ประสิทธิภาพการจัดการอาการผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะท้ายแบบประคับประคอง

Main Article Content

ภานุวัฒน์ ชัยสิทธิ์
ปทมพร อภัยจิตต์

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง ผู้ป่วยจะพบว่าความรุนแรงของการอุดกั้นของหลอดลมเรื้อรังมากขึ้นเรื่อยๆ การแลกเปลี่ยนก๊าซภายในไม่สมบูรณ์โดยที่ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ ในระยะสุดท้ายผู้ป่วยจะมีอาการเหนื่อยหอบ เกิดภาวะออกซิเจนลดต่ำลง ทำให้เกิดภาวะเนื้อเยื่อขาดออกซิเจนอย่างเรื้อรัง และเกิดภาวะหายใจล้มเหลว ส่งผลต่อการดำเนินชีวิต และกระตุ้นโรคประจำตัวให้รุนแรงขึ้น ทำให้ระยะเวลานอนพักรักษาตัวในโรงพยาบาลนานขึ้น มีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น และเป็นอันตรายถึงชีวิต
วัตถุประสงค์: เพื่อศึกษาประสิทธิภาพการจัดการอาการผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะท้ายแบบประคับประคอง
วิธีการศึกษา: วิจัยเชิงวิเคราะห์ภาคตัดขวางย้อนหลัง ศึกษาจากเวชระเบียนผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ได้รับการรักษาผู้ป่วยในแบบประคับประคอง ช่วงเดือนเมษายน พ.ศ. 2566 ถึงเดือนมีนาคม พ.ศ. 2567 จำนวน 60 คน วิเคราะห์ข้อมูลโดยสถิติเชิงพรรณนา และสถิติอนุมาน ได้แก่ Chi-square test, Fisher’s exact โดยเลือกปัจจัยเสี่ยงที่มีนัยสำคัญทางสถิติ (p<0.05)
ผลการศึกษา: กลุ่มตัวอย่าง 60 คน พบว่า ส่วนใหญ่เพศชาย (ร้อยละ 93.3), ช่วงอายุ 71-80 ปี (ร้อยละ 36.7),
สถานภาพ คู่ (ร้อยละ 83.3) อาชีพทำนา (ร้อยละ 73.3) ดัชนีมวลกายต่ำกว่า 18.5 (ร้อยละ 38.3) ไม่มีโรคประจำตัว (ร้อยละ 70) ประวัติสูบบุหรี่ (ร้อยละ 95) สูบบุหรี่ 10 ปีขึ้นไป (ร้อยละ 66.7) ประวัตินอนรักษาในโรงพยาบาลช่วง 12 เดือน (ร้อยละ 66.7) ระยะเวลาป่วย โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง 10-20 ปี (ร้อยละ 45) ระยะเวลานำส่งโรงพยาบาลน้อยกว่า 30 นาที (ร้อยละ 63.3) ออกซิเจนในเลือดน้อยกว่า 90% (ร้อยละ 86.7) ความสามารถในการช่วยเหลือ ตนเองแรกรับระดับ 40-60% (ร้อยละ 83.3) ระดับความรู้สึกตัวง่วงเล็กน้อย (ร้อยละ 73.3) อาการหอบเหนื่อย อาการอ่อนแรง และความวิตกกังวล (ร้อยละ 100) ด้านภาพถ่ายรังสีปอด พบความผิดปกติในปอด (ร้อยละ 51.7) ด้านหัตถการส่วนใหญ่ไม่ใส่ท่อช่วยหายใจ (ร้อยละ 65) โรคร่วม (ร้อยละ 56.7) การใช้ยาจัดการอาการ ยาพ่นขยายหลอดลม Dexamethasone (ร้อยละ 100) morphine syrup (ร้อยละ 55) ระยะวันนอนในโรงพยาบาล 1-5 วัน (ร้อยละ 51.6) และประเภทการจำหน่าย ผู้ป่วยอาการดีขึ้น (ร้อยละ 95) ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อความรุนแรงของผู้ป่วยของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะท้าย ได้แก่ ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองแรกรับ; p > 0.001 (Odds ratio 0.035) โรคร่วม; p = 0.005 (odds ratio 5.500) ผลการถ่ายภาพรังสีปอด; p = 0.003 (odds ratio 1.896) การใส่ท่อช่วยหายใจแรกรับ; p > 0.001 (odds ratio 0.009) และการใช้ยาจัดการอาการแรกรับ ได้แก่ Fentanyl injection; p > 0.001 (odds ratio 0.220) Diazepam injection; p > 0.001 (odds ratio 0.188)
สรุป: ผลประสิทธิภาพการจัดการอาการผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะท้ายแบบประคับประคอง ได้แก่ ความสามารถในการช่วยเหลือตนเองแรกรับ ระดับความรู้สึกตัว การมีโรคร่วม ผลการถ่ายภาพปอดผิดปกติ การใส่ท่อช่วยหายใจแรกรับ และการใช้ยาจัดการอาการแรกรับ จึงควรมีแนวทางเวชปฏิบัติ
เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้ป่วยได้อย่างครอบคลุมปัญหา

