ผลของการทำงานของไตในผู้ป่วยเอดส์ที่ได้รับยาทีโนโฟเวียร์ ติดตามเป็นเวลาสองปี

Main Article Content

สุนีย์ ชยางศุ

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: ยาต้านไวรัสเอชไอวี tenofovir disoproxil fumarate (TDF) เป็นยาหลักที่ อยู่ในสูตรสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอชไอวีและเอดส์ แต่ยา TDF มีผลข้างเคียงต่อการทำงานของไต ปัจจุบันในประเทศไทยยังไม่มีการศึกษาติดตามการทำงานของไตจากการใช้ยา TDFในระยะเวลาสองปี การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาอุบัติการณ์ผู้ป่วยที่รับยา TDF และมีการทำงานของไตลดลงตั้งแต่ร้อยละ 25 หลังได้รับยา TDF เป็นเวลาสองปีและศึกษาปัจจัยที่ส่งผลต่อการลดลงของการทำงานของไต
วิธีการศึกษา: เป็นการศึกษาย้อนหลังในผู้ป่วยติดเชื้อไวรัสเอชไอวีและเอดส์ที่ได้รับยา TDF ในคลินิกภูมิคุ้มกันบกพร่องโรงพยาบาลสุรินทร์ ตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2553 ถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. 2555 เพื่อประเมินอัตราการกรองของไตคำนวณด้วยสูตร modification of diet in renal disease (MDRD) โดยประเมินที่ก่อนเริ่มยาและสองปีและศึกษาข้อมูลทั่วไป ประวัติการรักษา และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง
ผลการศึกษา: มีผู้ป่วยทั้งหมด 135 รายที่ได้รับยา TDF เป็นเวลา 2 ปี เป็นเพศหญิง 74 ราย (ร้อยละ 54.8 ) มีอายุเฉลี่ย 39.7 gif.latex?\pm 8.5 ปี และมีมัธยฐานของจำนวนซีดีสี่เริ่มต้นเท่ากับ 274 เซลล์ต่อมิลลิลิตร (IQR 133-432 cell/mm3) ผลการศึกษา พบว่ามีการทำงานของไตลดลงจากเดิมก่อนเริ่มยาตั้งแต่ร้อยละ 25 จากการคำนวณโดยใช้สูตร MDRD formula ทั้งหมด 26 ราย คิดเป็นร้อยละ 19.3 และเมื่อแบ่งผู้ป่วยออกเป็น 2 กลุ่ม คือกลุ่มที่มีอัตราการทำงานของไตลดลงจากเดิมก่อนเริ่มยา TDF ตั้งแต่ร้อยละ 25 และกลุ่มที่มีอัตราการทำงานของไตลดลงจากเดิมไม่ถึงร้อยละ 25 พบว่า การมีภาวะ lipodystrophy เป็นปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการทำงานของไตที่ลดลง (adjusted odds ratio, 2.16; 95% Cl, 0.66 to 7.01) ส่วนการมีภาวะซีดจากยา AZT (adjusted odds ratio, 0.45; 95% Cl, 0.10 to 2.20) และการมีค่า BMI เพิ่มขึ้น 1 kg/m2 (adjusted odds ratio, 0.84; 95% Cl, 0.70 to 1.02) เป็นปัจจัยที่ช่วยชะลอการเกิดอัตราการทำงานของไตลดลง อย่างไรก็ตามปัจจัยเหล่านี้ไม่พบว่ามีความสำคัญทางสถิติ ทั้งนี้ ไม่พบผู้ป่วยที่ต้องหยุดยา TDF ระหว่างการศึกษาหรือมีการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผู้ป่วย
สรุป: ที่ระยะเวลา 2 ปีหลังจากใช้ยา TDF ในผู้ป่วยติดเชื้อเอชไอวีและเอดส์พบอัตราการกรองของไตลดลงกว่าตั้งแต่ร้อยละ 25 จำนวน 26 ราย (ร้อยละ 19.3) แต่ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางคลินิกของผู้ป่วยและยังคงต้องการการศึกษาที่ เฝ้าติดตามผู้ป่วยในระยะเวลานานขึ้น มีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น และมีกลุ่มควบคุมต่อไปในอนาคต

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

1. Hammer SM, Eron JJ, Reiss P, Schooley RT, Thompson MA, Walmsley S, et al. Antiretroviral treatment of adult HIV infection: 2008 recommendations of the International AIDS Society-USA panel. Jama 2008;300(5):555-70. Epub 2008/08/05.

