การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่กลับมารักษาซ้ำโดยการมีส่วนร่วมของชุมชน

Main Article Content

หทัยกาญจน์ เสียงเพราะ

บทคัดย่อ

หลักการและเหตุผล: ปัญหาสุขภาพจิตเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ การกินยาไม่สม่ำเสมอคือปัญหาหลักของการรักษาผู้ป่วยโรคจิตเวชจนเกิดอาการกำเริบ ซึ่งส่งผลกระทบที่รุนแรงต่อคุณภาพชีวิตและหน้าที่ทางสังคมของผู้ป่วยรวมไปถึงญาติ ผู้ดูแลและบุคคลในสังคม ขาดการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลผู้ป่วย
วัตถุประสงค์: เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชและเพื่อศึกษาผลของรูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชที่กลับมารักษาซ้ำ โดยการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ตำบลพระแก้ว
วิธีการศึกษา: วิจัยแบบผสมผสาน(Mixed Method Research) ระหว่างเดือนมิถุนายน พ.ศ.2563 ถึงเดือนพฤศจิกายนพ.ศ. 2563 โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติกลับมานอนรักษาซ้ำใน โรงพยาบาลสังขะ จำนวน 17 คน จากการคัดเลือกแบบเจาะจง เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมการวางแผนแบบมีส่วนร่วมของชุมชนโดยการสนทนากลุ่ม (Focus group) ใช้ The Objective, Reflective, Interpretive and Decisional (ORID) methodซึ่งเป็นวิธีการสนทนาแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วยชุดคำถามที่นำกลุ่มเดินไปทางเส้นทางการสนทนาผ่าน4ระดับ แบบสอบถามพฤติกรรมการกินยา โดยใช้ The Medication Adherence Report Scale (MARS) และ แบบประเมินความสามารถโดยรวม Global assessment of functioning scale(GAF) เปรียบเทียบผลด้วยสถิติ Chi –square วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยก่อนหลังการพัฒนา โดยใช้ Paired sample t-test ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติที่ 0.05 และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการศึกษา: ผลภายหลังการพัฒนารูปแบบการการดูแลผู้ป่วยจิตเวชพบว่าทำให้ผู้ป่วยมีการกินยาสม่ำเสมอและความสามารถโดยรวมดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
สรุป: ปัจจัยความสำเร็จในการวิจัยครั้งนี้เกิดจากการมีส่วนร่วมของชุมชนในการออกมาตรการและใช้มาตรการนั้นภายในชุมชน นอกจากนั้นยังมีการสร้างและดำเนินงานเครือข่ายดูแลผู้ป่วยร่วมกันรวมถึงการติดตามเยี่ยมบ้านอย่างต่อเนื่องและมีผู้รับผิดชอบที่ชัดเจนในการดำเนินงานในชุมชน อย่างจริงจัง
คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบการดูแล ผู้ป่วยจิตเวช การมีส่วนร่วม

Downloads

Download data is not yet available.

Article Details

การอ้างอิงบทความ
ประเภทบทความ
นิพนธ์ต้นฉบับ

เอกสารอ้างอิง

1. สำนักบริหารระบบบริการสุขภาพ กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข. โปรแกรมการพัฒนาการเข้าถึงบริการและการดูแล

2. Alene M, Wiese MD, Angamo MT, Bajorek BV, Yesuf EA, Wabe NT.Adherence to medication for the treatment of psychosis: rates and risk factors in an Ethiopian population. BMC Clin Pharma col 2012;12:10. doi: 10.1186/1472-6904-12-10.

3. Lee SY, Kim KH, Kim T, Kim SM, Kim JW, Han C, et al.Outpatient Follow-Up Visit after Hospital Discharge Lowers Risk of Re hospitalization in Patients with Schizophrenia: A Nationwide Population-Based Study. Psychiatry Investig 2015;12(4):425-33. doi: 10.4306/pi.2015.12.4.425.

4. Eticha T, Teklu A, Ali D, Solomon G, Alemayehu A. Factors associated with medication adherence among patients with schizophrenia in Mekelle, Northern Ethiopia. PLoS One 2015;10(3):e0120560. doi: 10.1371/journal.pone.0120560.