Article Details

รูปแบบการอ้างอิง
ชัยสิทธิ์ ภ. . . ., & อภัยจิตต์ ป. . . (2025). ประสิทธิภาพการจัดการอาการผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังระยะท้ายแบบประคับประคอง. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์, 40(3), 805–816. สืบค้น จาก https://he02.tci-thaijo.org/index.php/MJSSBH/article/view/279220
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

World Health Organization. Chronic obstructive pulmonary disease (COPD). [Internet]. [Cited 2024 May 12]. Available from:URL: https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/chronic-obstructive-pulmonary-disease-(copd).

Burney PG, Patel J, Newson R, Minelli C, Naghavi M. Global and regional trends in COPD mortality, 1990-2010. Eur Respir J 2015;45(5):1239-47. doi: 10.1183/09031936.00142414.

Vestbo J, Hurd SS, Agustí AG, Jones PW, Vogelmeier C, Anzueto A, et al. Global strategy for the diagnosis, management, and prevention of chronic obstructive pulmonary disease: GOLD executive summary. Am J Respir Crit Care Med 2013;187(4):347-65. doi: 10.1164/rccm.201204-0596PP.

Little RJA, Rubin DB. Statistical Analysis with Missing Data. 2nd. ed. New York : Wiley Interscience ; 2002.

MacNee W. Pathogenesis of chronic obstructive pulmonary disease. Proc Am Thorac Soc 2005;2(4):258-66. doi: 10.1513/pats.200504-045SR

Shujaat A, Minkin R, Eden E. Pulmonary hypertension and chronic cor pulmonale in COPD. Int J Chron Obstruct Pulmon Dis 2007;2(3):273-82. PMID: 18229565

Ito K, Barnes PJ. COPD as a disease of accelerated lung aging. Chest 2009;135(1):173-80. doi: 10.1378/chest.08-1419.

Mercado N, Ito K, Barnes PJ. Accelerated ageing of the lung in COPD: new concepts. Thorax 2015;70(5):482-9. doi: 10.1136/thoraxjnl-2014-206084.

ปฐมพร ศิรประภาศิริ, เดือนเพ็ญ ห่อรัตนาเรือง. คู่มือการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย. (สำหรับบุคลากรทางการแพทย์). พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : สำนักงานกิจการโรงพิมพ์ องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ในพระบรมราชูปถัมภ์ ; 2563.

โรงพยาบาลนางรอง บุรีรัมย์. สถิติการดูแลผู้ป่วยประคับประคองในโรงพยาบาลนางรองประจำปี 2568. บุรีรัมย์ : โรงพยาบาลนางรอง ; 2567. (เอกสารอัดสำเนา).

Cohen J. Statistical Power Analysis for the Behavioral Sciences. 2nd. ed. New York : Routledge ; 1988.

