferritin. J Family Med Prim Care 2020;9(2):1166-9. doi: 10.4103/jfmpc.jfmpc_951_19

Abdullah Q, Al-Salehe A, Al-Awady MS, Abbass SK. Growth Retardation in β-Thalassemia Major. The Iraqi postgrad Med J 2015;14(2):267-73.

Kliegman R, Geme III JW. St. Nelson Textbook of pediatrics. 21th. ed. Philadelphia : Elsevier Inc., ; 2019.