5. Kissling W.The current unsatisfactory state of relapse prevention in schizophrenic psychoses--suggestions for improvement. Clin Neuro Pharmacol 1991;14( Suppl 2):S33-44. pmid: 1684309

6. Weiden P, Rapkin B, Mott T, Zygmunt A, Goldman D, Horvitz-Lennon M, et al. Rating of medication influences (ROMI) scale in schizophrenia. Schizophr Bull 1994;20(2):297-310. doi: 10.1093/schbul/20.2.297.

7. Fenton WS, Blyler CR, Heinssen RK. Determinants of medication compliance in schizophrenia: empirical and clinical findings. Schizophr Bull 1997;23(4):637-51. doi: 10.1093/schbul/23.4.637.

8. Kamali M, Kelly L, Gervin M, Browne S, Larkin C, O'Callaghan E. Psychopharmacology: insight and comorbid substance misuse and medication compliance among patients with schizophrenia. Psychiatr Serv 2001;52(2):161-3,166. doi: 10.1176/appi.ps.52.2.161

9. Kamali M, Kelly BD, Clarke M, Browne S, Gervin M, Kinsella A, et al. A prospective evaluation of adherence to medication in first episode schizophrenia. Eur Psychiatry 2006;21(1):29-33. doi: 10.1016/j.eurpsy.2005.05.015.

10. สุกัญญา ละอองศรี. การพัฒนารูปแบบการดูแลผู้ป่วยจิตเวชในชุมชนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านคอนสวรรค์ ตำบลไผ่ อำเภอรัตนบุรี จังหวัดสุรินทร์. วารสารวิทยาลัยบรมราชชนนี นครราชสีมา 2559;23(2):68-79.

11. Thompson K, Kulkarni J, Sergejew AA. Reliability and validity of a new Medication Adherence Rating Scale (MARS) for the psychoses. Schizophr Res 2000;42(3):241-7. doi: 10.1016/s0920-9964(99)00130-9.

12. Rungrojwatanasiri P, Soonthornchaiya R, Upasen R. The effect of group social support program on medication adherence of elderly patients with major depressive disorder. J Psych Nursing and Mental Health 2017;31(1):119-32.

13. สุภางค์ จันทวานิช. วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ. พิมพ์ครั้งที่ 18. กรุงเทพฯ : ด่านสุทธาการพิมพ์; 2553.

14. อรุณี อ่อนสวัสดิ์. ระเบียบวิธีวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ 3. พิษณุโลก : ภาควิชาการศึกษาคณะศึกษาศาสตร์มหาวิทยาลัยนเรศวร; 2551.

15. ไพจิตร พุทธรอด. การพัฒนารูปแบบการดูแลต่อเนื่องในผู้ป่วยจิตเภท. วารสารวิชาการสาธารณสุข 2561;27(3):479-860.

16. อรสา วัฒนศิริ,เสาวภา ศรีภูสิตโต.การพัฒนากระบวนการดูแลต่อเนื่องผู้ป่วยจิตเภทโดยทีมสหสาขาและเครือข่ายผู้ดูแล โรงพยาบาลกำแพงเพชร. วารสารกองการพยาบาล 2556;40(1):67-83.

17. นัยนา ดวงศรี. การมีส่วนร่วมของครอบครัวและชุมชนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวชเรื้อรังในชุมชน : กรณีศึกษาเทศบาลตำบลคำเขื่อนแก้วอำเภอคำเขื่อนแก้วจังหวัดยโสธร. [การศึกษาอิสระปริญญา พยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช, คณะพยาบาลศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย; ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2551.

18. ประไพร บัวคอม. กระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช:กรณีศึกษาโรงพยาบาลสร้างคอมจังหวัดอุดรธานี. [การศึกษาอิสระปริญญาพยาบาลศาสตรมหาบัณฑิต]. สาขาวิชาการพยาบาลสุขภาพจิตและจิตเวช, คณะพยาบาลศาสตร์, บัณฑิตวิทยาลัย; ขอนแก่น : มหาวิทยาลัยขอนแก่น; 2552.

19. ทัศนีย์ เชื่อมทอง. ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการขาดยาของผู้ป่วยจิตเภท ที่กลับมารับการรักษาซ้ำในโรงพยาบาลชลบุรี.เอกสารนำเสนอประกอบการประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากงานประจำสู่งานวิจัยครั้งที่ 5“วิถี R2R: เรียบง่าย คุณภาพ ครบวงจร”วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2555 ณ ศูนย์การประชุมอิมแพ็คฟอรั่ม เมืองทองธานี. กรุงเทพฯ 2555.