จรณิต แก้วกังวาล. คู่มือนักวิจัยมือใหม่ : การประยุกต์ใช้ระบาดวิทยาและชีวสถิติในการวิจัยชีวเวชศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 1. กรุงเทพฯ : จี.เอส.เอ็ม. เทรดดิ้ง ; 2562.

เพชราภรณ์ สุพร, รามัย สูตรสุวรรณ. ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease : COPD) ใน Easy Asthma COPD clinic ของโรงพยาบาลนครพนม. วารสาร โรงพยาบาลนครพนม 2557;2(2):5-10.

ศุภนิดา คำนิยม. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับการเกิดภาวะกำเริบเฉียบพลันของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่นอนโรงพยาบาลซ้ำ ใน 28 วัน: โรงพยาบาลยโสธร. ยโสธรเวชสาร 2567;26(1):98–112.

ปิยะวรรณ กุวลัยรัตน์, กมลพร มากภิรมย์, สุดฤทัย รัตนโอภาส. ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดภาวะกำเริบและมารักษาที่แผนกฉุกเฉินของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง. วารสารอายุรศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น 2560;3(2) : 29-41.

Bobo JK, Husten C. Sociocultural influences on smoking and drinking. Alcohol Res Health 2000;24(4):225-32. PMID: 15986717

วรานุรินทร์ ยิสารคุณ, กุลวรา พูลผล. โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและสารต้านอนุมูลอิสระ. บูรพาเวชสาร 2025;7(1):76-88.

Hwang YI, Lee SH, Yoo JH, Jung BH, Yoo KH, Na MJ, et al. History of pneumonia is a strong risk factor for chronic obstructive pulmonary disease (COPD) exacerbation in South Korea: the Epidemiologic review and Prospective Observation of COPD and Health in Korea (EPOCH) study. J Thorac Dis 2015;7(12):2203-13. doi: 10.3978/j.issn.2072-1439.2015.12.17.

สิริรัตน์ นฤมิตร. การพัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยโรคหอบหืด และโรคถุงลมโป่งพองของโรงพยาบาลยางตลาด อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์. วารสารสิ่งแวดล้อมศึกษาการแพทย์และสุขภาพ 2564;6(3):63–9.

Kolagari S, Khoddam H, Guirimand F, Mahmoudian A. Assessment of Quality of Palliative Care in Patients with Chronic Diseases. ResearchGate GmbH. [Internet]. [Cited 2025 Jan 25]. Available from:URL: https://www.researchgate.net/publication/395392718_Assessment_of_Quality_of_Palliative_Care_in_Patients_with_Chronic_Diseases.

รุ่งนภา คำตุ้ย, ญาณี โชคสมงาม, จิรัชญาภรณ์ เครือวุฒิศาล, วิชุดา จิรพรเจริญ. ผลลัพธ์ของการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง โดยแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว โรงพยาบาลจอมทอง. วารสารระบบบริการปฐมภูมิและเวชศาสตร์ครอบครัว 2566;6(1):23-32.

Piili RP, Lehto JT, Luukkaala T, Hinkka H, Kellokumpu-Lehtinen PI. Does special education in palliative medicine make a difference in end-of-life decision-making? BMC Palliat Care 2018;17(1):94. doi: 10.1186/s12904-018-0349-6.

รัชนีกร จำเริญทรัพย์ไพศาล, ชิดชนก เรือนก้อน, ประดับพร ลีละศาสตร์, ฉันทวัฒน์ สุทธิพงษ์, อิสรีย์ ศิริวรรณกุลธร. ผลของการดูแลแบบประคับประคองต่ออัตราการรอดชีพในผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย. วารสารโรงพยาบาลนครพิงค์ 2564;12(2):137-51.

จิตตรา ศรีธัญรัตน์ และปทมพร อภัยจิตต์. ปัจจัยที่มีผลต่อความรุนแรงโรคในผู้ป่วยโคโรน่าไวรัส 2019 ที่เสียชีวิตในโรงพยาบาลนางรอง. วารสารการแพทย์โรงพยาบาลศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ 2566;38(2):543-54.