2. ประพันธ์ ภานุภาค, ทวีทรัพย์ ศิรประภาศิร, วสันต์ จันทราทิตย์, วิชัย เตชะสาธิต,อัจฉรา ธีรรัตน์กุล, กุลกัญญา โชคไพบูลย์กิจ, สมนึก สังฆานุภาพ. แนวทางการตรวจวินิจฉัยและการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อเอชไอวีและผู้ป่วยเอดส์ ระดับชาติ ปี พ.ศ. 2553. กรุงเทพฯ : ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย จำกัด: ศูนย์พัฒนาระบบบริการยาต้านไวรัส สำหรับผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยเอดส์ในประเทศไทย; 2553.

3. Zimmermann AE, Pizzoferrato T, Bedford J, Morris A, Hoffman R, Braden G. Tenofovir-associated acute and chronic kidney disease: a case of multiple drug interactions. Clin Infect Dis 2006;42(2):283-90. Epub 2005/12/16.

4. Verhelst D, Monge M, Meynard JL, Fouqueray B, Mougenot B, Girard PM, et al. Fanconi syndrome and renal failure induced by tenofovir: a first case report. Am J Kidney Dis 2002;40(6):1331-3. Epub 2002/12/03.

5. Karras A, Lafaurie M, Furco A, Bourgarit A, Droz D, Sereni D, et al. Tenofovir-related nephrotoxicity in human immunodeficiency virus-infected pa­tients: three cases of renal failure, Fanconi syndrome, and nephrogenic diabetes insipidus. Clin Infect Dis 2003;36(8):1070-3. Epub 2003/04/10.

6. Coca S, Perazella MA. Rapid commu­nication: acute renal failure associated with tenofovir: evidence of drug-in­duced nephrotoxicity. Am J Med Sci 2002;324(6):342-4. Epub 2002/12/24.

7. Creput C, Gonzalez-Canali G, Hill G, Piketty c, Kazatchkine M, Nochy D. Renal lesions in HIV-l-positive patient treated with tenofovir. AIDS 2003;17(6):935-7. Epub 2003/03/28.

8. Perazella MA. Drug-induced renal failure: update on new medications and unique mechanisms of nephro­toxicity. Am J Med Sci 2003;325(6):349- 62. Epub 2003/06/18.

9. Izzedine H, Hulot JS, Vittecoq D, Gallant JE, Staszewski S, Launay-Vacher V, et al. Long-term renal safety of tenofovir disoproxil fumarate in antiretroviral-naive HIV-1-infected patients. Data from a double-blind randomized active-controlled multi­centre study. Nephrol Dial Transplant 2005;20(4):743-6. Epub 2005/03/03.

10. Izzedine H, Launay-Vacher V, Deray G. Antiviral drug-induced nephrotoxicity. Am J Kidney Dis 2005;45(5):804-17. Epub 2005/04/30.

11. Pierrat A, Gravier E, Saunders C, Caira MV, Ait-Djafer Z, Legras B, et al. Predicting GFR in children and adults: a comparison of the Cockcroft-Gault, Schwartz, and modification of diet in renal disease formulas. Kidney Int 2003;64(4): 1425-36. Epub 2003/09/13.

12. Szczech LA. Renal dysfunction and tenofovir toxicity in HIV-infected patients. Topics in HIV medicine : a publication of the International AIDS Society, USA. 2008;16(4):122-6.

13. Gallant JE, Parish MA, KerulyJ C, Moore RD. Changes in renal function associ­ated with tenofovir disoproxil fuma­rate treatment, compared with nucle­oside reverse-transcriptase inhibitor treatment. Clin Infect Dis 2005;40(8):1194-8. Epub 2005/03/26.

14. Kiertiburanakul S, Chaisiri K, Kasettratat N, Visuttimak P, Bowonwatanuwong C. Monitoring of Renal Function among HIV-Infected Patients Receiving Tenofovir in a Resource-Limited Setting. J Int Assoc Physicians AIDS Care 2011;10(5):297-302.

15. Nelson MR, Katlama C, Montaner JS, Cooper DA, Gazzard B, Clotet B, et al. The safety of tenofovir disoproxil fumarate for the treatment of HIV infection in adults: the first 4 years. AIDS 2007 Jun 19;21(10):1273-81.

16. Manosuthi W, Mankatitham W, Lueangniyomkul A, Prasithsirikul W, Tantanathip P, Suntisuklappon B, et al. Renal impairment after switching from stavudine/lamivudine to tenofovir/lamivudine in NNRTI-based antiretroviral regimens. AIDS Res Ther 2010;7(1):37.