Factors Associated with The Duration of Referral Acute Ischemic Stroke Patients to Receive Treatment at Maharat Nakhon Ratchasima Hospital
Keywords:
Patient companions, Referral time, Acute ischemic stroke patientsAbstract
The objective of this cross-sectional analytical research was to examine factors related to delivery time of acute stroke patients for treatment at Maharat Nakhon Ratchasima Hospital. Samples were 323 patient companions. Data were collected using questionnaires and analyzed using descriptive statistics and multiple logistic regression statistics. Results showed that the majority of the samples were females (77.1%), aged 46-55 years old (35.3%), and were children of the patients (47.1%). For time used to transfer from homes to the hospital, it was found that most of them arrived on time or took no more than 270 minutes (73.7%). Factors significantly related to the time to refer acute stroke patients for treatment at the hospital, at p=0.05, included: marital status (ORadj=2.134, 95%CI=1.054-4.320), perceived severity of the conditions at the highest level (ORadj=0.428, 95%CI=0.208-0.881), calling for emergency medical services/public service vehicles/private vehicles (ORadj=8.263, 95%CI=1.908-35.773), receiving information from medical professions (ORadj=0.532, 95%CI=0.320-0.884), and having distance between homes and the hospital fewer than 35 kilometers (ORadj=1.825, 95%CI=1.014-3.286) and between 36-70 kilometers (ORadj=2.190, 95%CI=1.059-4.530).
References
ชื่นกมล สิทธิยอดยิ่ง. แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการดูแลตนเอง เพื่อป้องกันโรคหลอดเลือดสมองของผู้ป่วยที่ไม่สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ โรงพยาบาลนภาลัย จังหวัดสมุทรสงคราม. วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา. 2565;2(2):46-60.
สมศักดิ์ เทียมเก่า. อุบัติการณ์โรคหลอดเลือดสมอง ประเทศไทย. วารสารประสาทวิทยาแห่งประเทศไทย. 2566;39(2):39-46.
นันท์ณภัส สารมาศ, เรวดี เพชรศิราสัณห์, จอม สุวรรณโณ, เกียรติศักดิ์ ราชบริรักษ์. ปัจจัยทำนายการควบคุมความดันโลหิตตามเกณฑ์เป้าหมายในผู้ปาวยหลังเกิดโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดเฉียบพลัน ณ โรงพยาบาลทั่วไปแห่งหนึ่ง อำเภอสิชล จังหวัดนครราชสีมาธรรมราช. วารสารพยาบาลตำรวจ. 2563;12(1):100-13.
กัญจน์ณิชา เยียดไธสง, อภิญญา วงศ์พิริยโยธา, พจนีย์ ขูลีลัง. ปัจจัยทำนายระยะเวลาการมารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองหลังจากเกิดอาการในระยะเฉียบพลัน. วารสารการพยาบาลและการดูแลสุขภาพ. 2562;37(1):148-56.
โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. ข้อมูลแผนกฉุกเฉินโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา. นครราชสีมา: โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา; 2562.
Cochran WG. Sampling Techniques. 3rd ed. New York: Wiley; 1991.
Bloom B. Taxonomy of Educational Objectives, Handbook 1: Cognitive Domain. 2nd ed. New York: Addison-Wesley Longman; 1984.
Best JW, Kahn JV. Research in Education. 10th ed. New Jersey: Pearson; 2005.
ตวงทิพย์ บินไทยสงค์. ปัจจัยที่สัมพันธ์กับระยะเวลามาถึงโรงพยาบาลหลังจากเกิดอาการของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองระยะเฉียบพลัน. วารสารเกื้อการุณย์. 2556;20(1):15-29.
สุปรียา สนธิ, ฐิฉัฐญา นพคุณ, จุไรรัตน์ ดวงจันทร์. ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการมารับการรักษาทันเวลาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองเฉียบพลัน ในโรงพยาบาลหัวหิน. วารสารวิทยาลัยลัยพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี. 2565;5(3):24-38.
วรรณา บุญสวยขวัญ, อมรรัตน์ กลับรอด. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อระยะเวลาการมารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองในระยะเฉียบพลัน งานอุบัติเหตุฉุกเฉิน โรงพยาบาลเชียรใหญ่.วารสารศาสตร์สุขภาพและการศึกษา. 2565;2(2):61-75.
ยุวเรศ รัตนประภา. ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับระยะเวลารับการรักษาของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองชนิดขาดเลือดเฉียบพลัน โรงพยาบาลชุมแพ จังหวัดขอนแก่น. วารสารสมาคมประสาทวิทยาศาสตร์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. 2561;13(4):13-27.
Downloads
Published
How to Cite
Issue
Section
License
Copyright (c) 2024 REGIONAL HEALTH PROMOTION CENTER 9 JOURNAL

This work is licensed under a Creative Commons Attribution-NonCommercial-NoDerivatives 4.0 International License.
บทความหรือข้อคิดเห็นใด ๆ ที่ประกฎในวารสารศูนย์อนามัยที่ 9 เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน บรรณาธิการ คณะผู้จัดทำ และศูนย์อนามัยที่ 9 นครราชสีมา (เจ้าของ) ไม่จำเป็นต้องเห็นด้วย ผู้เขียนต้องรับผิดชอบต่อบทความของตนเอง
ผลการพิจารณาของกองบรรณาธิการและผู้ทรงคุณวุฒิถือเป็นที่สิ้นสุด คณะบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจแก้ไขข้อความให้ถูกต้องตามหลักภาษาและมีความเหมาะสม
กองบรรณาธิการวารสารฯ ขอสงวนสิทธิ์มิให้นำเนื้อหาใด ๆ ของบทความ หรือข้อคิดเห็นใด ๆ ของผลการประเมินบทความในวารสารฯ ไปเผยแพร่ก่อนได้รับอนุญาตจากกองบรรณาธิการ อย่างเป็นลายลักษณ์อักษร และผลงานที่ได้รับการตีพิมพ์ถือเป็นลิขสิทธิ์ของวารสารศูนย์อนามัยที่ 9